อาวุธลับสู้อัลไซเมอร์ซ่อนในสมอง : การค้นพบใหม่


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

รศ. ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

แชร์

อาวุธลับสู้อัลไซเมอร์ซ่อนในสมอง : การค้นพบใหม่

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3791

อาวุธลับสู้อัลไซเมอร์ซ่อนในสมอง : การค้นพบใหม่

วันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2026 คณะนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลีส และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก ตีพิมพ์รายงานในวารสาร Cell ผลการเจาะศึกษาโปรตีนเทา (Tau) ในสมอง พบสาเหตุความแตกต่างของเซลล์สมองต่อการเสื่อมสภาพ เป็นแนวทางใหม่สำหรับการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s) และโรคอื่นๆ เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมดีเมนเทีย (Dementia) เช่น พาร์กินสัน (Parkinson)

โปรตีนเทาคืออะไร ? ทำไมคณะวิจัยจึงเลือกศึกษาโปรตีนเทา
คณะวิจัยทำการวิจัยอย่างไร ?
ผลการวิจัยเป็นอย่างไร ?
แนวทางใหม่การป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์เป็นอย่างไร ? จะได้ผลจริงหรือไม่ ?
แค่ไหน ?
เมื่อไร ?

รู้จักกับโปรตีนเทา

อย่างเร็วๆ โปรตีนโดยทั่วไปประกอบด้วย กรดอะมิโน จับเรียงตัวกันเป็นห่วงโซ่ยาว ร่างกายมนุษย์แต่ละคน ประกอบด้วยโปรตีนเป็นสัดส่วนมากที่สุดอันดับสอง คือ ประมาณ 20% (คนมีมวลหรือน้ำหนัก 75 กิโลกรัม จะประกอบด้วยโปรตีน 12 กิโลกรัม) โดยมีน้ำเป็นสัดส่วนมากที่สุดของร่างกาย คือ ประมาณ 60%)

ในร่างกายมนุษย์ มีโปรตีนทั้งหมดกว่า 100,000 ชนิด ประกอบรวมตัวกันเป็นกระดูก , กล้ามเนื้อ , เส้นประสาท , อวัยวะ , เนื้อเยื่อ , ผิวหนัง , ฯลฯ มีหน้าที่หลักในการทำให้ร่างกายคงรูปร่างอยู่ได้ ทรงตัวอยู่ได้ ร่างกายและอวัยวะต่างๆ ทำงานอย่างให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และซ่อมแซมรักษาส่วนของร่างกายที่ทรุดโทรม , เสียหายหรือเสื่อมสภาพ

สำหรับกรดอะมิโนในร่างกายทั้งหมดประมาณ 20% ผลิตโดยร่างกาย ส่วนที่เหลือมาจากภายนอกร่างกาย ส่วนใหญ่ คือ อาหาร

แล้วโปรตีนเทาล่ะ ?

โปรตีนเทา หรือ Tau จากชื่อเต็ม tubular associated unit (หน่วยเกี่ยวพันกับโปรตีนโครงสร้างรูปทรงท่อ) เป็นโปรตีนพบอยู่มากในระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nerous System) คือ สมองและเส้นประสาทโดยทั่วไปในร่างกาย...

โดยสำหรับสมอง โปรตีนเทาจะพบอยู่มากใน Frontal Cortex (คอร์เท็กซ์ส่วนหน้า) , Temporal lobe (กลีบขมับของสมอง) , ฮิปโปแคมพัส (hippocampus) และซีรีเบลลัม (Cerebellum)

นอกเหนือไปจากในเส้นประสาทและสมอง โปรตีนเทาก็พบ...แต่เป็นปริมาณน้อยกว่า...อยู่ในเนื้อเยื่อ , ต่อม , อวัยวะ ดังเช่น ตับ , ต่อมน้ำลายและผิวหนัง

แล้วทำไมคณะวิจัยจึงเลือกศึกษาโปรตีนเทา ?

คำตอบเกี่ยวกับ หน้าที่การทำงานของโปรตีนเทา

โปรตีนเทา Cr.Bristol-Myers Squibb Company

การค้นพบโปรตีนเทา

อย่างย่อๆ การค้นพบโปรตีนเทา เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1975 โดย มาร์ก เคิร์ชเนอร์ (Marc Kirschner) และคณะแห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

มาร์ก เคิร์ชเนอร์ เป็นนักชีวเคมีชาวอเมริกัน

ที่มาการค้นพบโปรตีนเทา เกิดจากความตั้งใจของคณะนักวิทยาศาสตร์นำโดย มาร์ก เคิร์ชเนอร์ ในการศึกษาและค้นหา “บางสิ่งบางอย่าง” ที่มีบทบาทมากเป็นพิเศษ ต่อการก่อกำเนิดและการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย

