Secret Story | Hainan Adventure with Nigel Marven ย้อนตำนานการผจญภัยของนักธรรมชาติวิทยา


Lifestyle

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

Thai PBS
แชร์

Secret Story | Hainan Adventure with Nigel Marven ย้อนตำนานการผจญภัยของนักธรรมชาติวิทยา

https://www.thaipbs.or.th/now/content/589

Secret Story | Hainan Adventure with Nigel Marven ย้อนตำนานการผจญภัยของนักธรรมชาติวิทยา

ในปี ค.ศ. 1888 ชายคนหนึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็น มนุษย์คนแรกที่ไต่ขึ้นถึงยอดเขาคินาบาลู ในมาเลเซีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเป้าหมายในฝันของนักเดินทางสายผจญภัยทั่วโลก ชายคนนี้ชื่อ จอห์น ไวท์เฮด

จอห์น ไวท์เฮด (John Whitehead)

จอห์น ไวท์เฮด (John Whitehead)

ไวท์เฮดคนนี้ยังออกเดินทางไปยังหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมะละกา บอร์เนียวเหนือ ชวา ปาลาวัน ไปจนถึงแผ่นดินจีน เพื่อเก็บรวบรวมตัวอย่างสัตว์สารพัดสายพันธุ์ ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบ ก่อนนำมาเขียนเล่าประสบการณ์ลงในหนังสือ “Exploration of Mount Kinabalu, North Borneo” ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการนักสำรวจ

หนังสือ The Exploration of Kina Balu, North Borneo

หนังสือ The Exploration of Kina Balu, North Borneo

ในบรรดาสัตว์ที่นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษผู้นี้ค้นพบ กลุ่มที่สร้างความฮือฮาที่สุดหนีไม่พ้น นกสายพันธุ์ใหม่ จำนวนถึง 45 สายพันธุ์ ซึ่งหลายตัวในนั้นถูกตั้งชื่อตามชื่อของเขา เป็นการยกย่อง อาทิ Whitehead’s Trogon (นกกลุ่มนกขุนแผน) Whitehead’s Broadbill (นกกลุ่มนกเขียวปากงุ้ม) Whitehead’s Spiderhunter (นกกลุ่มนกปลีกล้วย) ที่พบบนเกาะบอร์เนียว แต่ที่น่าจะถือว่าพิเศษแบบสุด ๆ ก็คือ นกที่ชอบซ่อนตัวในภูเขาสูงจนได้ชื่อว่าลึกลับที่สุดในโลกอย่าง “นกแขวกหูขาว” (White-eared Night Heron) ซึ่งเขาค้นพบบนเกาะไห่หนานเมื่อปี ค.ศ. 1899 ก่อนที่มันจะได้รับการจดทะเบียนเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในรายการ IUCN Red List เมื่อปี ค.ศ. 2016 นี้เอง

นกแขวกหูขาว (White-eared Night Heron)

นกแขวกหูขาว (White-eared Night Heron)

การเป็นนักสำรวจธรรมชาติในยุคนั้นอาจฟังดูน่าสนุกสนานตื่นเต้น ซึ่งก็คงใช่ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาในเวลาเดียวกันก็คือความยากลำบาก และการเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ช่วงที่ยังเดินทางและปักหลักในฟิลิปปินส์นั้น ไวท์เฮดตกเป็นเหยื่อของทั้งโรค และความโชคร้าย โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1895 เมื่อหนังของสัตว์สายพันธุ์ใหม่จำนวนมากที่เขาอุตส่าห์บากบั่นรวบรวมอยู่หลายเดือน มีอันต้องสูญหายไปหมดเกลี้ยง เพราะเรือบรรทุกสินค้าที่เขาส่งมันขึ้นไปเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้จนต้องทิ้งทั้งลำไว้นอกสิงคโปร์

แต่หลังเคราะห์ร้ายก็คือโชคดี ปีต่อมาไวท์เฮดถูกบังคับให้กลับไปทำงานซ้ำอีก และเป็นคราวนี้เองที่เขาประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดด้วยการค้นพบ “นกอินทรีฟิลิปปินส์” ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งชื่อว่า ตามคำขอของไวท์เฮดที่อยากให้ใช้ชื่อ “เจฟฟรีย์” พ่อผู้คอยสนับสนุนการสำรวจของเขาตลอดมานั่นเอง

นกอินทรีฟิลิปปินส์ (Pithecophaga jefferyi)

นกอินทรีฟิลิปปินส์ (Pithecophaga jefferyi)

ไวท์เฮดไม่ใช่ชาวตะวันตกคนเดียวที่เลือกเส้นทางการผจญภัยแบบนี้ ย้อนไปในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 18 ชาวอังกฤษเริ่มผลักดันชาติมหาอำนาจอื่น ๆ ในยุโรปออกจากจีนแล้วค่อย ๆ เข้าครอบงำทางการค้า พร้อม ๆ กับให้ความสำคัญแก่การสำรวจและวิจัยด้านธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ในปี ค.ศ. 1757 จีนพยายามป้องกันการถูกรุกรานด้วยการเปลี่ยนนโยบายให้ตะวันตกเข้ามาทำการค้าผ่านท่าเรือได้แค่แห่งเดียวคือในกวางตุ้ง แต่แค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีต่อมา นโยบายนี้ก็ต้องสิ้นสุดกะทันหันเมื่อจีนยุคราชวงศ์ชิงเกิดสงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่งกับอังกฤษ (ปี ค.ศ. 1839-1842) แล้วจบลงด้วยความพ่ายแพ้ จึงถูกบังคับให้ต้องเปิดท่าเรือเพื่อการค้า และเป็นเหตุให้ชาวอังกฤษเข้าไปมีอิทธิพลเหนือจีนอย่างกว้างขวาง ทั้งในลักษณะของการตั้งสถาบันทางการทูต มิชชันนารี รวมถึงการสร้างเครือข่ายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และพฤกษศาสตร์อย่างจริงจังด้วย

