นก ถือเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าที่พบเห็นได้ง่ายและมีความหลากหลายทางสายพันธุ์มากที่สุดในโลก ทว่าในความหลากหลายนั้น ธรรมชาติกลับสร้างสรรค์ให้นกบางชนิดมีรูปร่าง หน้าตา และสีสันคล้ายกัน จนทำให้ผู้พบเห็นสับสนและมักจะเรียกชื่อสลับกันอยู่เป็นประจำ วันนี้ Thai PBS จะพาทุกคนไปสวมรอยเป็นนักส่องนก แล้วมาจับผิดจุดต่างของเหล่านกแฝดคนละฝาเหล่านี้กัน
นกฝาแฝดต่างสายพันธุ์ “นกกางเขนบ้าน vs นกอีแพรดแถบอกดำ”
นกสองชนิดนี้ถือเป็นเพื่อนบ้านใกล้ตัวที่พบได้บ่อยตามย่านชุมชนและสวนในเมือง พวกมันมีขนสีขาว-ดำสลับกันและขนาดตัวที่ไล่เลี่ยกันมาก จนหลายคนทึกทักไปว่าเป็นนกชนิดเดียวกัน แต่ถ้าลองขยับเข้าไปสังเกตใกล้ ๆ จะพบว่าพวกมันมีเอกลักษณ์ที่แยกจากกันได้ชัดเจน
สำหรับ นกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie-Robin) โดดเด่นด้วยขนสีดำเงางามคลุมส่วนหัวและหลัง ตัดกับท้องสีขาว มีแถบสีขาวพาดตามแนวยาวของปีก และเมื่อพวกมันกระดกหางขึ้นลงตามนิสัยเฉพาะตัว เราจะสังเกตเห็น ขนหางคู่นอกเป็นแถบสีขาว อย่างชัดเจน
ในส่วนของ นกอีแพรดแถบอกดำ (Pied Fantail) หากมองระยะไกลจะดูคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วขนของมันจะเป็นสีน้ำตาลคล้ำคลาดจากสีดำ จุดเด่นคือมีแต้มสีขาวเล็ก ๆ ดูคล้าย “คิ้ว” บนใบหน้า และมีแถบขนสีดำคาดอยู่ที่หน้าอกคล้ายกับกำลังสวมสร้อยคอเส้นโต ที่สำคัญ พวกมันมักชอบกางหางแผ่ออกเป็นรูปพัดอยู่เสมอ
นกฝาแฝดต่างสายพันธุ์ “อีกา vs กา”
ในภาษาไทยเรามักจะคุ้นเคยและเรียกนกขนสีดำทั้งตัวรวม ๆ กันว่า “กา” หรือ “อีกา” ทว่าในเชิงอนุกรมวิธานระดับสากลแล้ว อีกา (Crow) และ กาเรเวน (Raven) มีสรีระและพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะอยู่ในวงศ์และสกุล Corvus เดียวกัน
เริ่มกันที่ กาเรเวน (Raven) พี่ใหญ่ที่มักพบในซีกโลกเหนือ มีขนาดตัวประมาณ 59-69 เซนติเมตรที่ใหญ่ยักษ์กว่าอีกาทั่วไปถึงสองเท่า จนดูคล้ายกับเหยี่ยว มีขนใต้ลำคอที่หนาฟูเป็นแผง และเมื่อบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ปลายหางของมันจะแผ่ออกเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ในทางกลับกัน อีกามีขนใต้คอเรียบและสั้นกว่า และมีหางเป็นรูปพัดเมื่อบินอยู่บนท้องฟ้า
ส่วน อีกา (Crow) นกประจำถิ่นที่เราพบเห็นกันจนชินตาในประเทศไทย มีขนาดตัวย่อมลงมาไล่เลี่ยกับนกพิราบ ขนใต้คอเรียบสั้นไม่ฟูหนา และมีรูปทรงหางขณะบินร่อนเป็นรูปพัดโค้งมน
นกฝาแฝดต่างสายพันธุ์ “นกพิราบ vs นกเขา”
นกพิราบ (Pigeon) และ นกเขา (Dove) เป็นนกที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน คือ Columbidae ทำให้โครงสร้างสรีระดูอ้วนกลมคล้ายกัน แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่านกทั้งสองชนิดนี้จุดสังเกตที่แยกแยะได้ในทันที
