จิ๋วระดับนาโน! QR Code ทุบสถิติโลกด้วยขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย แต่เก็บข้อมูลได้นาน 100 ปี


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ขนิษฐา จันทร์ทร

แชร์

จิ๋วระดับนาโน! QR Code ทุบสถิติโลกด้วยขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย แต่เก็บข้อมูลได้นาน 100 ปี

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3720

จิ๋วระดับนาโน! QR Code ทุบสถิติโลกด้วยขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย แต่เก็บข้อมูลได้นาน 100 ปี

นักวิจัยพัฒนา QR Code ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก จนถูกบันทึกสถิติโลก เพราะมีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย และสามารถเก็บข้อมูลได้นานถึง 100 ปี

โลกแห่งเทคโนโลยีนาโนก้าวไปอีกขั้น เมื่อนักวิจัยประสบความสำเร็จในการสร้าง "QR Code” ที่มีขนาดเล็กจนถูกบันทึกสถิติโลก โดยมีขนาดเล็กยิ่งกว่าแบคทีเรียและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นวัตกรรมนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ความจิ๋ว แต่ยังมาพร้อมความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและการแพทย์ในอนาคต

QR Code ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

ทุบสถิติโลกด้วยวิศวกรรมระดับโมเลกุล

งานวิจัยของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนา (TU Wien) ประเทศออสเตรีย ได้ระบุถึงการสร้าง QR Code ที่มีขนาดเพียง 0.197 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่า QR Code ปกติที่เราใช้กันทั่วไปถึง 100 ล้านเท่า!

ความสำเร็จนี้ได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ (Guinness Book of World Records) ว่าเป็นรหัสคิวอาร์ที่เล็กที่สุดในโลก โดยกระบวนการผลิตนี้อาศัยเทคนิคการพิมพ์แบบลิโธกราฟี (Lithography) ซึ่งเป็นการสลักรหัสลงบนพื้นผิววัสดุด้วยลำแสงเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงในระดับนาโนเมตร ทำให้ได้โครงสร้างข้อมูลที่ละเอียดซับซ้อนแม้จะมีพื้นที่ขนาดเล็กกว่าจุดทศนิยมหลายเท่าตัวก็ตาม

การเก็บข้อมูลได้ยาวนาน 100 ปี

มากกว่าขนาดที่เล็กจิ๋วแล้วคือความสามารถในการเก็บข้อมูล เพราะ QR Code นี้ถูกออกแบบมาให้จัดเก็บข้อมูลระยะยาว (Long-term Data Storage) วัสดุที่ใช้มีความคงทนต่อสภาวะแวดล้อมที่มีความร้อนสูง สารเคมีกัดกร่อน หรือแม้แต่การแผ่รังสี ซึ่งจากการทดสอบพบว่าสามารถคงสภาพและรักษาความถูกต้องของข้อมูลได้ยาวนานนับร้อยปี

สิ่งนี้ช่วยแก้ปัญหา "การสูญหายของข้อมูลดิจิทัล" (Digital Decay) ทำให้เราสามารถบันทึกประวัติศาสตร์หรือข้อมูลสำคัญของมนุษยชาติไว้บนวัตถุขนาดเล็กที่ทนทานต่อกาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง

ทีมวิจัย TU Wien กำลังทดสอบการสแกน QR Code

นวัตกรรมเพื่อการแพทย์และการติดตามผลในระดับเซลล์

การมีขนาดที่เล็กกว่าแบคทีเรียทำให้มีประโยชน์ในอุตสาหกรรมการแพทย์และชีววิทยาเช่นกัน เพราะสามารถฝัง QR Code นี้ลงบนพื้นผิวของอุปกรณ์การแพทย์ขนาดเล็ก หรือแม้แต่การนำไปประยุกต์ใช้เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของยาและสารเคมีภายในร่างกายได้ในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้การรักษาโรคแบบแม่นยำ (Precision Medicine) มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแพทย์สามารถระบุรหัสประจำตัวของสารสกัดหรืออุปกรณ์ที่ส่งเข้าไปในร่างกายได้อย่างถูกต้องแม่นยำผ่านการสแกนด้วยกล้องจุลทรรศน์เลเซอร์ ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการรักษาและช่วยให้การติดตามผลการรักษาในระยะยาวเป็นไปได้อย่างเป็นระบบและมีความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้ป่วย

เกราะป้องกันการปลอมแปลงในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

นอกจากด้านการแพทย์แล้ว เทคโนโลยีนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจด้านความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยสามารถนำไปใช้สลักรหัสลับที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าลงบนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เช่น อัญมณี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หรือวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้าแบบ 100%

เนื่องจากรหัสเหล่านี้ยากต่อการเลียนแบบและต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการอ่านค่าเท่านั้น ประโยชน์นี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและลดความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการละเมิดลิขสิทธิ์และการทำสินค้าลอกเลียนแบบ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากลที่เทคโนโลยีเดิมยังไม่สามารถแก้ไขได้

การทดสอบ QR Code

ก้าวต่อไปของการอ่านข้อมูลจากโลกจิ๋ว

แม้ว่าในปัจจุบันการอ่านค่า QR Code ขนาดจิ๋วนี้จะยังต้องพึ่งพากล้องจุลทรรศน์ลูมิเนสเซนซ์ (Luminescence Microscope) หรืออุปกรณ์พิเศษในห้องปฏิบัติการ แต่เหล่านักวิจัยยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการถอดรหัสให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างสถิติเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการวางรากฐานให้กับระบบสื่อสารระหว่าง "วัตถุ" กับ "ข้อมูล" ในระดับอะตอม ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการจัดเก็บความรู้ของโลกถูกย่อส่วนลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมนี้จึงเป็นตัวแทนของยุคสมัยที่ความเล็กจิ๋วไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการบรรจุความยิ่งใหญ่ของข้อมูลอีกต่อไป

ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวียนนาในการสร้าง QR Code ขนาดนาโนที่เล็กกว่าแบคทีเรีย ไม่เพียงแต่เป็นการทุบสถิติโลกในเชิงขนาด แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงขีดความสามารถของมนุษย์ในการควบคุมสสารเพื่อการจัดเก็บข้อมูลที่มีความทนทานนับศตวรรษ อีกทั้งยังจะส่งผลเชิงบวกในวงกว้าง ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาทางการแพทย์ ไปจนถึงการเปลี่ยนโฉมหน้าการเก็บบันทึกข้อมูลดิจิทัลให้ยั่งยืนกว่าที่เคยเป็นมาและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: tuwien, newatlas, physicsworld, interestingengineering
ที่มาภาพ: tuwien

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Technologyคิวอาร์โค้ดQR Code
ขนิษฐา จันทร์ทร

ผู้เขียน: ขนิษฐา จันทร์ทร

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความ NOW แนะนำ