จากการศึกษา ก็พบโปรตีนตามโจทย์ “คล้ายกัน” 6 ชนิด ซึ่ง มาร์ก เคิร์ชเนอร์ และคณะตั้งชื่อเรียกเป็น “Tau”

หลังถูกค้นพบ โปรตีนเทาก็เป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่ง ของนักวิทยาศาสตร์ ในการเจาะศึกษา แล้วก็จึงได้พบว่า โปรตีนเทามิใช่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างและควบคุมการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกายมนุษย์เท่านั้น ยังมีบทบาทที่ดูจะ “ไม่พึงประสงค์” ด้วย นั่นคือ พบว่า โปรตีนเทา ดูจะมีบทบาทสำคัญต่อการทำงาน “อย่างผิดปกติ” ของ “สมอง” ทำให้เกิดอาการโรคเกี่ยวกับระบบประสาท คือ อัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมดีเมนเทีย เช่น โรคพาร์กินสัน

แล้วจึงเกิดเป็น “ปัญหาใหม่” ว่า โปรตีนเทา “ไปทำอะไร ?” “อย่างไร ?” หรือเกิด “อะไร ?” กับโปรตีนเทา จึงเกิดความผิดปรกติของระบบควบคุมความรู้สึกนึกคิด และการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมอง

การวิจัยใหม่ : นักวิจัย โจทย์และวิธีการ

ผลงานการวิจัยใหม่ มี อาวี เจ. แซเมลสัน (Avi J. Samelson) นักประสาทวิทยาและนักชีวเคมีแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลีส เป็นนักวิจัยหลัก และเป็นผลงานที่เขาได้ทำต่อเนื่องจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก

อาวี เจ. แซเมลสัน เป็นนักวิจัยที่ไม่ใช่อาวุโส (อายุมาก) นัก จบปริญญาเอกทางด้านชีววิทยาโมเลกุลและเซลล์ เมื่อปี ค.ศ 2017 จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ แล้วไปทำงานเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก ถึงปี ค.ศ. 2025

ความสนใจหลักของ อาวี เจ. แซเมลสัน สำหรับการศึกษาวิจัย คือ เรื่องเกี่ยวกับโปรตีน และบทบาทของโปรตีน ต่อระบบการทำงานของร่างกาย ในปัจจุบัน เขามีห้องปฏิบัติการในชื่อของตนเอง คือ “Samelson Lab” (ห้องปฏิบัติการ แซเมลสัน) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลีส เป็นห้องปฏิบัติการเน้นการวิจัยเกี่ยวกับโปรตีนมากเป็นพิเศษ

โจทย์การวิจัยที่เป็นโฟกัสเรื่องวันนี้ อย่างตรงๆ คือ ต้องการหาคำตอบสำหรับ “ปัญหาใหญ่” เรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับระบบประสาทของมนุษย์ว่า ทำไมเส้นประสาทต่างๆ จึง “ดูจะ” มีความต้านทานต่อ “สิ่งรบกวน” หรือ “เป็นพิษ” ต่อเซลล์แตกต่างกัน

แล้วคณะวิจัยก็ตั้งสมมติฐานว่า สาเหตุความแตกต่างดังกล่าว น่าจะเกี่ยวข้องกับ “โปรตีนเทา”

จริงแล้ว คำถามนี้ ก็เป็นคำถามที่อยู่ในใจของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับระบบประสาทของมนุษย์อยู่แล้ว แต่คณะวิจัยจับเรื่องนี้ มาเป็นเป้าหมายหลักของวิจัย แล้วออกแบบการวิจัยศึกษาเพื่อหาคำตอบ

งานวิจัย Microtubules in blue, tau represented in green, and a-beta in yellow. Ryan Julian:UCR

สำหรับวิธีการวิจัย กระบวนการที่สำคัญคือ

*ตัวอย่างที่ศึกษา เป็นเส้นประสาทของมนุษย์ เพาะขึ้นมาในห้องทดลองจากสเต็มเซลล์ (stem cell) หรือ เซลล์ต้นกำเนิด ของคนทั้งที่เป็นคนปกติธรรมดา และคนมีอาการภาวะสมองเสื่อม คือ อัลไซเมอร์

*เครื่องมือหรือเทคนิคหลักที่ใช้ คือ เทคนิคการตัดต่อยีนคริสเปอร์ (CRISPR) และ คริสปรี (CRISPRI) 

คริสเปอร์ หรือ คริสเปอร์-เคส9 (CRISPR-CAS9) เป็นเทคนิคการตัดต่อยีนที่ตัดดีเอ็นเอไม่ต้องการออกไป เกิดเป็นยีนใหม่ ส่วน คริสปรี (CRISPRI) จากชื่อเต็ม CRISPR interference (การก่อกวนคริสเปอร์) เป็นเทคนิคในการ “ปิด (silencing)” ดีเอ็นเอ เพื่อ “ยุติการทำงาน” แต่มิใช่ “ตัดออกอย่างถาวร”

