ปมปัญหาระหว่าง “ช้าง” กับ “คน” มีมาอย่างช้านาน จากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ระหว่าง “ป่า” กับ “เมือง” จนเกิดเหตุที่ช้างปะทะกับคนอยู่ในหลายพื้นที่ การใช้ยาสลบช้างจึงมีขึ้นเพื่อเป็นมาตรการในการควบคุม
ล่าสุดกับกรณี “พังสีดอหูพับ” ช้างป่าที่ตายระหว่างการเคลื่อนย้าย โดยผลการชันสูตรพบว่ามาจากการสำลักอาหาร เนื่องมาจากการยิงยาสลบ ทั้งนี้ เหตุลักษณะดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรกที่ช้างป่าตายเพราะยาสลบ หากเคยมีเหตุคล้ายกันเกิดก่อนแล้วกับกรณี “พลายยันหว่าง”
Thai PBS รวบรวมเรื่องควรรู้เพื่อเข้าใจเกี่ยวกับยาสลบในสัตว์ และข้อควรระวังเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุน่าเศร้าขึ้นอีกครั้ง
ถอดบทเรียน “พังสีดอหูพับ” รู้จัก ยาสลบช้าง คืออะไร ? ต่างจากคนอย่างไร ?
ยาสลบช้างหรือยาสลบสัตว์ใหญ่ แตกต่างจากการใช้ยาสลบในคน เนื่องจากสัตว์ที่มีขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่รุนแรงกว่าคน นอกจากนี้ยังต้องออกฤทธิ์อย่างเหมาะสม ให้สงบลงแต่ยังคงสามารถฟื้นคืนสติได้อย่างปลอดภัย การเลือกใช้ยายังต้องมีความเชี่ยวชาญและคำนึงถึงลักษณะสัตว์ที่ใช้ หากเป็นสัตว์ป่าที่มีลักษณะตื่นตระหนกการใช้ยาจะต่างจากสัตว์ใหญ่ที่ถูกเลี้ยงไว้หรือสัตว์ใหญ่ที่ไม่มีความดุร้าย
โดยมากแล้วยาสลบที่ใช้กับสัตว์รวมถึงสัตว์ใหญ่จะมีด้วยกัน 2 ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่ ยา xylazine hydrochloride และ ยา Etorphine Hydrocholride หรือ M99 ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ยังคงต้องใช้โดยผู้เชี่ยวชาญถือเป็นยาอันตรายที่จัดอยู่ในบัญชียาควบคุมพิเศษ มีคุณสมบัติต่างกัน อีกทั้งยังมียาชนิดอื่น ๆ ที่ใช้เป็นยาสลบหรือเพื่อเตรียมร่างกายของสัตว์ให้สงบลง ซึ่งจะมีรายละเอียดการใช้งานที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์

ถอดบทเรียน “พังสีดอหูพับ” รู้จัก “ไซลาซีน” ยาสลบสัตว์ที่ส่งผลถึงหัวใจ
ยา xylazine hydrochloride (ไซลาซีน ไฮโดรคลอไรด์) เป็นยาสลบที่ใช้สำหรับสัตว์ใหญ่ เช่น ม้า วัว กวาง รวมถึงช้างและสัตว์ทดลองต่าง ๆ ยานี้ออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลางและทั่วร่างกาย ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและออกฤทธิ์แก้ปวด ผลคือทำให้ง่วงจนถึงขั้นสลบได้ ทั้งนี้ ผลต่อหัวใจและหลอดเลือดจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงในช่วงแรก และจะกดความดันโลหิตให้ต่ำลงจนอาจเกิดผลข้างเคียงให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ รวมถึงเกิดอาการอาเจียนจากการหายใจที่ลดลงได้
ผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยาที่มีหลายอย่างทำให้การใช้ยาไซลาซีนนี้จะมีการใช้ควบคู่กับยา acepromazine (เอซโพรมาซีน) ยาระงับประสาทและทำให้สงบ ที่เป็นยาเตรียมก่อนวางยาสลบเพื่อให้ลดการอาเจียน ความวิตกกังวล มักใช้ในสัตว์ขนาดเล็ก
ข้อควรระวังของยา xylazine hydrochloride ต้องคำนึกถึงสัตว์ที่ได้รับยา โดยสัตว์ต้องไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ เนื่องจากตัวยาส่งผลในการลดความแรงของการบีบตัวของหัวใจ ฤทธิ์ยาจะลดการเต้นองหัวใจ อาจเกิดหลอดเลือดหัวใจหดตัว ส่งผลให้หัวใจขาดเลือดได้
