กฐิน เรื่องต้องรู้งานบุญใหญ่หลังออกพรรษา

กฐิน เรื่องต้องรู้งานบุญใหญ่หลังออกพรรษา

ต้นกฐินในถังพลาสติกที่วางอยู่บนโต๊ะบริเวณร้านชำแถวบ้าน ซองขาวที่เพื่อนร่วมงานญาติพี่น้องทยอยนำมาให้พร้อมประโยคบอกบุญ หรือธงรูปจระเข้ ตะขาบ นางเงือกที่โบกสะบัดอยู่รอบบริเวณวัด เป็นสิ่งที่พบเห็นได้เป็นประจำทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงหลังออกพรรษา และถือเป็นสัญญาณว่างานบุญงานใหญ่ประจำปีกำลังจะได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แต่ทราบไหมว่า เบื้องหลังภาพเหล่านี้ มีเรื่องราวน่ารู้ซุกซ่อนอยู่อีกมากมาย เช่น ช่วงเวลาในการถอดกฐิน ประเภทของกฐิน ทำไมกฐินถึงเป็นบุญใหญ่ Thai PBS ขอชวนผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับกฐิน และเรื่องที่พุทธศาสนิกชนต้องรู้

กฐินคืออะไร ทำได้เมื่อไหร่

คำว่า "กฐิน" เป็นคำศัพท์บาลีแปลว่าไม้สะดึงหรือกรอบไม้สำหรับขึงผ้า เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อความสะดวกในการตัดเย็บจีวรของพระสงฆ์ในสมัยโบราณ แต่ปัจจุบันในทางพุทธศาสนาคำว่า “กฐิน” มีความหมายครอบคลุมและเกี่ยวเนื่องกับหลายสิ่ง เช่น

หัวใจสำคัญของการทอดกฐิน คือ การถวายผ้าไตรจีวร

หัวใจสำคัญของการทอดกฐิน คือ การถวายผ้าไตรจีวร

  • กฐิน ชื่อของงานบุญประเพณีถวายผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์
  • การทอดกฐิน คือการทำบุญถวายผ้ากฐินแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบ 3 เดือน
  • ผ้ากฐิน คือผ้าที่นำมาถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อใช้ทำเป็นจีวร
  • กรานกฐิน การนำผ้าที่จะตัดเย็บเป็นจีวรไป ขึงเข้ากับไม้สะดึง (กฐิน) เพื่อช่วยดึงผ้าให้ตึง

การทอดกฐินเป็น "กาลทาน" ทานที่ถวายตามกาล หรือทานที่มีระยะเวลากำหนดไว้ชัดเจนตามพุทธบัญญัติ โดยมีช่วงเวลาที่เรียกว่ากฐินกาล เป็นช่วงเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยแต่ละวัดสามารถรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

ผ้ากฐินที่นำมาถวายก็ต้องมีลักษณะถูกต้องตามที่พระวินัยกำหนด และเมื่อมีผู้ถวายผ้ากฐินแล้ว พระสงฆ์ต้องตัด เย็บ ย้อม หรือกรานกฐินให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว นอกจากนี้พระภิกษุต้องจำพรรษาในวัดนั้นครบ 3 เดือนโดยไม่ขาดพรรษา และต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป เงื่อนไขทั้งหมดนี้ทำให้กฐินแตกต่างจากการทำบุญทั่วไป และเป็นเหตุผลที่กฐินถูกจัดเป็นกาลทาน

ย้อนอดีตตำนานกฐิน และธงกฐิน

ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุสงฆ์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้รับผ้าจากฆราวาสโดยตรง การหาผ้ามาทำจีวรจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก พระสงฆ์ต้องไปเก็บเศษผ้าที่คนทิ้งแล้วตามป่าช้าหรือกองขยะ เช่น ผ้าบังสุกุล (ผ้าห่อศพ) นำมาซักทำความสะอาด ตัดเย็บต่อกันให้เป็นผืนใหญ่ แล้วย้อมด้วยสีเปลือกไม้เพื่อใช้สอย

ในเวลาต่อมามีพระภิกษุชาวเมืองปาฐา จำนวน 30 รูป ได้เดินทางเพื่อจะไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี แต่เมื่อเดินทางมาถึงเมืองสาเกตก็ถึงวันเข้าพรรษาเสียก่อน ทำให้พระภิกษุทั้ง 30 รูป ต้องจำพรรษาอยู่ที่เมืองสาเกตตลอด 3 เดือนตามพระธรรมวินัย

พระพุทธเจ้าทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาถูกต้องครบ 3 เดือน สามารถรับผ้ากฐินจากพุทธศาสนิกชน

เมื่อถึงวันออกพรรษา พระภิกษุทั้ง 30 รูป จึงมุ่งหน้าเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ในตอนนั้นฝนยังคงตกอยู่ หนทางจึงเต็มไปด้วยโคลนตม จีวรของพระภิกษุทุกรูปจึงเปียกปอน ชุ่มน้ำ อีกทั้งยังหนักและฉีกขาดได้ง่าย ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

