ในประวัติศาสตร์วงการเพลงลูกทุ่งร่วมสมัย คงไม่มีชื่อไหนที่สะท้อนถึงคำว่า ปรากฏการณ์และความแกร่ง ได้ชัดเจนไปกว่าศิลปินเพลงลูกทุ่ง "ใบเตย อาร์สยาม" อีกแล้ว
เพราะจากเด็กสาวที่มีความฝันเพียงอย่างเดียวคือการอยากเป็นนักร้อง เธอไม่ได้แค่ก้าวเข้ามาประดับวงการ แต่เธอเข้ามาเขย่าและเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเพลงลูกทุ่งไทยให้ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ท่ามกลางเสียงชื่นชมที่มาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่หยุดหย่อนตลอดทศวรรษ แต่อะไรที่ทำให้ชื่อของ ‘ใบเตย อาร์สยาม’ เป็นตัวแม่ที่ไม่เคยหายจากวงการ ติดตามได้จากบทความตอนนี้

ใบเตย อาร์สยาม กับตำนาน “สั้นเสมอหู”
ย้อนกลับไปในยุคที่ใบเตยเปิดตัว เธอมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่กล้าแกร่ง มั่นใจ และแฟชั่นกางเกงสั้นกุดจนเป็นที่มาของฉายา "สั้นเสมอหู" ในตอนนั้นทำให้สังคมไทยเกิดแรงกระเพื่อมอย่างหนัก มีทั้งฝ่ายที่มองว่านี่คือความทันสมัย แสดงถึงความกล้าแสดงออก และก็ยังมีฝ่ายที่มองว่าขัดต่อวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
แต่หากเรามองข้ามเรื่อง "สั้น" เข้าไปที่เนื้อผ้า เราจะพบว่าสิ่งที่ทำให้ใบเตยยืนหยัดอยู่ได้ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ แต่คือ ผลงาน และผลงานที่เป็นที่ประจักษ์และโด่งดังเป็นพลุแตกนั่นก็คือเพลง ‘เช็คเรตติ้ง’, ‘สกัดดาวยั่ว’ และที่พีกที่สุดนั่นก็คือเพลง ‘รักต้องเปิด (แน่นอก)’ ที่ใบเตยได้ร่วมงานกับวงรุ่นใหม่ไฟแรงในยุคนั้นอย่าง ‘3.2.1’ ซึ่งเพลงนี้ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีชนิดที่ว่ามียอดวิวถล่มทลาย และสร้างไวรัลในการเต้นตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง สิ่งนี้เองคือบทพิสูจน์ว่าเธอคือศิลปินที่ขายความสามารถควบคู่ไปกับคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน

เส้นทางของใบเตยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเป็นศิลปินที่มักจะถูกดราม่าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ การใช้ของแบรนด์เนม หรือคำพูดคำจาที่มักถูกตีความผิดจนเกิดกระแสลบในโลกโซเชียล และยังมีมรสุมลูกใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่ทำให้เธอต้องห่างหายจากหน้าจอไปพักใหญ่ ซึ่งเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรับไหว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือ "หัวใจที่พร้อมจะลุกขึ้นใหม่อยู่เสมอที่มีโอกาส" และในวันที่เธอกลับมาจับไมค์อีกครั้ง เราไม่ได้เห็นเพียงแค่นักร้องสาวสวยคนเดิม แต่เราเห็นผู้หญิงที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน มีความนิ่ง สุขุม และถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ลึกซึ้งกว่าเดิม การกลับมาของเธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงที่รอคอย ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการวางตัวและความเป็นมืออาชีพที่เธอสะสมมาโดยตลอด
ใบเตย อาร์สยาม ตัวแม่ที่เต็มร้อยเสมอ
หากมองให้ลึกลงไปว่าทำไมชื่อของ ‘ใบเตย อาร์สยาม’ ยังคงครองตำแหน่ง "ตัวแม่" ของวงการ แม้จะมีกระแสด้านลบเข้ามาทักทายเป็นระยะก็ตาม หากวิเคราะห์ดูจะเห็นว่า ไม่ว่าหลังเวทีเธอจะเจอกับความเครียดหรือมรสุมหนักแค่ไหน แต่เมื่อก้าวขึ้นบนเวที ใบเตยจะมอบพลังงาน 100% ให้คนดูเสมอ เธอเต้นสุด ร้องสุด และเอนเตอร์เทนจนจบโชว์ นี่คือคุณสมบัติที่เจ้าภาพงานจ้างและแฟนคลับต่างยอมรับ
และที่สำคัญเธอเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา และยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น และถ้ามองในมุมการเป็นศิลปิน ใบเตยคือคนที่ลบภาพจำว่าลูกทุ่งต้องเรียบร้อยเสมอไป เธอได้นำแฟชั่นและความเป็นสากล เข้ามาผสมผสาน จนทำให้เพลงลูกทุ่งเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนเมืองได้มากยิ่งขึ้น สิ่งนั้นเองจึงทำให้ใบเตยไม่ได้เป็นแค่ "นักร้องลูกทุ่ง" แต่เธอคือแบรนด์ที่ทรงอิทธิพล การที่เธอสามารถกลับมายืนหยัดในวงการได้อย่างสง่างามหลังจากผ่านวิกฤตชีวิต คือการตบหน้าคำสบประมาทได้ดีที่สุด

เรื่องราวของ ใบเตย อาร์สยาม คือบทเรียนชีวิตเล่มใหญ่ที่สอนให้รู้ว่า ในโลกที่ทุกคนพร้อมจะตัดสินเราจากหน้าข่าวหรือกระแสโซเชียล สิ่งเดียวที่จะสามารถช่วยให้เราอยู่รอดได้คือ เนื้อแท้ของความสามารถและจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ความเป็นตัวแม่ของเธอไม่ได้วัดกันที่จำนวนเพชรบนเสื้อผ้า หรือความสั้นของกางเกง แต่วัดกันที่จำนวนครั้งที่เธอลุกขึ้นสู้ใหม่หลังจากถูกโชคชะตาเหวี่ยงลงดิน ชีวิตของใบเตยบอกกับเราทุกคนว่า พายุไม่ได้มาเพื่อทำลายเราเสมอไป แต่มันมาเพื่อทดสอบว่าตัวเราเองแกร่งพอที่จะผ่านมันไปได้แค่ไหน วันนี้รอยยิ้มของเธอบนเวทีจึงไม่ใช่แค่การแสดง แต่มันคือชัยชนะของคนที่เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ในทุก ๆ วัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่ามรสุมในชีวิตของคุณจะหนักหนาเพียงใด ขอให้ดูเรื่องราวของ "ใบเตย อาร์สยาม" เป็นตัวอย่างว่า ตราบใดที่ลมหายใจยังไม่สิ้นสุด และเรายังไม่หยุดที่จะเชื่อในฝีมือของตัวเอง วันหนึ่งฟ้าจะเปิด และสปอร์ตไลท์แห่งโอกาสจะส่องลงมาที่ตัวเราอีกครั้งอย่างแน่นอน

ติดตามชมรายการ "นักผจญเพลง Free play" ได้ทุกวันเสาร์ 21.30 น. ทาง #ThaiPBS #ช่องหมายเลข3 หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live ชมทุกตอนได้ทาง www.thaipbs.or.th/SongHunterTV









