หุ่นยนต์ชุดเกราะ สูงเกือบ 3 เมตร ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ ลุยพื้นที่เสี่ยงภัยที่รถเข้าไม่ถึงได้


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ขนิษฐา จันทร์ทร

Thai PBS
แชร์

หุ่นยนต์ชุดเกราะ สูงเกือบ 3 เมตร ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ ลุยพื้นที่เสี่ยงภัยที่รถเข้าไม่ถึงได้

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3990

หุ่นยนต์ชุดเกราะ สูงเกือบ 3 เมตร ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ ลุยพื้นที่เสี่ยงภัยที่รถเข้าไม่ถึงได้

หุ่นยนต์ชุดเกราะ ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ ความสูงกว่า 2.8 เมตร สามารถปรับเปลี่ยนโหมดเดินได้อย่างอิสระ ออกแบบมาช่วยยกระดับภารกิจกู้ภัยเพื่อลุยพื้นที่ภัยพิบัติแบบสมบุกสมบัน

ภาพจินตนาการจากภาพยนตร์วิทยาศาสตร์และอนิเมะได้โลดแล่นในโลกแห่งความจริงมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้กลายเป็นนวัตกรรม “หุ่นยนต์ชุดเกราะยักษ์ที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จากประเทศจีน

การเปิดตัวเทคโนโลยีนี้สร้างความตื่นตัวอย่างมากในแวดวงวิทยาศาสตร์และการกู้ภัย เนื่องจากมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงหรือจัดแสดงเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ให้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง พื้นที่ทุรกันดาร หรือเขตภัยพิบัติที่ยานพาหนะหรือรถยนต์ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้

หุ่นยนต์ขนาดยักษ์ ที่มนุษย์เข้าไปควบคุมได้จริง

เทคโนโลยีนี้เป็นยานพาหนะรูปแบบใหม่ที่มีโครงสร้างเป็นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 2.8 เมตร และน้ำหนักรวมขณะปฏิบัติการมากกว่า 500 กิโลกรัม ตัวหุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงพิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ตัวโครงสร้างภายนอกผลิตจากวัสดุโลหะผสมที่มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อแรงกระแทกในระดับสูง บริเวณส่วนกลางลำตัวถูกออกแบบให้เป็นห้องคนขับแบบเปิด (Open Cockpit) ที่แน่นหนา ปลอดภัย และให้ทัศนวิสัยที่กว้างไกล ช่วยให้ผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์สามารถเข้าไปนั่งและบังคับกลไกการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ได้อย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ ผ่านระบบการควบคุมที่ตอบสนองอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทำหน้าที่เสมือนเป็นส่วนขยายของร่างกายมนุษย์ในการยกหรือย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมหาศาล

หุ่นยนต์ชุดเกราะ ความสูงเกือบ 3 เมตร

พัฒนาเพื่องานกู้ภัยและพื้นที่เข้าถึงยาก

แม้รูปลักษณ์จะดูคล้ายเทคโนโลยีจากภาพยนตร์ แต่เป้าหมายของผู้พัฒนาไม่ได้เน้นความบันเทิงเพียงอย่างเดียว โดยบริษัทระบุว่าหุ่นยนต์ลักษณะนี้ถูกออกแบบสำหรับภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เขตภัยพิบัติ อาคารถล่ม โรงงานอุตสาหกรรมหนัก หรือพื้นที่ที่มีสารอันตราย

หุ่นยนต์สามารถ “เดิน” และรักษาสมดุลได้ในพื้นที่ที่รถล้อยางหรือรถตีนตะขาบทำงานได้ยาก เช่น ซากอาคาร พื้นหิน หรือทางลาดชัน ในขณะเดียวกัน ผู้ควบคุมยังสามารถใช้แขนกลในการยกสิ่งกีดขวาง เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือช่วยเปิดทางให้ทีมกู้ภัยได้ แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม จากเดิมที่เน้นทำงานอยู่กับที่ในโรงงาน ไปสู่ “หุ่นยนต์ภาคสนาม” ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือสถานการณ์จริงนอกอาคารมากขึ้น

หุ่นยนต์ใช้การบังคับการคนเป็นหลัก

ผสานพลังมนุษย์เข้ากับระบบอัจฉริยะ

ผู้พัฒนามองว่าการให้ AI ช่วย “ประคองการเคลื่อนไหว” จะทำให้มนุษย์ควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว แนวทางนี้แตกต่างจากหุ่นยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพราะยังให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจหลักในสถานการณ์สำคัญ ซึ่งเหมาะกับงานกู้ภัยหรือเหตุฉุกเฉินที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และยากต่อการคาดการณ์ล่วงหน้า

หุ่นยนต์สามารถเดินได้แบบ 2 ขา และ 4 ขา

แม้วันนี้เทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่แนวคิดการใช้ร่างกายกลแทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต โดยเฉพาะในโลกที่ภัยพิบัติและงานเสี่ยงสูงมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ และหุ่นยนต์อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยในโรงงานอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ตัวแทนของมนุษย์” ในพื้นที่ที่คนไม่สามารถเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: unitreegd01, Xinhua, futurism, gizmodo
ที่มาภาพ: unitreegd01

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thai PBS Sci And Tech TechnologyThai PBS Sci & Tech หุ่นยนต์หุ่นยนต์แปลงร่างหุ่นยนต์ชุดเกราะหุ่นยนต์ AI
ขนิษฐา จันทร์ทร

ผู้เขียน: ขนิษฐา จันทร์ทร

นักเขียนอิสระ สนใจเทคโนโลยี เชื่อว่าคอนเทนต์และ Storytelling ที่ดี สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูลได้

บทความ NOW แนะนำ