ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลิกพูดแบบนี้ ถ้าอยากรักกันยาว! รู้จักม้า 4 ตัวที่จะทำลายชีวิตคู่ของคุณ


Lifestyle

THANATCHA SUVIBUY

แชร์

เลิกพูดแบบนี้ ถ้าอยากรักกันยาว! รู้จักม้า 4 ตัวที่จะทำลายชีวิตคู่ของคุณ

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3672

เลิกพูดแบบนี้ ถ้าอยากรักกันยาว! รู้จักม้า 4 ตัวที่จะทำลายชีวิตคู่ของคุณ

 

เป็นเรื่องปกติที่ทุก ความสัมพันธ์ จะต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง และหลายครั้งที่การทะเลาะกันอาจช่วยให้ ชีวิตคู่ ปรับจูนเข้าหากันได้ดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ พฤติกรรมการสื่อสาร บางรูปแบบที่อาจเปลี่ยนความขัดแย้งเล็กน้อยให้กลายเป็น ปัญหาชีวิตคู่เรื้อรัง โดยเฉพาะ 4 สัญญาณอันตรายที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากปล่อยไว้รอยร้าวนี้อาจยากจะเยียวยาจนนำไปสู่การเลิกราได้


4 จตุรอาชาที่ทำลายความสัมพันธ์

ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่มีการกล่าวถึง “4 อัศวินขี่ม้า” หรือ “4 จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก (Four Horsemen of the Apocalypse)” ตามความเชื่อทางศาสนาคริสต์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหายนะ 4 ประการ ได้แก่ การพิชิต สงคราม ความอดอยาก และความตาย

จากตำนานนี้ จอห์น กอตต์แมน (John Gottman) นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ชาวอเมริกันนำมาเปรียบเทียบกับ รูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษ 4 รูปแบบ ซึ่งบ่อนทำลายความสัมพันธ์และเป็นสัญญาณเตือนว่าชีวิตคู่ของคุณกำลังเผชิญปัญหา

ประกอบด้วย การวิพากษ์วิจารณ์ การดูถูก การปกป้องตัวเอง และการนิ่งเฉยใส่กัน โดยกอตต์แมนกล่าวว่า ยิ่งมีการใช้คำพูดลักษณะนี้ต่อกันมากเท่าไหร่ โอกาสการหย่าร้างก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว

ม้าตัวที่ 1: การวิพากษ์วิจารณ์ (Criticism)
คือการใช้คำพูดเชิงตำหนิหรือจ้องจับผิดคู่รักอยู่เสมอ โดยเฉพาะ “การวิจารณ์แบบทำลายล้าง (Destructive Criticism)” ที่พุ่งเป้าไปที่ตัวตนหรือจุดอ่อนของอีกฝ่าย แทนที่จะพูดถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เช่น “ทำไมคุณขี้เกียจแบบนี้” หรือ “คุณไม่มีความรับผิดชอบเลย”

การสื่อสารรูปแบบนี้มักทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกคุกคามจนปิดกั้นการรับฟัง และทำให้ประเด็นสำคัญบิดเบือนไป กอตต์แมนชี้ว่าหากวิจารณ์กันบ่อย ๆ ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข และจะนำไปสู่ม้าตัวที่ 2 คือการดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงกว่า

วิธีแก้ไข: ลองเปลี่ยนจากการตำหนิแรง ๆ มาเป็นการสื่อสารความต้องการของตัวเองแทน บอกให้เขารู้อย่างนุ่มนวลว่าเราอยากให้เขาทำอย่างไร วิธีนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายพร้อมเปิดใจรับฟังมากขึ้น

ตัวอย่าง: แทนที่จะพูดว่า “คุณมันขี้เกียจ แค่ล้างแก้วยังทำไม่ได้” ให้เปลี่ยนเป็น “ฉันจะขอบคุณมากเลยถ้าคุณช่วยล้างแก้วที่ใช้แล้ว เพราะมันช่วยลดภาระให้ฉันได้เยอะเลย”

