"ในยุคนี้ที่ใครเขาสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์กันแล้ว แต่ผมก็ยังเต็มใจที่จะรักษาสูตรขนมโบราณเอาไว้ และทำมันทุกวันอย่างมีความสุข"
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ยังมีกลิ่นหอมของงาคั่วและน้ำตาลเคี่ยวลอยออกมาจาก “โรงจันอับเบ๊ซุ่นหลี” ร้านขนมไหว้เจ้าเก่าแก่ที่ยืนหยัดอยู่คู่ชุมชนมานานกว่า 90 ปี
รสชาติที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของ “โรงจันอับเบ๊ซุ่นหลี”
วันนี้ ผู้ทำหน้าที่เฝ้าเตาและรักษาตำรับของครอบครัวคือ “เฮียบุ๊ง” หรือ วิโรจน์ อัศวจินตจิตร์ ทายาทรุ่นที่ 4 ผู้เติบโตมากับฝุ่นแป้ง ไอร้อน และเสียงสอนของเตี่ยว่า “ต้องทำรายละเอียดให้ดี ๆ อย่าขี้โกงลูกค้า”
กิจการของครอบครัวเริ่มต้นจากคุณทวดซึ่งเคยทำโรงขนมเปี๊ยะอยู่ที่ประเทศจีน ก่อนที่อากงและเตี่ยจะเดินทางมาสร้างชีวิตใหม่ในประเทศไทย ความรู้เรื่องการทำขนมจึงถูกส่งต่อจากมือของคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นทั้งอาชีพและรากเหง้าของครอบครัว
เฮียบุ๊งเริ่มช่วยงานตั้งแต่อายุประมาณ 5–6 ขวบ ค่อย ๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ปั้น กดพิมพ์ ห่อ ไปจนถึงการควบคุมไฟ ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความละเอียดและความอดทน เพราะสำหรับเขา การรักษาคุณภาพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการค้าขาย แต่คือการรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับคนรุ่นก่อนและลูกค้าที่ไว้วางใจร้านมาอย่างยาวนาน
ผมสัญญาว่าจะรักษามาตรฐานของร้านให้อยู่ต่อไป และจะพยายามให้มีรุ่นที่ 7 ต่อไปครับ
ขนมที่บรรจุความหมายของครอบครัว
“จันอับ” ไม่ใช่ชื่อขนมชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นกล่องรวมขนมมงคลที่คนไทยเชื้อสายจีนใช้ในพิธีสำคัญและการไหว้เจ้า ภายในประกอบด้วยขนมหลายชนิด เช่น ถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ฟักเชื่อม และลูกกวาด แต่ละอย่างมีความหมายแทนคำอวยพร ทั้งความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง ความร่มเย็น และชีวิตที่หอมหวาน
ขนมหนึ่งกล่องจึงไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความเชื่อ ความทรงจำ และบรรพบุรุษ เมื่อขนมถูกวางลงบนโต๊ะไหว้ สิ่งที่ส่งต่อไปพร้อมกันคือความขอบคุณและความปรารถนาดีที่คนในครอบครัวมีให้กัน
สำหรับเฮียบุ๊ง ความหมายของการสืบทอดเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อ “บิ๊ก” ลูกชายคนโตซึ่งเรียนจบด้านการจัดการโรงแรม ตัดสินใจกลับมาสวมผ้ากันเปื้อนและทำขนมเคียงข้างพ่อ
จากความกังวลว่าอาชีพของครอบครัวอาจจบลงในรุ่นของตัวเอง วันนี้เฮียบุ๊งได้เห็นลูกชายทำขนมอย่างคล่องแคล่ว และเริ่มวางใจว่ากลิ่นหอมจากหน้าเตาจะยังไม่เลือนหายไปจากเมืองปากน้ำ
การให้ลูกทั้ง 5 คนเข้ามาช่วยงานตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้ทำขนมเป็น แต่ต้องการให้ทุกคนรู้จักความเหน็ดเหนื่อยของคนรุ่นก่อนและค่อย ๆ สร้างความผูกพันกับสิ่งที่ครอบครัวรักษามาหลายชั่วอายุคน
