ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

Black Box Diaries การต่อสู้ที่เขย่าทั้ง ‘จริยธรรมในการทำสารคดี’ และ ‘สังคมญี่ปุ่น’ !


Lifestyle

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

แชร์

Black Box Diaries การต่อสู้ที่เขย่าทั้ง ‘จริยธรรมในการทำสารคดี’ และ ‘สังคมญี่ปุ่น’ !

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3634

Black Box Diaries การต่อสู้ที่เขย่าทั้ง ‘จริยธรรมในการทำสารคดี’ และ ‘สังคมญี่ปุ่น’ !

Black Box Diaries เป็นสารคดีที่สร้างตำนานในหลายแง่ หนึ่งคือมันเป็นผลงานทรงพลังน่ายกย่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วกล้าเปิดหน้าลุกขึ้นสู้เรียกร้องความยุติธรรม ในสังคมอนุรักษ์นิยมที่ดูเหมือนจะพร้อมประณามผู้ถูกกระทำมากกว่าผู้กระทำ สองคือมันเป็นตัวอย่างของสารคดีเชิงสืบสวนที่ตัวคนทำหนังเป็นซับเจ็กต์หลักเองและต้องลงมือทำหน้าที่ค้นหาพยานหลักฐานด้วยตัวเอง สามคือมันยังเป็นตัวอย่างชั้นดีที่ทำให้เห็นพลังของ ‘งานข่าว’ เมื่อคนทำมีภูมิหลังเป็นนักข่าวและใช้ทักษะนี้ในการเล่าเรื่องอย่างเต็มที่ สี่คือมันเป็นบทบันทึกการต่อสู้ของผู้หญิงซึ่งกลายเป็นปฐมบทแห่งขบวนการ #MeToo ในสังคมญี่ปุ่น จนนำมาสู่การแก้ไขกฎหมายข้อสำคัญ

เหล่านี้คือบทบาทอันโดดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง แต่ยังมีข้อห้าที่เพิ่งจะถูกสำรวจอย่างจริงจังหลังจากหนังออกฉาย นั่นคือ กระบวนการสร้างของตัวหนังเองที่ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งจนถูกตั้งคำถามถึง ‘จริยธรรม’ และ ‘ขอบเขต’ ของการทำสารคดีได้อย่างน่าขบคิดมาก ๆ

เรามาพูดถึงที่มาที่ไปของ Black Box Diaries กันก่อน สารคดีเรื่องนี้เป็น ‘ไดอารี’ หรือบันทึกส่วนตัวของ ชิโอริ อิโตะ นักข่าวสาวผู้ใช้การทำหนังเป็นเครื่องมือเก็บหลักฐานและต่อสู้ในคดีที่เธอถูก โนริยูกิ ยามากุจิ ล่วงละเมิดทางเพศในปี ค.ศ. 2015 (เขาเป็นอดีตหัวหน้าสำนักข่าว TBS ประจำวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางทั้งจากสถานะในวงการสื่อและความใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ) อิโตะพยายามแจ้งความกับตำรวจ แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเธอไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากความทรงจำอันเลือนราง

จนเมื่อทีมทนายของเธอได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม (ซึ่งปรากฏภาพยามากุจิกึ่งกอดกึ่งลากเธอในสภาพมึนเมาออกจากรถแท็กซี่แล้วพาเข้าห้องพัก) การสอบสวนจึงเริ่มเดินหน้าและนำมาสู่คำสั่งจับกุมตัวยามากุจิ แต่แล้วทุกอย่างก็หยุดชะงัก เมื่อคำสั่งถูกระงับในนาทีสุดท้ายและการสอบสวนก็ถูกยกเลิกไปกะทันหัน ซึ่งอิโตะตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะเป็นเพราะนายกฯ อาบะใช้อิทธิพลเข้าแทรกแซงอย่างลับ ๆ

ภาพจากสารคดี Black Box Diaries
ภาพจากสารคดี Black Box Diaries

เมื่อต้องเผชิญกับความน่าผิดหวังของกระบวนการยุติธรรม อิโตะจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ท้าทายสังคมญี่ปุ่นอย่างที่สุด นั่นคือการออกมาแถลงข่าวเปิดหน้าตัวเองและเปิดเผยชื่อจริงของผู้กระทำ ซึ่งแน่นอนว่าปฏิกิริยาที่เธอได้รับทันทีก็คือ การถูกรุมกล่าวหาทางออนไลน์อย่างหยาบคายสารพัด แต่ในอีกด้าน เธอก็รับการสนับสนุนจากผู้หญิงจำนวนมาก จนหลายฝ่ายมองว่าเธอเป็นผู้บุกเบิกขบวนการ #MeToo ในญี่ปุ่นได้สำเร็จ และการต่อสู้อันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดยาวนานกว่า 7 ปีของเธอยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายความผิดทางเพศของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2023 อีกด้วย

