สรุปชนวนเหตุ ฝรั่งเศสประท้วงเดือด จากประเด็นการศึกษา สู่ปัญหาค่าครองชีพพุ่ง

สรุปชนวนเหตุ ฝรั่งเศสประท้วงเดือด จากประเด็นการศึกษา สู่ปัญหาค่าครองชีพพุ่ง

"ฝรั่งเศส" เมืองแห่งน้ำหอม กำลังเผชิญเหตุการณ์การจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี จากการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่มีมูลเหตุมาจากปัญหาค่าครองชีพสูง ที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งสะสมมาอย่างยาวนาน

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ คือการประท้วงครั้งใหญ่นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ยกระดับจากการประท้วงในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ก่อนจะยกระดับเป็นการประท้วงในระดับมวลชน

Thai PBS สรุปให้อ่าน ชวนย้อนรอยเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสนี้ พร้อมหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดจากการชุมนุมในกลุ่มนักเรียนเล็กๆ ถึงกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ฝรั่งเศสได้ทั้งประเทศ

จุดเริ่มต้น "การประท้วงฝรั่งเศส" ครั้งประวัติศาสตร์

เหตุการณ์การประท้วงครั้งใหญ่นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนมัธยม และนักศึกษาในเขตชานเมืองของกรุงปารีส ที่ออกมาคัดค้านปัญหาขาดแคลนคุณครูและสภาพโรงเรียนที่เสื่อมโทรม โดยเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจเข้ามาประปราย ทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วงได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้น

“เกรตา ธันเบิร์ก” โผล่เข้าร่วม จุดความสนใจจากทั่วโลก

สหภาพแรงงานฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีประชาชนประมาณ 480,000 คน เข้าร่วมการชุมนุมทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนนักเรียน ในขณะที่ กระทรวงมหาดไทย ประเมินจำนวนผู้ร่วมชุมนุมไว้ที่ 161,500 คน เท่านั้น

จนกระทั่งวันที่ 13 ต.ค. 69 เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน ได้เข้าร่วมการชุมนุมในกรุงปารีสด้วย แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้ ช่วยดึงความสนใจจากนานาชาติ ก่อนที่การเคลื่อนไหวในกลุ่มนักเรียน จะเริ่มขยายออกไปไกลกว่าสภาพปัญหาภายในโรงเรียน

จากการประท้วงในโรงเรียน สู่การประท้วงของ ‘มวลชน’

วันที่ 16 ต.ค. 69 ขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง ได้เรียกร้องให้จัดการชุมนุมครั้งใหญ่ ในชื่อ Yellow Vest Movement โดยมีการเชิญชวนครู แรงงาน ผู้สูงอายุ และเกษตรกร ให้เข้าประท้วงร่วมกับกลุ่มนักเรียน

ขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest Movement) ภาพจาก JEFF PACHOUD / AFP

ขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest Movement) ภาพจาก JEFF PACHOUD / AFP

ด้าน "เอ็มมานูเอล มาครง" ผู้นำฝรั่งเศส ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ขณะที่ทางการเองก็ยังจำกัดการชุมนุม ให้อยู่ในพื้นที่ใจกลางกรุงปารีส เนื่องจากกังวลว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ภาพจาก LUDOVIC MARIN / AFP

เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ภาพจาก LUDOVIC MARIN / AFP

ประชาชนครึ่งล้าน ‘ลงถนน’ แสดงจุดยืน

วันที่ 17 ต.ค. 69 กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีประชาชน 550,000 คน เข้าร่วมการชุมนุมทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ มีผู้ชุมนุมประมาณ 110,000 คนในกรุงปารีส

ด้านสหภาพแรงงาน CGT ได้ประเมินว่า จำนวนผู้ร่วมชุมนุมทั่วประเทศอาจมีมากกว่า 800,000 คน ข้อเรียกร้องในครั้งนี้ ได้ครอบคลุมหลายประเด็น ไล่มาตั้งแต่ค่าครองชีพที่พุ่งกระฉูด, เงินเฟ้อ, ระบบการศึกษา ไปจนถึงคุณภาพบริการสาธารณะที่ถดถอย

เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ในการประท้วง

ในช่วงบ่ายของวันที่ 17 ต.ค. เริ่มเกิดเหตุรุนแรงขึ้นกับขบวนผู้ชุมนุม ที่อยู่บริเวณรอบนอกของกรุงปารีสและอีกหลายเมือง จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าปราบปรามประชาชน

ขณะที่ผู้ประท้วงบางส่วน ได้สวมหน้ากาก ขว้างสิ่งของและยิงดอกไม้ไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่เป็นการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม รายงานจากสำนักข่าว AFP เปิดเผยว่า มีเยาวชนวัย 17 ปี ที่เมืองแซงต์เอเตียน ได้สูญเสียมือขวา หลังได้รับบาดเจ็บ จากระเบิดควบคุมฝูงชนของตำรวจ