ม้าตัวที่ 2: การดูหมิ่นเหยียดหยาม (Contempt)
ไม่ว่าจะเป็นการถากถาง กลอกตา ประชดประชัน หรือการด่าทอ กอตต์แมนกล่าวว่านี่คือม้าที่อันตรายที่สุดและเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการหย่าร้างได้ชัดเจนที่สุด

ความรู้สึกเหยียดหยามมีต้นตอมาจากความรู้สึกว่าตนเอง “เหนือกว่า” เช่น รู้สึกว่าตัวเองเจ้าระเบียบกว่า ขยันกว่า หรือฉลาดกว่า ความคิดเหล่านี้มักสะสมมานานจนแสดงออกผ่านคำพูดหรือท่าทาง ซึ่งเป็นการส่งสารว่าอีกฝ่าย “ไม่สำคัญ” หรือ “ไม่ได้รับความเคารพ” และทำให้ความเห็นอกเห็นใจกันลดน้อยลง

วิธีแก้ไข: สิ่งที่จะกำจัดความคิดนี้ได้คือ “การรู้จักชื่นชม” ลองมองหาข้อดีหรือความประทับใจแรกที่ทำให้คุณรักเขา และพยายามสื่อสารสิ่งดี ๆ ออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้บ่อย ๆ

ม้าตัวที่ 3: การป้องกันตัว (Defensiveness)
มาในรูปแบบของการหาข้ออ้าง ปัดความรับผิดชอบ หรือการทำตัวเป็นเหยื่อ (Playing Victim) เพื่อปกป้องอัตตา (Ego) ของตนเองจากการถูกโจมตี มากกว่าจะรับฟังความกังวลของอีกฝ่าย

ซูซาน เดกเกส ไวท์ (Suzanne Degges-White) ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์กล่าวว่า “เมื่อคู่ของคุณรู้สึกว่าไม่ได้รับการรับฟัง สุดท้ายจะนำไปสู่การเก็บกดอารมณ์ด้านลบ ซึ่งรอวันระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

ม้าตัวที่ 4: การนิ่งเฉยใส่กัน (Stonewalling)
ในสถานการณ์ที่ขัดแย้ง การนิ่งเพื่อให้ใจเย็นลงนั้นเป็นเรื่องดี แต่หลายครั้งเราใช้ “ความเงียบ” เพื่อปิดกั้นหรือลงโทษอีกฝ่าย ซึ่งอาจรวมถึงการเมินเฉยขณะสนทนา เช่น ไถโทรศัพท์ หรือถามคำตอบคำโดยไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

พฤติกรรมเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดและถือเป็นการทำร้ายจิตใจ (Emotional Abuse) รูปแบบหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์อย่างมาก

วิธีแก้ไข: ลอร่า เฮ็ค (Laura Heck) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หมั่นสังเกตอารมณ์ตนเอง เมื่อเริ่มรู้สึกไม่พอใจจนเข้าสู่สภาวะ 'สู้หรือหนี' (Fight-or-Flight) ควรรีบขอถอนตัวจากการสนทนาชั่วคราว แต่ต้องบอกให้อีกฝ่ายทราบชัดเจนว่า “ขอเวลาสงบสติอารมณ์สักพัก แล้วจะกลับมาคุยกันใหม่ในตอนไหน” เพื่อให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง

ปัญหาชีวิตคู่ ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการสื่อสารที่บิดเบือนโดยไม่ตั้งใจ การรู้เท่าทันพฤติกรรมการสื่อสารที่เป็นพิษ ที่กล่าวข้าวต้นช่วยให้เราได้นำมาสำรวจตัวเอง เพราะกุญแจสำคัญในการรักษาความรักให้ยืนยาว คือการยอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้คู่รักก้าวข้ามทุกอุปสรรคและรักษาความรักให้มั่นคงในระยะยาว

สำหรับใครที่อยากเติมอาหารสมองและสร้างภูมิคุ้มกันให้ ชีวิตคู่ สามารถติดตามเรื่องน่ารู้และกรณีศึกษาที่น่าสนใจผ่านเนื้อหาของ Thai PBS ดังนี้

ที่มา: Huffpost , PsychCentral


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความรักความสัมพันธ์ชีวิตคู่
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