ไม่ว่าจะมองไปทางไหนในยุคนี้ แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements) ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีรอบตัวเรา ตั้งแต่สมาร์ตโฟน ไปจนถึงมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งใครจะไปคิดว่าท่ามกลางภูเขาและผืนดินของประเทศไทย ก็มีขุมทรัพย์แร่แรร์เอิร์ธที่ชื่อว่า ‘โมนาไซต์’ (Monazite) ซ่อนตัวอยู่ด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว
ปกติแล้ว ‘โมนาไซต์’ เป็นแร่พลอยได้ที่ได้มาจากการทำเหมืองแร่ดีบุกในอดีตของไทย ซึ่งเคยเฟื่องฟูในยุค ค.ศ. 1970 - 1980 เนื่องจากตามธรรมชาติทางธรณีวิทยาแล้ว โมนาไซต์และดีบุกมักจะเกิดพร้อมกันในชั้นหินแกรนิตใต้โลก ทำให้ในอดีตเวลาเราขุดหาดีบุก เราก็มักจะได้โมนาไซต์ติดขึ้นมาด้วยเสมอ

ทว่าในยุคนั้น โมนาไซต์กลับถูกมองว่าเป็นเพียงหางแร่ขยะที่ติดมาด้วยเท่านั้น เพราะตลาดโลกยังไม่รู้ว่าจะเอา ‘โมนาไซต์’ ไปทำอะไร ไม่เหมือนกับดีบุกที่นำพารายได้เข้าประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำ จากการนำดีบุกไปทำสายวงจร และชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอนาล็อกในสมัยนั้น จนกระทั่งเมื่อโลกเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัลความต้องการของแร่แรร์เอิร์ธก็เริ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะธาตุสำคัญ ๆ 4 ธาตุหลัก ที่แฝงตัวอยู่ข้างในโมนาไซต์อีกทีหนึ่ง ซึ่งต้องนำมาถลุงสกัดแยกในภายหลัง ดังนี้
1. นีโอไดเมียม (Neodymium) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการจัดเรียงขั้วแม่เหล็กภายในอะตอมให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างหนาแน่นและมั่นคง สามารถนำไปสร้างแม่เหล็กที่ทั้งเบาและมีแรงดูดสูงได้ ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกชนิดที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงประสิทธิภาพไว้ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สาย สมาร์ตโฟน เครื่องซักผ้า กังหันลม ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ตัวนีโอไดเมียม จะช่วยให้ตัวรถมีวิ่งได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แถมยังมีกำลังขับเคลื่อนที่แรงขึ้นอีกด้วย
2. ดิสโพรเซียม (Dysprosium) แร่ทำหน้าที่เพิ่มความเสถียรทางความร้อนให้กับโครงสร้างผลึกของแม่เหล็ก หรือพูดก็คือธาตุนี้ช่วยแม่เหล็กทนทานต่อความร้อนสะสมได้ดีขึ้นมาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีที่ใช้มอเตอร์ที่ต้องหมุนด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการเสื่อมสภาพลงเร็วเกินไป โดยเฉพาะในกังหันลม และรถยนต์ไฟฟ้า ในปัจจุบันมีการประเมินว่าโลกของเรานั้นต้องการแร่นี้เป็นปริมาณถึง 3 เท่าของอัตราการผลิตในปัจจุบัน

3. เทอร์เบียม (Terbium) ธาตุที่มักนำมาใช้เป็นสารเจือปนในการผลิตเอสเอสดี (SSD) หรือหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์ ในโทรศัพท์มือถือ (HDD) และยังเป็นตัวควบคุมพลังงานที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น เสถียรขึ้น นอกจากนี้การทำจอแอลอีดี (LED) ก็มีการใช้เทอร์เบียมเป็นตัวสร้างแม่สีเขียวบนหน้าจออีกด้วย
4. ทอเรียม (Thorium) ธาตุกัมมันตรังสีที่เป็นองค์ประกอบของโมนาไซต์ราว 5-20% ซึ่งหลายประเทศตัวโลกกำลังสนใจที่จะนำทอเรียมไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor หรือ SMR) รุ่นใหม่ ๆ โดยมีข้อดีคือปฏิกิริยานิวเคลียร์จากทอเรียมจะหยุดทำงานเองได้ง่ายกว่าหากเกิดความผิดปกติ เนื่องจากทอเรียมมีโครงสร้างนิวเคลียสที่เสถียรกว่ายูเรเนียมในเตาปฏิกรณ์ทั่วไป ทอเรียมจึงมีความปลอดภัยสูงและสามารถลดการเกิดขยะกากกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ในระยะยาวได้
โดยเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา ประเทศไทยและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยการค้าแร่แรร์เอิร์ธระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย ซึ่งข้อตกลงนี้เปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามาลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสกัดแร่แรร์เอิร์ธในไทย เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจากจีนที่ครองส่วนแบ่งใหญ่ของโลกในปัจจุบัน เป็นภาพสะท้อนความสำคัญของแร่แรร์เอิร์ธที่ได้พาไทยเข้าไปผูกพันกับตลาดการค้าโลกได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามการที่จะนำโมนาไซต์มาสกัดเป็นแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อส่งออกก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะว่าโมนาไซต์นั้น เป็นแร่กลุ่มฟอสเฟตที่มีโครงสร้างผลึกแข็งแกร่งและเสถียรมาก การที่จะสกัดเอาธาตุแรร์เอิร์ธที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา ก็ต้องใช้กระบวนการที่รุนแรงกว่าแร่ชนิดอื่นหลายเท่าตัว โดยต้องนำโมนาไซต์ไปหลอมละลายในสารละลายเข้มข้นภายใต้อุณหภูมิที่สูงจัดเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อทำลายพันธะทางเคมีให้แตกออก ซึ่งต้องใช้พลังงานความร้อนมหาศาล และสารเคมีกัดกร่อนที่รุนแรง
มิหนำซ้ำเนื่องด้วยคุณสมบัติกัมมันตรังสีของธาตุทอเรียมนี่เอง ทำให้กระบวนการถลุงแร่ สกัดแร่ ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการกักเก็บและจัดการกับกากกัมมันตรังสีอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย โมนาไซต์จึงมีต้นทุนที่สูงมากในการสกัดธาตุแรร์เอิร์ธอื่น ๆ ออกมาเพื่อนำไปใช้งานต่อไป
และที่สำคัญก็คือประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม หากเราไม่มีการจัดการการถลุงแร่ที่เป็นระบบ การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำลายเราได้ ทั้งมลพิษ สารเคมี และฝุ่นผงกัมมันตรังสีที่หลงเหลือจากการสกัดแร่ก็อาจปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ และผืนดินรอบ ๆ ได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ รวมถึงการเกษตร และการท่องเที่ยวในระยะยาวไปเป็นลูกโซ่ได้

สุดท้ายแล้ว ‘โมนาไซต์’ ก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมหน้าประเทศไทยให้กลายเป็นผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะอาด และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลตามเทรนด์โลกในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องไม่ลืมว่าการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการกำกับดูแลที่โปร่งใส หากเราสามารถบริหารจัดการทรัพยากรแรร์เอิร์ธได้อย่างเหมาะสม กากแร่จากยุคเหมืองดีบุกในวันวาน ก็จะกลายเป็นรากฐานใหม่ที่พาเศรษฐกิจไทยและมนุษยชาติก้าวผ่านยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : dmr, britannica, csiro, pubs.usgs, iea
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