Black Box Diaries เปิดตัวครั้งแรกที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ในปี 2024 และได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ระดับนานาชาติอย่างเป็นเอกฉันท์ ก่อนจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าหนังจะพบเจอแต่แง่มุมสวยงาม ในญี่ปุ่น หนังถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าฉายอยู่พักใหญ่เพราะบริษัทผู้จัดจำหน่ายหวั่นใจต่อกระแสสังคม (กว่าจะได้ฉายก็ปาเข้าปลายปี 2568 นี้เอง) แถมหนักกว่านั้นคือ หนังยังถูกอดีตทีมทนายของอิโตะออกมาแถลงข่าวโจมตีด้วยว่าละเมิดจริยธรรมของสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง

ประเด็นหลัก ๆ ที่ทนายกล่าวถึงก็คือ การที่อิโตะนำฟุตเทจและคลิปหลายส่วนมาใช้ในหนัง ทั้งที่ไม่ได้ขออนุญาตหรือมีข้อตกลงกันไว้แล้วว่าจะใช้เพื่อเป็นหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นฟุตเทจที่เธอถูกยามากุจิพาตัวลงจากรถแท็กซี่ คลิปสัมภาษณ์คนขับแท็กซี่ คลิปประชุมกับทนายความ หรือคลิปเสียงบันทึกการสนทนาระหว่างเธอกับ ‘นักสืบ A’ ซึ่งอดีตทีมทนายโจมตีว่า การทำเช่นนี้เป็นการละเมิดจริยธรรม ไม่มีความรับผิดชอบต่อแหล่งข่าว จนอาจจะส่งผลให้โรงแรมหรือบุคคลต่าง ๆ ไม่กล้าให้ความร่วมมือกับผู้ถูกกระทำในคดีทางเพศอีกในอนาคต
ข้อกล่าวหาเหล่านี้น่าใคร่ครวญมาก เพราะเรื่องจริยธรรมของคนทำสารคดีนั้นเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงมาตลอดโดยไม่มีข้อสรุปชัดเจน อิโตะเองก็ออกมายอมรับและขอโทษต่อความผิดพลาด แต่เธอก็โต้แย้งได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน เช่น สำหรับฟุตเทจโรงแรมนั้น เธอยืนยันว่าฟุตเทจที่ใช้ในหนัง ‘ไม่ใช่ชุดเดียวกับที่ใช้ในศาล’ แต่เป็นเวอร์ชันที่ผ่านการปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว อีกทั้งฟุตเทจนี้เป็น ‘หลักฐานทางภาพเพียงชิ้นเดียว’ ของเหตุการณ์ล่วงละเมิด เธอจึงมองว่าตนมีความชอบธรรมในการใช้มันเพื่อพิสูจน์เรื่องที่เล่า

ภาพจากสารคดี Black Box Diaries
ภาพจากสารคดี Black Box Diaries

มีนักวิชาการและคนทำหนังสารคดีจำนวนหนึ่งออกมาให้ความเห็นสนับสนุนจุดยืนนี้ โดยมองว่าในฐานะคนทำหนัง อิโตะย่อมมีสิทธิ์เล่าเรื่องของตนเองภายใต้เจตนาที่จะเปิดโปงผู้มีอำนาจ ซึ่งถือเป็น ‘การกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ’ โดยเฉพาะสำหรับสังคมอนุรักษ์นิยมที่ผู้มีอำนาจมักปิดปากประชาชนและสื่อกระแสหลักจำนวนมากก็มักทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น สิ่งที่สังคมควรตั้งคำถามจึงน่าจะเป็นเรื่องการแทรกแซงและการเซ็นเซอร์ของรัฐ มากกว่าจะมานั่งห่วงเรื่องจริยธรรมในการใช้ฟุตเทจเช่นนี้

แม้หลังจากเกิดข้อโต้แย้ง อิโตะจะประกาศว่าเธอจะทำสารคดีฉบับแก้ไขสำหรับการฉายในญี่ปุ่นเพื่อยุติปัญหา แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ลดทอนความสำคัญของ Black Box Diaries ลงเลย ตรงกันข้าม มันยิ่งเปิดเผยให้เราเห็นความซับซ้อนของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในสังคมญี่ปุ่นว่าต้องฟาดฟันกับอุปสรรคหลายด้านแค่ไหน และยังชี้ให้เราได้ตระหนักถึงความเปราะบางของงานสารคดีเชิงสืบสวนด้วยว่า เมื่อมันก้าวเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ ก็เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและแรงปะทะจากทุกทิศทุกทาง

ภาพจากสารคดี Black Box Diaries
ภาพจากสารคดี Black Box Diaries

▶ ติดตามสารคดี Black Box Diaries "ชิโอริ อิโตะ" นักข่าวสาววัย 28 ปี ช็อกคนทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วยการเปิดเผยว่า เธอถูกข่มขืนโดยนักข่าวรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นคนสนิทของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เธอกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกว่าตนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเปิดหน้าสู้ เพื่อผลักดันให้ญี่ปุ่นยอมเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศอันล้าสมัย

รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารคดี VIPAVIPA Best DocumentaryDocumentary Clubการล่วงละเมิดทางเพศ
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้เขียน: ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส

บทความ NOW แนะนำ