อาคารราชการเก่าแก่ถูกเผา เหตุการณ์บานปลาย

เหตุการณ์การประท้วงเริ่มบานปลายอีกครั้ง ในช่วงเย็นของวันที่ 17 ต.ค. 69 หลังมีกลุ่มผู้ก่อเหตุสวมหน้ากากบุกเข้าไปจุดไฟเผาศาลาว่าการเมืองลีมอฌ และบุกรุกและทำลายทรัพย์สินที่ศาลาว่าการในเมืองมาร์กเซยและเมืองลีลล์

ขณะที่สถานีตำรวจในเมืองบอร์กโดซ์เอง ก็ได้รับความเสียหายจากการบุกรุกของกลุ่มผู้ประท้วง เช่นเดียวกันกับเมืองลียง ซึ่งมีผู้ประท้วงบุกเข้าไปจุดไฟเผาสำนักงานการท่องเที่ยว

กลุ่มปล้นสะดม เริ่มออกปฏิบัติการ

ภายในคืนวันที่ 17 ต.ค. ผู้สื่อข่าว AFP พบเห็นกลุ่มปลุ้นสะดม สวมหน้ากากและถุงมือ เข้าไปตัดการทำงานของกล้องวงจรปิด ก่อนทุบกระจก และบุกเข้าไปปล้นซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายยา, ร้านสินค้าแบรนด์หรู และร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในหลายเมืองพร้อมกัน

“เซบาสเตียง เลอกอร์นู” (Sébastien Lecornu) นายกฯ ฝรั่งเศส ระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่ “รุนแรงอย่างยิ่ง” โดยทางการรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุม 1,200 คน และตำรวจได้รับบาดเจ็บ 150 นาย ก่อนที่ “มาครง” ผู้นำฝรั่งเศสจะออกมาประกาศกร้าวอีกครั้งว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพย์สินและการปล้นสะดม จะต้องถูกดำเนินคดี

เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sébastien Lecornu)  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ภาพจาก DIMITAR DILKOFF / AFP

เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sébastien Lecornu) นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ภาพจาก DIMITAR DILKOFF / AFP

ทางการฝรั่งเศส ประเมินความเสียหาย

ช่วงเช้าของวันที่ 18 ต.ค. “โลรองต์ นูเญซ” (Laurent Nuñez) รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,800 คน ขณะเดียวกัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้รับบาดเจ็บรวมกันประมาณ 500 คน

ขณะที่องค์กรค้าปลีกของฝรั่งเศสระบุว่า มีร้านค้าและธุรกิจประมาณ 1,500 แห่ง ได้รับความเสียหาย จากการปล้นสะดม โดยประเมินว่า มูลค่าความเสียหายนี้ อาจสูงถึงหลายร้อยล้านยูโร

ประชาชนรวมตัวอีกครั้งกลางกรุงปารีส

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน มีประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวกันที่จัตุรัสสาธารณรัฐในกรุงปารีส หลังมีการเผยแพร่คำเชิญชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แต่การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ

ผู้สื่อข่าว AFP เห็นตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดแสง เพื่อควบคุมสถานการณ์ ผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างขวดและก้อนหินเข้าใส่เจ้าหน้าที่ จักรยานในบริเวณใกล้เคียงถูกจุดไฟ และร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งถูกปล้น

“มาครง” ประกาศจุดยืน พร้อมโต้กลับจริงจัง

ล่าสุด ประธานาธิบดีมาครง ได้กล่าวปราศรัยต่อประชาชนทั่วประเทศ ในช่วงเย็นของวันที่ 18 ต.ค. 69 (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยแสดงจุดยืนว่า จะแยกผู้ประท้วงที่มีข้อเรียกร้องอันชอบธรรม ออกจากกลุ่มที่ทำลายทรัพย์สินและปล้นร้านค้า พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้กลับอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การประท้วงของประชาชนในขณะนี้ ยังดำเนินต่อไป พร้อมๆ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเตรียมรับมือการชุมนุมครั้งใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งยังต้องติดตามกันต่ออย่างใกล้ชิด

‘Mai 68’ การประท้วงพฤษภาคม 1968 ที่เปลี่ยน 'ฝรั่งเศส' ไปตลอดกาล

ส่องการแข่ง ‘เรือยาว’ รอบโลก

‘Lazare’ สุนัขอายุ 30 ปีในฝรั่งเศส ที่อาจเป็นสุนัขอายุยืนที่สุดในโลก

“ความรัก” ที่ไม่ได้หอมหวานเสมอไปใน “ปรัชญาฝรั่งเศส”

ผู้เขียน: Thai PBS Digital Media

-

บทความ NOW แนะนำ