ถอดบทเรียน “พังสีดอหูพับ” กับยา M99 ยาสลบเพื่อควบคุมสัตว์ตื่นตะหนก
ยา Etorphine Hydrochloride (อีทอร์ฟิน ไฮโดรครอไลน์) หรือ M99 เป็นยากลุ่มอนุพันธุ์ของฝิ่น ออกฤทธิ์เหมือนมอร์ฟีนที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางบรรเทาอาการเจ็บปวด แต่ฤทธิ์นั้นมากกว่ามอร์ฟีนมากกว่า 1,000 เท่า เหมาะกับการใช้เป็นยาสลบสำหรับสัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษที่มีสัญชาติญาณสัตว์ป่า ซึ่งมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะมีความตื่นกลัวและดุร้าย
และเนื่องจากฤทธิ์ยาร้ายแรงมาก จึงเป็นยาที่มีราคาที่สูงมาก ทั้งยังมีการควบคุมในระดับสูงตั้งแต่แหล่งผลิต มีการรายงานติดตามการใช้งานในทุก ๆ มิลลิกรัมต่อหน่วยงานควบคุม
ข้อควรระวังของยา M99 การใช้งานยานี้จำเป็นต้องใช้โดยผู้เชี่ยวชาญที่ต้องผ่านการอบรมเป็นพิเศษโดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ใช้งานและสัตว์ เพราะปริมาณที่ผิดพลาดเพียงนิดเดียวส่งผลถึงชีวิตได้ มีการศึกษาวิจัยที่กำหนดชัดเจนถึงปริมาณการใช้ต่อชนิดของสัตว์ให้มีความเหมาะสม
ถอดบทเรียน “พังสีดอหูพับ” กับแนวทางระดับนานาชาติ
ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการสูญเสียในกรณีของ “พังสีดอหูพับ” ชวนในสงสัยถึงแนวทางในการจัดการเคลื่อนย้ายสัตว์นานาชาติ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF มีการออกคู่มือ “การเคลื่อนย้ายและจัดการสัตว์ (Translocations & Animal Handling)” มีส่วนของการใช้ยาสลบหรือก็คือการใช้สารเคมีควบคุมสัตว์นั้นมีแนวทางและข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยของคนและสัตว์ โดยสรุปรวมแล้วมีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้
ขอบเขตการทำงาน การจับรวมถึงการเคลื่อนย้ายและการดูแลรักษาทางการแพทย์สำหรับสัตว์ป่า โดยเน้นเป็นพิเศษที่ชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
การวางแผนล่วงหน้า การใช้สารเคมีต้องมีการประเมินก่อนวางยา (pre-anesthetic assessment) รวมถึงการคำนวณปริมาณยาสำรองฉุกเฉินและจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อม
มาตรการด้านความปลอดภัย ต้องมีการระบุมาตรการรักษาความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ก่อนเริ่มดำเนินการ เนื่องจากสารเคมีบางชนิดที่ใช้กับสัตว์ป่ามีความเข้มข้นสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากมนุษย์สัมผัสโดนอีกด้วย
การฟื้นตัว (Recovery) หลังการเคลื่อนย้าย ขั้นตอนการบังคับสัตว์เพื่อเคลื่อนย้ายจะไม่เสร็จสิ้นจนกว่าสัตว์จะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ทั้งทางร่างกายและสติสัมปชัญญะ และต้องสามารถกลับคืนชีวิตปกติได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตต่อไป
บทเรียนจากพังสีดอหูพับถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของการอนุรักษ์ช้างไทยที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับชีวิตและการสูญเสียเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
อ้างอิง
- วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- สัตวแพทยสภา
- องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)


















