นับถอยหลังสู่จุดจบ ? ว่าด้วย “นาฬิกาวันสิ้นโลก” ที่เตือนให้เรากลับมาฟังเสียงโลก

นับถอยหลังสู่จุดจบ ? ว่าด้วย “นาฬิกาวันสิ้นโลก” ที่เตือนให้เรากลับมาฟังเสียงโลก

แชร์

นับถอยหลังสู่จุดจบ ? ว่าด้วย “นาฬิกาวันสิ้นโลก” ที่เตือนให้เรากลับมาฟังเสียงโลก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/564623

 

ทุก ๆ ปี นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจาก Bulletin of the Atomic Scientists จะมีการประชุมปรับเข็มเวลา “นาฬิกาวันสิ้นโลก” หรือ “Doomsday Clock” เพื่อแสดงให้เห็นว่าโลกของเราอยู่ใกล้จุดหายนะมากแค่ไหน และล่าสุดในปี 2026 เข็มนาฬิกาถูกปรับไว้ที่ 89 วินาที ก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน คำถามที่ตามมาคือ นาฬิกานี้สำคัญอย่างไร และมีต้นกำเนิดจากไหน มาร่วมหาคำตอบและสำรวจความหมายของเข็มนาฬิกาไปพร้อม ๆ กัน



Doomsday Clock คืออะไร ?

“Doomsday Clock” หรือ “นาฬิกาวันสิ้นโลก” คือ นาฬิกาเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อบอกว่ามนุษยชาติเข้าใกล้จุดหายนะของโลกมากเพียงใด คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1947 โดย คณะกรรมการจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู (Bulletin of the Atomic Scientists)

แต่เดิม นาฬิกาวันสิ้นโลก ใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อบ่งชี้ถึงภัยอันตรายจากระเบิดนิวเคลียร์ โดยเข็มนาฬิกาจะถูกปรับให้เข้าใกล้หรือถอยห่างจากเวลา “เที่ยงคืน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์จุดหายนะของมนุษยชาติ 

แต่ในหลายทศวรรษต่อมา เข็มนาฬิกาจะถูกปรับไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลก ที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ซึ่งรวมถึงภัยคุกคามจาก การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ด้วย

โดยปกติแล้วเข็มนาฬิกาจะมีการพิจารณาปรับเวลาทุกปี โดย สมาชิกคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคง (Science and Security Board) ร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Bulletin ซึ่งรวมไปด้วยนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญระดับหัวกะทิ

หนึ่งในนั้นมี อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) และ เจ. โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ (J. Robert Oppenheimer) ที่รู้จักกันนามบิดาแห่งระเบิดปรมาณู รวมอยู่ด้วย โดยในปัจจุบันนาฬิกานี้อยู่ภายใต้การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติด้านเทคโนโลยี

ครั้งแรก! ที่เข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกขยับ

นับตั้งแต่การถือกำเนิดนาฬิกาวันสิ้นโลก เข็มนาฬิกานั้นได้ถูกตั้งไว้ที่ 7 นาทีก่อนเวลาเที่ยงคืน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1949 ที่เข็มนาฬิกาได้ถูกขยับให้เข้าใกล้เที่ยงคืนเป็นครั้งแรก

การปรับเข็มนาฬิกาในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดปรมาณูลูกแรก โดยผู้ที่มีบทบาทหลักในการพิจารณาปรับเวลาขณะนั้นคือ ยูจีน ราบิโนวิตช์ (Eugene Rabinowitch) นักฟิสิกส์ผู้ร่วมก่อตั้ง Bulletin of the Atomic Scientists โดยเป็นการปรับจาก 7 นาที เปลี่ยนเป็น 3 นาทีก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน

ประกาศนาฬิกาวันสิ้นโลกปี 2025 ภาพจาก Bulletin of the Atomic Scientists

ประกาศนาฬิกาวันสิ้นโลกปี 2025 ภาพจาก Bulletin of the Atomic Scientists

นาฬิกาวันสิ้นโลก กับการขยับเข็มครั้งล่าสุด

28 ครั้ง คือจำนวนครั้งที่มีการปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก นับตั้งแต่ที่นาฬิกาถือกำเนิดขึ้นมา และครั้งล่าสุดที่มีการปรับเวลาคือ ในปี 2026 นี้เอง โดยปรับให้เหลือเวลาอีกเพียง 89 วินาที ก่อนเวลาเที่ยงคืน ซึ่งนับว่าเข้าใกล้จุดหายนะมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์ให้เหตุผลว่า เกิดจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความรุนแรงและความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เป็นปฏิปักษ์กันมากขึ้น ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความขัดแย้งของอินเดีย-ปากีสถาน ตลอดจนการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล พวกเขายังเน้นย้ำถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ฯ จึงกำหนดเวลาของนาฬิกาวันสิ้นโลกไว้ที่ 89 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เข้าใกล้เส้นตายที่สุด