จิตรกรรมฝาผนังบันทึกเรื่องราวทางพุทธศาสนา

จิตรกรรมฝาผนังบันทึกเรื่องราวทางพุทธศาสนา

เมื่อพระภิกษุทั้ง 30 รูปเดินทางถึงกรุงสาวัตถีและได้เข้าเฝ้า พระพุทธองค์ทรงตรัสถามถึงการจำพรรษาและการเดินทาง พระภิกษุจึงกราบทูลถึงความตั้งใจและความทุกข์ยากลำบากให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นความลำบากของพระสงฆ์ จึงทรงยกเรื่องนี้เป็นเหตุและมีพระบรมพุทธานุญาต ให้พระภิกษุผู้จำพรรษาครบไตรมาส สามารถรับผ้าและทำพิธี "กรานกฐิน" ได้ กฐินจึงถือเป็นทานพิเศษที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตขึ้นด้วยพระองค์เอง ในเวลาต่อมาจึงได้เกิดเป็นประเพณีงานบุญตามที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของธงกฐิน สัญลักษณ์แจ้งให้ทราบว่าวัดนี้ได้รับการจองหรือทอดกฐินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธงแต่ละผืนต่างก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป

ความหมายของธงกฐิน

ความหมายของธงกฐิน

  • ธงจระเข้ เป็นเครื่องเตือนใจให้สละความโลภ (โลภะ) ผ่านตำนานเศรษฐีขี้งกคนหนึ่ง ที่ตายไปจึงเกิดเป็นจระเข้เฝ้าสมบัติ
  • ธงนางเงือก เป็นสัญลักษณ์แห่งความมีเสน่ห์ รูปงาม และความอ่อนน้อมถ่อมตน (อัปปจายมัย) มักชักขึ้นแทนธงจระเข้เมื่อพิธีทอดกฐินเสร็จสิ้นแล้ว
  • ธงตะขาบ เป็นสัญลักษณ์เตือนใจให้ระวังพิษร้ายจากความโกรธ (โทสะ) ในอดีตใช้ปักบอกว่าวัดนี้มีผู้จองกฐินแล้ว
  • ธงเต่า สื่อถึงความอดทน ขันติ ศีล และการสำรวม ที่เปรียบได้กับเต่าที่หดอวัยวะเข้ากระดองเมื่อเผชิญภัย โดยใช้ปักเพื่อประกาศว่าวัดได้ทอดกฐินเสร็จสิ้นแล้วเช่นเดียวกัน

ประเภทของกฐิน

กฐินจำแนกออกเป็นประเภทหลัก ๆ ตามผู้จัดและลักษณะการถวาย ได้แก่

  • กฐินหลวง คือกฐินที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์หรือผู้แทนพระองค์นำไปถวาย ณ พระอารามหลวง แบ่งออกเป็น
  • กฐินพระราชพิธี คือกฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธีเสด็จฯ ถวาย ณ วัดสำคัญ
  • กฐินต้น คือกฐินที่พระมหากษัตริย์เสด็จฯ ไปถวายเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดราษฎร์
  • กฐินพระราชทาน คือผ้าพระกฐินที่พระราชทานให้แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ สมาคม หรือเอกชน ซึ่งนำไปถวาย ณ พระอารามหลวง
  • กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ประชาชนผู้มีศรัทธานำไปถวาย ณ วัดราษฎร์ ได้แก่
  • กฐินสามัคคี คือกฐินที่มีคณะเจ้าภาพหลายคนร่วมมือกันบอกบุญและจัดถวาย
  • กฐินโจรหรือกฐินจร คือกฐินที่นำไปถวายวัดโดยไม่ได้แสดงความประสงค์ล่วงหน้ากับวัดตามธรรมเนียม

นอกจากการแบ่งตามผู้จัดแล้ว ยังมีการเรียกกฐินตามลักษณะการถวาย ได้แก่

กฐินมีหลายประเภทแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการดำเนินการ

กฐินมีหลายประเภทแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการดำเนินการ

  • จุลกฐิน (กฐินแล่น/กฐินด่วน) คือกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างรีบเร่ง ทำทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บฝ้าย ปั่นด้าย ทอผ้า ตัด เย็บ ย้อม จนเป็นจีวรถวายให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว เป็นรูปแบบกฐินที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยในปัจจุบันนิยมทำในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • มหากฐิน คือกฐินที่มีการถวายบริวารกฐินจำนวนมาก เช่น เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค และสิ่งของสำหรับทำนุบำรุงวัด อาจมีเจ้าภาพเพียงคนเดียว หรือเป็นกฐินสามัคคีที่ประชาชนร่วมกันบริจาคและจัดงานก็ได้

ทำไมกฐินถึงเป็นบุญใหญ่

การทอดกฐินถือเป็นบุญพิเศษ เนื่องจากเป็นกาลทานที่ทำได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 เดือน และประกอบด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวดตามพุทธบัญญัติ อีกทั้งตามคติทางพุทธศาสนา ยังถือว่าเกิดอานิสงส์เกื้อกูลทั้งแก่ฝ่ายพระสงฆ์ผู้รับและฝ่ายพุทธศาสนิกชนผู้ถวาย