สำหรับการวิจัยใหม่นี้ ใช้คริสปรีมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงเกิดกับเซลล์ประสาทอย่างไม่ถาวร

*วิธีการเรียก CRISPR screening หรือการคัดกรองคริสเปอร์ คณะวิจัยใช้วิธีการคัดกรองคริสเปอร์ เพื่อดูผลของการตัดต่อ...อย่างไม่ถาวร...ยีนบางตัว ที่ทำให้เกิดผลบางอย่างกับเส้นประสาท โดยโฟกัสที่ผลต่อโปรตีนเทาและโปรตีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คณะวิจัยตั้งเป้าการศึกษาวิจัยเป็นระดับ “ทั่วจีโนม” (genome wide) คือ เริ่มต้นกับการเจาะศึกษายีนที่มีอยู่ทั้งหมดในตัวมนุษย์ ซึ่งตามความรู้ความเข้าใจเดิม ก่อนโครงการถอดรหัสยีนมนุษย์ (Human Genome Project) มนุษย์แต่ละคน มียีนทั้งหมดประมาณ 100,000 ยีน แต่ผลจากโครงการถอดรหัสยีนมนุษย์ (ประกาศในปี ค.ศ. 2003) พบว่ามนุษย์เรา มียีนจริงๆ เพียงประมาณ 20,000 ยีน และจำนวนยีนที่ถูกเจาะศึกษาอย่างลงลึก สำหรับเป้าหมายจำเพาะของการวิจัย คือ บทบาทหรือผลการทำงานของยีนต่อโปรตีนเทา ก็ลดลงไปอีกเป็นกว่าหนึ่งพันยีน

ผลการวิจัย : อาวุธลับซ่อนในสมอง

ผลการวิจัยที่สำคัญ คือ (1) การค้นพบโปรตีนอาวุธลับซ่อนอยู่ในสมอง และ (2) ผลจากความเครียดของ ไมโทคอนเดรีย (mitochondria)

หนึ่ง : โปรตีนอาวุธลับซ่อนในสมอง

จากการทดลอง “ปิดสวิตช์” ทีละยีนกว่า 1,000 ยีน เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นกับโปรตีนต่างๆ ของเส้นประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตีนเทา ผลการวิจัยพบโปรตีนเชิงซ้อน (protein complex) CRL5SOCS4 (เรียกว่า ซี-อาร์-แอล-5-เอส-โอ-ซี- เอส-4) ซึ่งดูจะทำหน้าที่จับตาการรวมตัวอย่างผิดปรกติของโปรตีนเทา...

เมื่อพบ ก็ทำเครื่องหมายหรือ “ป้าย” โปรตีนที่ผิดปรกติด้วย molecular tag (ป้ายโมเลกุล) เพื่อส่งต่อไปยังระบบกำจัดของเสียของเซลล์ต่อไป

เมื่อคณะวิจัยตรวจศึกษาเนื้อเยื่อสมองของคนป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ พบว่า เส้นประสาทที่มีโปรตีนเชิงซ้อน CRL5SOCS4 ในระดับสูง มีแนวโน้มจะ “เอาตัวรอด” จากการรวมตัวของโปรตีนเทาได้มากขึ้น

โปรตีนเชิงซ้อน CRLSOCS4 จึงเป็นเสมือนกับ “อาวุธลับ” ซ่อนอยู่ในสมอง ที่มีศักยภาพในการจัดการกับโปรตีนเทาที่สร้างปัญหา

สอง : ผลจาก “ความเครียด” ของไมโทคอนเดรีย

ไมโทคอนเดรีย เป็นแหล่งผลิตพลังงานหรือ “โรงไฟฟ้า” ของเซลล์ มีลักษณะคล้ายไส้กรอกหรือท่อขนาดเล็กอยู่นอกนิวเคลียสของเซลล์ มีดีเอ็นเอของตนเอง

จากการเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ ดังนั้น ถ้าเกิดความผิดปกติใดๆ กับไมโทคอนเดรีย ก็จะทำให้ ไมโทคอนเดรียมีสภาพ “เครียด” และส่งผลกระทบต่อการผลิตพลังงานเพื่อป้อนให้กับเซลล์

สาเหตุความเครียดของไมโทคอนเดรียที่ทราบกัน ก็คือ จากการเสื่อมสภาพอย่างเป็นธรรมชาติของคนมีอายุมาก และก็เป็นสาเหตุใหญ่สาเหตุหนึ่ง ทำให้คนอายุมากเกิดปัญหากับสุขภาพมากกว่าคนหนุ่ม-สาว

จากการวิจัย คณะวิจัยได้ทดลอง “ก่อกวน” ไมโทคอนเดรีย พบว่า มีโปรตีนเทาในสภาพไม่ปรกติ เกิดมากขึ้น เป็นโปรตีนเทาที่พบอยู่ในเลือดและไขสันหลังของคนป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

คณะวิจัยคาดว่า เมื่อไมโทคอนเดรียมีปัญหา (เกิดความเครียด) ก็จึงมีผลต่อระบบการจัดการโปรตีนที่มีปัญหา และจึงทำให้เกิดการสั่งสมของโปรตีนเทามากขึ้น

ผลการวิจัยกับแนวทางใหม่การป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์

ก่อนไปเปิดดูแนวทางใหม่จากการวิจัยในการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ เราไปเปิดดูอย่างเร็วๆ สภาพการณ์ของโรคอัลไซเมอร์ทั่วโลก

ตามข้อมูลถึงวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2025 ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO (World Health Organization)

*ในปี ค.ศ. 2021 มีประชากรทั่วโลกป่วยด้วยอาการภาวะสมองเสื่อม (ดีเมนเทีย) 57 ล้านคน และเพิ่มขึ้นทุกปีเกือบ 10 ล้านคน

*ในจำนวนผู้ป่วยมีอาการภาวะสมองเสื่อมดังกล่าว มากที่สุด คือ ระหว่าง 60-70% ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

*อัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 7 (อันดับหนึ่ง คือ โรคเกี่ยวกับหัวใจ)

แนวทางใหม่ในการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์จากการวิจัยใหม่ เป็นอย่างไร ? จะได้ผลจริงหรือไม่ ? แค่ไหน ? เมื่อไร ?

อย่างตรงๆ ผลการวิจัยชี้ช่องทางใหม่ให้ 2 ช่องทาง สู่แนวทางใหม่เดียวกัน (ในการป้องกันและรักษาโรค อัลไซเมอร์)

ช่องทางแรก และนับเป็น “ไฮไลต์” สำคัญของผลการวิจัย คือ เจาะศึกษา “อาวุธลับ” ที่ซ่อนอยู่ในสมอง คือ โปรตีนเชิงซ้อน CRL5SOCS4 อย่างละเอียด ลงลึกว่า โปรตีนเชิงซ้อน CRL5SOCS4 ทำงานอย่างไร ? ชี้เป้าคือ โปรตีนเทาที่มีปัญหาได้อย่างไร ? กระบวนการหรือระบบการจัดการกับโปรตีนเทาที่ถูก “ชี้ตัว” เป็นอย่างไร ?

ช่องทางที่สอง คือ ในส่วนเกี่ยวกับไมโทคอนเดรียที่ “เกิดความเครียด” แล้วจึงเกิดมีโปรตีนเทามากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ ก็ยังมีโจทย์ต้องเจาะศึกษาต่อ ถึงสาเหตุของความเครียดที่เกิดกับไมโทคอนเดรีย โดยเป้าหมายต่อเนื่อง ก็คือ จะป้องกันหรือลดสาเหตุความเครียดที่เกิดกับไมโทคอนเดรียได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของผลจากความเครียดของ ไมโทคอนเดรีย ต่อการเกิดของโปรตีนเทาที่เป็นปัญหา

แล้วแนวทางใหม่ เข้าใกล้เป้าหมาย คือ การป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์แค่ไหน ? เมื่อไร ?

บทสรุปรวบยอดของคณะวิจัย คือ ถึงแม้ผลการวิจัยจะบ่งชี้ว่า การวิจัยได้เดินมาถูกทางแล้ว แต่ก็ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก กว่าจะเปลี่ยนการค้นพบใหม่ให้เป็นความจริงขึ้นมา !

แปลอย่างตรงๆ สำหรับบทสรุปรวบยอดของคณะวิจัย ก็คือ ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผลงานการค้นพบใหม่ของคณะวิจัยหรืออาวุธลับซ่อนอยู่ในสมอง จะเกิดเป็น “ความจริง” ขึ้นมาเมื่อไร !

แต่จากความสำคัญของโจทย์ และความมุ่งมั่นของคณะวิจัย รวมทั้ง “ความจำเป็นและเร่งด่วน” ของโจทย์ ต่อคุณภาพชีวิตของคนทั้งโลก ผู้เขียนเชื่อว่า วันที่คาดหวังกันนั้น จะมาถึงในอนาคตอันใกล้!

แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดอย่างไร ?

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thai PBS Sci & Tech Thai PBS Sci And Tech วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิตชัยวัฒน์ คุประตกุลScienceอัลไซเมอร์ความเครียด
 รศ. ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

ผู้เขียน:  รศ. ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

นักวิทยาศาสตร์ และนักอนาคตศาสตร์ เจ้าของคอลัมน์ ​"วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต"

บทความ NOW แนะนำ