เพราะแม้จะมีความสำคัญต่อระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ก็สร้างผลกระทบในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แล้วไทยจะมีแนวทางการป้องกัน-ทางออกอย่างไร ท่ามกลางสุญญากาศในการบริหารจัดการเรื่อง Data Center ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้ให้ความรู้ไว้อย่างน่าสนใจไว้ในรายงานจับตาสถานการณ์ ไทยพีบีเอส

การสร้าง Data Center ในเมืองไทย ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในด้านใดบ้าง
ตอนนี้ มีการตั้ง Data Center ในเมืองไทยประมาณ 40 แห่ง แล้วเกิดปัญหา-ผลกระทบค่อนข้างเยอะ เนื่องจาก Data Center เป็นเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ที่เก็บเอาไว้ในอาคาร ดังนั้นจึงต้องมีการระบายอากาศ มีน้ำหล่อเย็นระบายความร้อน สิ่งที่กังวลของประชาชนก็คือ Data Center สามารถตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นได้ เนื่องจากภาครัฐมองว่า Data Center เป็นแวร์เฮาส์ หรือเป็นตึก-อาคารสูง เพราะมีการขออนุญาตก่อสร้างในลักษณะดังกล่าว ทำให้ Data Center สามารถตั้งในพื้นที่ชุมชนได้ เช่น รามคำแหง หรือพระราม 9
ประเด็นต่อมา Data Center ใช้น้ำและไฟฟ้าค่อนข้างเยอะมาก ขนาดใหญ่พิเศษ 100 เมกะวัตต์ ต้องใช้น้ำ 4 ล้านลิตรต่อวัน ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80,000 หลังคาเรือน หากเป็น Data Center ขนาด 10-20 เมกะวัตต์ จะใช้น้ำประมาณ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน ใช้ไฟฟ้าประมาณ 8,000 หลังคาเรือน
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบคือการระบายความร้อนไปสู่ชุมชนข้างเคียง โดยการใช้น้ำหล่อเย็น แล้วหากน้ำเหล่านี้ถูกระบายลงในแหล่งน้ำจะเกิดการปนเปื้อน เพราะในน้ำหล่อเย็นต้องใส่สารคลอรีนไฮโปคลอไรต์ (นิยมเรียกว่า โซเดียมไฮโปคลอไรต์ หรือ Sodium Hypochlorite เป็นสารประกอบประเภทเกลือในรูปของเหลวใส สีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นฉุนของคลอรีน มักรู้จักกันทั่วไปในชื่อ “คลอรีนน้ำ” หรือ “สารฟอกขาว”) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ที่สำคัญใช้ทรัพยากรท้องถิ่นสูงมาก แต่รายได้และการจ้างงานกลับคืนสู่ชุมชนค่อนข้างน้อย ไม่คุ้มค่าต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ต้องเสียไป

ช่องว่างในการกำกับดูแล Data Center ในปัจจุบัน
อันที่หนึ่ง ช่องว่างกฎหมายผังเมือง เนื่องจากยังไม่มีนิยามที่ใช้ควบคุมดูแล Data Center โดยตรง จึงมีการก่อสร้าง Data Center ว่าเป็นคลังสินค้า หรืออาคาร-สำนักงาน เป็นต้น ซึ่งกฎหมายผังเมืองไม่ได้ห้ามประกอบกิจการประเภทนี้ ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนด ตรงไหนสร้างได้หรือไม่ได้ เช่น ในสหรัฐอเมริกา ต้องสร้างในผังเมืองที่เป็นสีม่วง โซนอุตสาหกรรม หรือสีแดง ในย่านธุรกิจบางแห่งเท่านั้น (ไม่ใช่ทุกแห่ง) ที่ไม่มีชุมชนหนาแน่น นอกจากนี้ การจะสร้าง Data Center ต้องมีการประเมินสิ่งแวดล้อม เพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน ให้ประชาชนได้ออกความเห็น
แม้ในปัจจุบันการก่อสร้าง Data Center ได้รับสิทธิพิเศษในการส่งเสริมจากภาครัฐ เช่น กทม. อีอีซี หรือ BOI แต่ต้องมีเงื่อนไขมีการควบคุม เช่น น้ำหล่อเย็นต้องเป็นระบบปิด ห้ามปล่อยลงสู่แม่น้ำ ไฟฟ้าต้องแยกใช้จากประชาชน ต้องใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด เป็นต้น