ในบทความ Victorian naturalists in China: science and informal empire (ตีพิมพ์ใน The British Journal for the History of Science เดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2003) อธิบายไว้น่าสนใจว่า 

มุมมองที่อังกฤษมีต่อจีนนั้นก็เหมือนชาติตะวันตกร่วมยุคทั้งหลาย ที่ปรารถนาจะสำรวจอาณาจักรอันกว้างใหญ่เพื่อผลิตความรู้ที่พวกเขาเชื่อว่า “เป็นจริง” และ “มีประโยชน์” เกี่ยวกับมัน 

เพราะการได้รวบรวมและครอบครองข้อมูลเหล่านี้ย่อมสำคัญ ทั้งต่อการเฝ้าระวังทางการเมืองและการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปด้วย โดยแน่นอนว่าหนึ่งในข้อมูลที่เป็นที่ต้องการก็คือทรัพยากรทางธรรมชาติ นี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่นักธรรมชาติวิทยาจากอังกฤษในยุควิคตอเรียต่างมีโอกาสได้เดินทางไปสำรวจจีนกันอย่างลงลึกและคึกคัก จนนำมาสู่การค้นพบพืชพรรณหรือสัตว์ที่แม้แต่คนท้องถิ่นก็อาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

ลิงวอกบนต้นไม้

ลิงวอกบนต้นไม้

น่าเสียดายที่การเดินทางของจอห์น ไวท์เฮดช่างแสนสั้น การตรากตรำท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทั้งไม่เป็นมิตร และในยุคที่เชื้อโรคมากมายในบริเวณนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักนัก ทำให้เขาล้มป่วยลงด้วยอาการไข้สูงบนเกาะไห่หนาน เขาได้เขียนบันทึกไว้ในหนังสือถึงความทุกข์ทรมานช่วงสุดท้าย และในวันที่ 2 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1899 เขาก็เสียชีวิตลงขณะอายุได้เพียง 39 ปี

กระทั่ง 113 ปีต่อมา เราจึงมีโอกาสได้เห็นเส้นทางผจญภัยของเขาปรากฏตรงหน้าอีกครั้ง เมื่อ ไนเจล มาร์เวน (Nigel Marven) นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ คว้าหนังสือเล่มดังของไวท์เฮดแล้วออกเดินทางย้อนรอยในสารคดี “Hainan Adventure with Nigel Marven ผจญภัยในไห่หนาน” 

ไนเจลกับลิงวอก (Nigel with Rhesus macaque)

ไนเจลกับลิงวอก (Nigel with Rhesus macaque)

ไนเจลกับแย้เส้น (Nigel with Butterfly lizard)

ไนเจลกับแย้เส้น (Nigel with Butterfly lizard)

ไนเจลกับเต่าทะเล (Nigel and Sea Turtle)

ไนเจลกับเต่าทะเล (Nigel and Sea Turtle)

โดยตลอด 44 นาทีนั้น เราจะได้เห็นเขาเอ่ยชื่อนักสำรวจผู้เป็นตำนานผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะโยนตัวเองลงน้ำ กระโดดข้ามก้อนหิน บุกป่าฝ่าดงค่ำมืดดึกดื่น ยื่นมือตะครุบสัตว์แปลกตัวเล็กบนพื้นดิน ฯลฯ ด้วยความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเก็บฉวยประสบการณ์แบบเดียวกันกับที่ไวท์เฮดเคยได้รับมาแล้ว

VIPA ชวนดู “Hainan Adventure with Nigel Marven ผจญภัยในไห่หนาน” สารคดีแนวผจญภัย "ไนเจล มาร์เวน" นักธรรมชาติวิทยา ได้ออกเดินทางตามรอยบันทึกของนักสำรวจชาวอังกฤษ "จอห์น ไวท์เฮด" ที่ได้เขียนเอาไว้ในปีค.ศ. 1899 เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นประจำป่าดิบชื้นเขตร้อนบนเกาะไห่หนานของจีน 

▶ รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application

👉🏻คลิกเพื่อรับชม : https://watch.vipa.me/GPMVIB1xEFb

“ Secret Story ” คือคอลัมน์น้องใหม่จาก VIPA ที่มาพร้อมเรื่องราวเจาะลึก มุมมองในมิติที่คุณอาจไม่เคยรู้ ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังของผลงานสารคดีคุณภาพ ที่เราไม่อยากให้คุณพลาดใน www.VIPA.me 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

VIPAVIPAdotMeNigel Marven Nigel Marven นักธรรมชาติวิทยาJohn Whiteheadเกาะไห่หนานจีนสัตว์พื้นเมืองสัตว์ป่าจอห์น ไวท์เฮดสารคดีสำรวจโลก
ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้เขียน: ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ก่อตั้ง Documentary Club คลับของคนรักสารคดี และหนังนอกกระแส

บทความ NOW แนะนำ