นกพิราบ มีลำตัวอ้วนกลม จงอยปากสั้นและมีติ่งเนื้อหนาอยู่ตรงโคนปาก ส่วนหัวมีขนสีเทา ขนบริเวณลำคอมีสีเหลือบเขียว ลำตัวสีเทาเข้มขนส่วนหัวและหลังมักเป็นสีเทาเข้ม มีแถบสีดำคาดที่ปีกสองเส้น ขาสั้นและมีผิวสีแดง และจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือขนบริเวณลำคอที่ประกายเหลือบเขียวอมม่วง
ในส่วนของ นกเขา โดยทั่วไปมักมีรูปทรงลำตัวที่เพรียวกว่านกพิราบเล็กน้อย มีหัวสีเทาเช่นเดียวกัน ขนตามตัวเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทาอ่อนแตกต่างกันไปตามชนิด มีจุดสังเกตสำคัญตรงบริเวณข้างคอและท้ายทอยที่จะมีแถบคาดสีดำแซมด้วยจุดสีขาวกระจายตัวอยู่ ขาและนิ้วเท้าสีแดง
นกฝาแฝดต่างสายพันธุ์ “นกฮูก vs นกแสก”
นกแสก และ นกฮูก นกผู้ล่าในยามค่ำคืนคู่นี้ มักถูกผูกโยงเข้ากับเรื่องราวลึกลับและโชคลางตามความเชื่อโบราณ อีกทั้งพวกมันยังมีโครงสร้างร่างกายที่คล้ายกันมาก ซึ่งด้วยวิถีชีวิตที่หากินในความมืดเหมือนกันทำให้คนมองสลับกันบ่อยครั้ง ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกมันอยู่กันคนละวงศ์
นกแสก (Barn Owl) จัดอยู่ในวงศ์ Tytonidae ซึ่งเป็นวงศ์นกแสก มีจุดเด่นที่เห็นแล้วจำได้ทันทีคือ วงหน้าสีขาวเป็นรูปหัวใจ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลแดงคล้ำ ไม่มีขนชี้ตั้งบนหัว ลำตัวมีสีน้ำตาลแซมเทา และมีจุดสีขาวและน้ำตาลกระจายทั่วตัว
ในส่วนของ นกฮูก (True Owl) จัดอยู่ในวงศ์ Strigidae หรือวงศ์นกเค้าแมว มีจุดเด่น คือวงหน้าจะเป็นทรงกลม มีดวงตาสีส้มเหลืองถึงสีส้ม นกฮูกหลายชนิดจะมีขนพิเศษชี้ตั้งขึ้นมาบนหัวสองข้างดูคล้ายใบหูเล็ก ๆ มักใช้เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ นกฮูกส่วนใหญ่จะมีขนพิเศษเป็นสีน้ำตาล เทา หรือมีลายจุดอยู่ทั่วตัว
การแยกนกฮูกกับนกแสก ทำได้อีกวิธี คือการแยกจากเสียงร้อง นกแสก จะส่งเสียงร้องเป็นเสียงกรีดแหลมคล้ายเหล็กขูดกัน ส่วน นกฮูก มีเสียงร้องทุ้มต่ำเป็นจังหวะที่คุ้นเคย คือ “ฮูก...ฮูก”
หากคุณต้องการสำรวจโลกแห่ง “นก” สามารถติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ จาก Thai PBS ดังนี้
- 7 เรื่องเกี่ยวกับน้องนกแสก ลืมไปเลยว่าเคยเป็น “นกผี” | ALTV
- ชวนส่อง 6 นกประจำชาติแห่งเอเชีย อัตลักษณ์ล้ำค่าที่ซ่อนตัวในผืนป่า | ต่อยอด
- เข้าใจนกมากขึ้น! “เสียงร้อง” สะท้อนบุคลิก “นก” มีบทบาทสำคัญต่อการผสมพันธุ์ | Thai PBS Sci & Tech
ที่มา: องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในราชูปถัมภ์, The urban nature enthusiast, Mental Foss
คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)