สำหรับพุทธศาสนิกชนผู้ทอดกฐิน ตามความเชื่อมีการกล่าวถึงอานิสงส์ในชีวิตปัจจุบัน คือจิตใจผ่องใสเบิกบาน เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ ได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนสถาน รวมถึงมีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และปราศจากอุปสรรคและโรคภัย

กฐินเป็นงานบุญใหญ่ เป็นกาลทานที่ทำได้เพียงปีละ 1 ครั้ง

ส่วนอานิสงส์ในภพหน้าและอนาคต ตามความเชื่อกล่าวว่าจะได้เกิดในตระกูลดี มีโภคทรัพย์สมบัติมั่งคั่ง รูปงาม ได้รับเครื่องประดับอันประเสริฐ เช่น เครื่องประดับมหาลดาปราสาท หรือจีวรทิพย์ และสร้างบารมีนำไปสู่การบรรลุมรรคผลนิพพาน หรือได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฐิน

  • กฐินคือการระดมทุนถวายเงิน ภาพการเรี่ยไรเงินใส่ซองกฐิน คือสิ่งที่เราเห็นกันชินตา แต่เงินไม่ใช่หัวใจหลักของกฐิน ตามพระธรรมวินัย สิ่งที่จะทำให้เกิดเป็นบุญกฐินได้มีเพียงสิ่งเดียวคือผ้าไตรจีวร ส่วนเงิน ปัจจัย หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบ ต่อให้ไม่มีเงินเลย แต่ถวายผ้าไตรจีวรอย่างถูกต้อง ก็ถือว่าได้อานิสงส์ครบถ้วน
  • วัดหนึ่งจัดงานกฐินกี่รอบก็ได้ วัดแต่ละแห่งสามารถรับกฐินได้เพียง ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ภายในช่วงเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา หากมีเจ้าภาพหลายคณะ จะต้องนำมารวมกันเป็นกฐินสามัคคี ถวายพร้อมกัน หรือคณะที่มาทีหลังต้องเปลี่ยนไปเป็นการทอดผ้าป่าแทน
ยอดเงินไม่ใช่มาตรวัดความสำเร็จของงานบุญ

ยอดเงินไม่ใช่มาตรวัดความสำเร็จของงานบุญ

  • พระสงฆ์เป็นผู้ริเริ่มหาเจ้าภาพกฐิน ในทางพระวินัยห้ามพระภิกษุออกปากขอผ้ากฐินโดยเด็ดขาด การทอดกฐินที่ถูกต้องจะต้องเกิดจากศรัทธาของฝ่ายฆราวาสที่ตั้งใจนำไปถวายเอง การที่พระสงฆ์เที่ยวบอกบุญกฐินเสียเองจะทำให้ผ้ากฐินนั้นเป็นกฐินเดาะ (เสียสภาพความเป็นกฐิน)
  • พระรูปเดียวก็รับกฐินได้ การรับผ้ากฐินไม่ใช่สิทธิ์ของพระรูปใดรูปหนึ่ง แต่เป็นกิจของหมู่สงฆ์ ดังนั้นวัดที่จะรับกฐินได้ต้องมีพระภิกษุจำพรรษาครบ 3 เดือนโดยไม่ขาดพรรษา อย่างน้อย 5 รูป ขึ้นไป หากวัดไหนมีพระไม่ถึงเกณฑ์ จะไม่สามารถรับกฐินได้

จะเห็นได้ว่ากฐินไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของงานบุญที่ชาวพุทธนิยมทำร่วมกันหลังออกพรรษา แต่เป็นประเพณีที่มีที่มาจากเรื่องเล่าของพระภิกษุผู้ต้องเผชิญกับหนทางแห่งความยากลำบากในการเดินทาง และการที่พระพุทธเจ้าทรงเห็นถึงความลำบาก จึงกำหนดให้พระภิกษุรับผ้ากฐินจากพุทธศาสนิกชนเพื่อนำมาผลัดเปลี่ยนแทนจีวรเก่า สิ่งดีงามเหล่านี้ได้ถูกสืบทอดมาพร้อมเงื่อนไขในการทอดกฐิน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไป รวมไปถึงการเป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนได้ทำการรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนอีกด้วย

ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกฐิน

แหล่งอ้างอิง

  • ประเพณีทอดกฐิน | สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ความเป็นมาของ "กฐิน" และความมุ่งหมายเดิมที่เพี้ยนไปในปัจจุบัน | หอจดหมายเหตุ พุทธทาส อินทปัญโญ
คมสัน ประมูลมาก

ผู้เขียน: คมสัน ประมูลมาก

Digital Content Curator Specialist และ Content Writer ประจำการอยู่ที่สำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS เชี่ยวชาญการผลิตผลงานในรูปแบบบทความ ที่เกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม สำเร็จการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนิยมดื่มกาแฟวันละ 2 แก้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความ NOW แนะนำ