Laser ID เลขหลังบัตรประชาชน คืออะไร มีความสำคัญ และเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ ฟังคำตอบชัด ๆ จาก ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้ก่อตั้ง PDPA Thailand
ที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า ทำไมบางแอปฯ หรือบางเว็บไซต์ ขอทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมกับขอ Laser ID เลขหลังบัตรประชาชน ทั้งที่ในชีวิตประจำวันแทบไม่เคยต้องหยิบตัวเลขชุดนี้มาใช้งานเลย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้ก่อตั้ง PDPA Thailand ให้สัมภาษณ์ในรายการ "วันใหม่วาไรตี้" ในช่วง “รู้ทันกันได้” เกี่ยวกับความสำคัญของ Laser ID
Laser ID รหัสหลังบัตรประชาชน คืออะไร ?
Laser ID เป็นชุดรหัสกำกับบัตร เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาลและเมืองพัทยา เพื่อใช้ยืนยันว่าบัตรนี้เป็นบัตรที่ออกให้จากราชการ ซึ่ง Laser ID จะเชื่อมโยงกับเลขบัตรประชาชนในการทำบัตรแต่ละครั้ง ไม่ได้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยการทำบัตรประชาชนแต่ละครั้ง เลข Laser ID จะเปลี่ยนทุกครั้ง
Laser ID จะประกอบไปด้วยรหัสจำนวน 3 ชุด ดังนี้
- รหัส 3 ตัวแรก ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษจำนวน 2 หลัก และตัวเลขจำนวน 1 หลัก หมายถึง รุ่นของชิปข้อมูลของบัตรตามช่วงระยะเวลาที่กรมการปกครองกำหนด
- รหัสชุดที่สอง 7 ตัว ประกอบด้วยตัวเลขจำนวน 7 หลัก หมายถึง หมายเลขของกล่องที่ใช้บรรจุบัตรประชาชน
- รหัสชุดที่สาม ประกอบด้วยตัวเลขจำนวน 2 หลัก หมายถึง ลำดับของบัตรประชาชนที่บรรจุในกล่องในรหัสชุดที่สอง
ทำไมบางเว็บไซต์ต้องขอ Laser ID
ดร.อุดมธิปก อธิบายว่า สิ่งที่มีการดำเนินการบนโลกดิจิทัล จำเป็นต้องขอ Laser ID เพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครใช้บริการ โดยการตรวจสอบเลขบัตรประชาชนควบคู่กับรหัสหลังบัตรประชาชน ตามขั้นตอน ระบบจะส่งข้อมูลเลขบัตรประชนชน เลขหลังบัตรประชนชน ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ไปเช็กที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แตกต่างจากการสมัครหรือทำกิจกรรมที่มีการยืนยันตัวของผู้สมัครแบบซึ่งหน้า สามารถใช้เฉพาะเลขหน้าบัตรประชาชนอย่างเดียวได้
Laser ID เป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมาย PDPA หรือไม่ ?
ดร.อุดมธิปก กล่าวว่า ข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมาย PDPA มาตรา 26 คือ ข้อมูลที่บ่งบอกตัวตนบุคคลนั้นได้ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม รสนิยมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ
ส่วน Laser ID ไม่ใช่ข้อมูลลักษณะพิเศษหรือข้อมูลอ่อนไหว เป็นเพียงข้อมูลชุดหนึ่งที่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น Laser ID ถูกจัดเป็น "ข้อมูลทางอ้อม" เท่านั้น
"Laser ID เลขหลังบัตรประชาชน และเลขบัตรประชาชน ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องให้ใคร ส่วนหน่วยงานราชการบางแห่งที่ยังต้องใช้สำเนา แนะนำว่าการเซ็นสำเนาบัตรประชาชนสามารถใช้ลายเซ็นอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องใช้ลายเซ็นสำหรับการเบิกถอนเงินในธนาคาร เนื่องจากตามกฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องใช้ลายเซ็นจริง รวมถึงการขีดคร่อม ควรเขียนระบุวันที่ และวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ให้ชัดเจนด้วย" ดร.อุดมธิปก ให้คำแนะนำ
ความเสี่ยงที่ต้องระวังเมื่อ Laser ID หลุด!
ทุกครั้งที่กังวลใจว่าข้อมูลบัตรประชาชนรั่วไหลออกไป การทำบัตรประชาชนใหม่ เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันได้ เนื่องจากทุกครั้งที่มีการทำบัตรประชาชนใหม่ต้องเข้าไปยืนยันเลขหลังบัตรประชาชนใหม่ในแอปฯ ธนาคารอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องยืนยันข้อมูลชีวภาพ เช่น การสแกนหน้า ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้ง PDPA Thailand ฝากถึงประชาชนเมื่อต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับใครต้องอ่านและศึกษาประกาศความเป็นส่วนตัวของหน่วยงานที่เก็บข้อมูล ว่าเก็บข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ใช้แบบไหนอย่างไร และให้สิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เก็บอย่างไรบ้าง สุดท้ายจะมีการลบหรือทำลายข้อมูลของเราเมื่อไร หรือจะแชร์ข้อมูลให้ใครบ้างเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