Data Center ที่สร้างเสร็จไปแล้ว จะแก้ไขปัญหาอย่างไร?
ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งอนุกรรมการมาดูแลเรื่อง Data Center โดยเฉพาะ ดังนั้นต้องมีการออกระเบียบ หลักการด้านสิ่งแวดล้อม ต้องมีการ Monitoring ให้ท้องถิ่นติดตามตรวจสอบ มีการออก พ.ร.บ. ต่าง ๆ เช่น พ.ร.บ.สาธารณสุข, พ.ร.บ. ของ กทม. ตรวจวัดอากาศ น้ำ ความร้อน ต้องมีโซนปลูกต้นไม้ล้อมรอบอาคาร และไม่ให้มีการปล่อยกลิ่นต่าง ๆ ไปสู่ชุมชน ขณะที่ คลังน้ำมัน ต้องมีการป้องกันการระเบิด-ไฟไหม้ ใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วไปกำกับ Data Center

ผลกระทบของ Data Center ที่อาจจะเกิดขึ้นกับชุมชน
สิ่งที่ต้องกังวลคือ การระบายอากาศของ Data Center จะทำให้ชุมชนร้อนขึ้น อาจจะ 1-2 องศาเซลเซียส เพราะมีการระบายออกมาตลอดเวลา ยิ่งหน้าร้อนจะยิ่งร้อนมากขึ้น ต่อมาคือจะมีเสียงดังรบกวนคงที่อยู่ตลอดเวลา อาจทำให้นอนไม่หลับ เกิดความเครียดได้ ดังนั้น Data Center ต้องมีการติดตั้งกำแพงกั้นเสียง ขณะที่ การใช้น้ำมันดีเซล เนื่องจากต้องมีการทดสอบอุปกรณ์-เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟดับ น้ำมันดีเซลก็จะมีฝุ่นละออง เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการตรวจสอบให้ดี

แล้ว Data Center ที่กำลังจะสร้าง ควรมีอะไรไปกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ
คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา นอกจากติดตามตรวจสอบ Data Center ที่สร้างเสร็จไปแล้ว Data Center ที่กำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่ ต้องสั่งหยุดไว้ก่อน เพื่อรอกฎหมายใหม่ออกมา เช่น ต้องให้มีการทำรายงาน EIA (Environmental Impact Assessment คือ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาและคาดการณ์ผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิต ก่อนเริ่มดำเนินโครงการขนาดใหญ่) ต้องสร้างอยู่ในผังเมืองที่กำหนด ดังนั้น ตอนนี้จึงต้องให้หยุดไว้ก่อน ไม่อนุมัติไปเรื่อย ๆ และรัฐบาลต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ

การสร้าง Data Center ในต่างประเทศเป็นอย่างไร
เรื่องนี้ เมืองไทยต้องมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง อย่างในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก็มีข้อห้ามหยุดสร้าง Data Center ไปก่อน 1 ปี แล้วค่อยนำกลับมาพิจารณาใหม่ ส่วนรัฐจอร์เจีย ไม่ให้สร้าง Data Center แล้ว เนื่องจากน้ำไม่พอใช้ ขณะที่บางพื้นที่ มีข้อกำหนดว่า Data Center จะต้องใช้พลังงานสะอาด ดังนั้น ภาครัฐบ้านเราต้องรับฟังความเห็นประชาชนว่าพื้นที่ไหนจะสร้างได้หรือไม่ได้ กำหนดโซนนิ่งให้ชัดเจน ออกกฎเกณฑ์ให้ชัด ซึ่งตอนนี้ยังไม่สาย
📌อ่าน : Data Center โตตาม AI! โจทย์ท้าทาย..สร้างอย่างไร? ให้ยั่งยืน
📌อ่าน : Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?
📌อ่าน : Data Center คืออะไร สำคัญอย่างไร ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