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านาฬิกาวันสิ้นโลกเดินมาถึงเที่ยงคืน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านาฬิกานี้ใช้ในเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีกรอบเวลาตายตัว หรือสามารถทำนายวันสิ้นโลกได้ การที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน เรียกได้เป็นสัญญาณเตือนว่ามนุษยชาติได้มาถึงจุดที่ "สายเกินจะแก้" หรือ การที่โลกของเราไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก และกว่าวันนั้นจะมาถึง เราอาจจะไม่มีโอกาสรับรู้เลยก็เป็นได้

ตามคำกล่าวของ ราเชล บรอนสัน (Rachel Bronson) ที่ปรึกษาอวุโสประจำ Bulletin of the Atomic Scientists ได้เคยกล่าวไว้กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า เข็มนาฬิกาไม่เคยเดินไปถึงเวลาเที่ยงคืน และว่าเธอหวังว่ามันจะไม่มีวันไปถึงจุดนั้น

“แต่เมื่อนาฬิกาเดินไปถึงเวลาเที่ยงคืน นั่นหมายความว่าโลกของเราได้เผชิญกับสงครามอาวุธนิวเคลียร์ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขั้นหายนะ ที่กวาดล้างมนุษยชาติไปแล้ว” เธอกล่าวต่อว่า “เราไม่อยากไปถึงจุดนั้นจริง ๆ และถึงแม้ว่าเราไปถึงจุดนั้นจริงเราก็คงไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงมันด้วยซ้ำ”

สายเกินไปไหม ที่จะหมุนเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกกลับไป ?

ความจริงแล้วเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก เคยถูกขยับให้ออกห่างจากเวลาเที่ยงคืนมากที่สุด ในปี ค.ศ. 1991 อยู่ที่ 17 นาที ก่อนถึงเที่ยงคืน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่รัฐบาลของ ประธานาธิบดีจอร์จ วอล์คเกอร์ บุช  ลงนามในสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (START I) ร่วมกับสหภาพโซเวียต

ในแง่หนึ่งการปรับเข็มนาฬิกาให้ถอยห่างจากเวลาเที่ยงคืนเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลก แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงยืนยันว่า “ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”  

บรอนสัน ตั้งข้อสังเกตว่า การร่วมมือกันอย่างเป็นระบบและการรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งโลก สามารถลดความเสี่ยงต่อหายนะในอนาคตได้ เขายังเน้นย้ำอีกว่า การไม่หยุดพูดถึงปัญหาและการมีส่วนร่วมของสาธารณชน สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายได้

นอกจากนี้ พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวันก็สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลกได้ เช่น การเดินหรือปั่นจักรยานในระยะทางใกล้ ๆ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนหรือการวางแผนเลือกซื้ออาหารให้พอดี เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งจนกลายเป็นขยะอาหาร (Food waste) การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เหล่านี้ก็สามารถบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้

“นาฬิกาวันสิ้นโลก” ที่เดินเร็วขึ้น กำลังบอกอะไรกับเรา ? บางทีนี่อาจไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ขยับเข้าใกล้เที่ยงคืน แต่คือสัญญาณเตือนให้เรากลับมาทบทวนพฤติกรรมของตัวเอง เริ่มจากการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็ก ๆ ก่อนที่เวลาจะเดินไปไกลกว่านี้

หากคุณกำลังมองหาบทความ หรือพอดแคสต์ที่ช่วยเปิดมุมมองและชวนคิด ติดตามเนื้อหาเหล่านี้

ที่มา: The Bulletin, Thai PBS News
 


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

ผู้เขียน: ธนัชชา สุวิบาย

คอนเทนต์ครีเอเตอร์ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เอกวารสารศาสตร์และสื่อสิ่งพิมพ์ มีความสนใจและประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ขับเคลื่อนชีวิตด้วยกาแฟแก้วโปรดและการดูหนัง หลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราว และมีความสนใจในจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์

บทความ NOW แนะนำ