รสชาติของการไม่ปล่อยมือ
เบื้องหลังร้านขนมที่ผ่านกาลเวลามาเกือบหนึ่งศตวรรษ ยังมีความรักของเฮียบุ๊งและซ้อคิ้ม ภรรยาคู่ชีวิต ซึ่งเริ่มต้นจากการแนะนำของผู้ใหญ่ ทั้งคู่พบกันครั้งแรกที่วัดมอญและวัดแปะ ก่อนค่อย ๆ เรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกันมายาวนานกว่า 50 ปี
จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน กลายเป็นคู่ชีวิตที่ช่วยกันดูแลครอบครัวและผ่านทั้งวันที่ราบรื่นกับวันที่ยากลำบากร่วมกัน โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อภรรยาล้มป่วยหนักและยังหาโรงพยาบาลไม่ได้ เฮียบุ๊งเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิดแทบไม่ยอมนอน เพราะกลัวว่าจะสูญเสียคนที่อยู่เคียงข้างกันมาทั้งชีวิต
“ถ้าเธอจากไป ฉันก็อยู่ไม่ได้ ฉันคงเหงาแย่เลย”
ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนว่าความรักซึ่งยืนยาวไม่ได้เกิดจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเลือกดูแลและไม่ปล่อยมือกัน โดยเฉพาะในวันที่อีกฝ่ายอ่อนแรงที่สุด
ชีวิตของเฮียบุ๊งยังมีมิตรภาพจากเพื่อนเก่าที่ร่วมเดินทางกันมานาน เขาเชื่อว่า “เพื่อนไม่ต้องมีเยอะ แต่ขอให้ดี” เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คนที่ยังอยู่ข้างกันในวันที่สุขและทุกข์ คือความสัมพันธ์ที่มีค่ามากกว่าจำนวนคนรู้จัก
นอกจากนี้ เฮียบุ๊งและภรรยายังคงไปกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในวันพระจีน เพื่อขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองครอบครัวและกิจการมาตลอด ศรัทธาจึงเป็นอีกสิ่งที่ช่วยยึดโยงชีวิตในวันที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
เรื่องราวของโรงจันอับเบ๊ซุ่นหลีทำให้เห็นว่า การสืบทอดไม่ได้หมายถึงการรักษาสูตรขนมไว้เท่านั้น แต่คือการส่งต่อความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความรับผิดชอบ และความผูกพันจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ขนมแต่ละชิ้นอาจถูกกินหมดภายในเวลาไม่นาน แต่เบื้องหลังรสชาติที่คุ้นเคยยังมีเรื่องราวของคนหลายรุ่นซ่อนอยู่ ทั้งคนที่เริ่มต้น คนที่ประคองรักษา และคนที่กำลังรับไม้ต่อ
ตราบใดที่หน้าเตายังคงมีคนลงมือทำด้วยความตั้งใจ กลิ่นหอมของขนมจันอับก็จะไม่ได้เป็นเพียงกลิ่นของอดีต แต่เป็นสัญญาณว่ารากเหง้าของครอบครัวยังคงมีชีวิตและพร้อมเดินทางต่อไปในอนาคต
หากอยากรู้จัก “เฮียบุ๊ง-วิโรจน์ อัสวะจินตจิต” และเรื่องราวการหยัดยืนรักษาศาสตร์ขนมโบราณของบรรพบุรุษที่อยู่คู่เมืองปากน้ำมานานกว่า 90 ปี และอานุภาพความรักที่มั่นคงยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษให้มากยิ่งขึ้น ติดตามชมรายการ “ต่างวัย EyeView” ในตอน เฮียบุ๊ง เบ๊ซุ่นหลี รสชาติแห่งตระกูลเบ๊ เมืองปากน้ำ และติดตามชมรายการได้ทุกวันเสาร์ เวลา 16.00 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ




