“คลาร่า เซทคิน” จากกรรมกรทอผ้า สู่มารดาแห่งวันสตรีสากล


วันสำคัญ

นวพร เรืองศรี

Thai PBS
แชร์

“คลาร่า เซทคิน” จากกรรมกรทอผ้า สู่มารดาแห่งวันสตรีสากล

https://www.thaipbs.or.th/now/content/900

“คลาร่า เซทคิน” จากกรรมกรทอผ้า สู่มารดาแห่งวันสตรีสากล
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

“การต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิง ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะหยิบยื่นให้ใครได้ แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคน ต้องตระหนักและไขว่คว้า เพื่อให้ได้มาซึ่งความเท่าเทียมทางสังคม” 

คำพูดข้างต้นเป็นของ “คลาร่า เซทคิน” (Clara Zetkin) นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้มาก่อนกาลของกระแสสตรีนิยม (Feminism) และผู้ให้กำเนิดวันสตรีสากล (International Women's Day) แต่ใครเลยจะรู้ว่า ‘ทุกสิ่ง’ ที่เธอคิดและเป็นอยู่นั้น ล้วนกลั่นกรองมาจากวิถีชีวิตของกรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้า ซึ่งมีสถานะไม่แตกต่างจากทาสในสมัยอยุธยาเลย

คลาร่า เซทคิน (หรือนามสกุลเดิมคือไอส์เนอร์) เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม ค.ศ. 1857 ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเออร์ซ่า ประเทศเยอรมนี มีบิดาเป็นครูคนเดียวในหมู่บ้าน ส่วนมารดาเป็นคนชนชั้นกลาง จึงพยายามฝึกฝนและหล่อหลอมให้คลาร่าได้รับการศึกษาเช่นเดียวกัน ในขณะที่เพื่อน ๆ ของเธอเป็นคนในชนชั้นยากจน ไม่มีโอกาสที่จะเรียนหนังสือ สิ่งที่เธอมักจะได้ยินจากเพื่อนเสมอ คือเพลงพื้นเมืองที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “มันฝรั่ง”

“ตอนเช้ากินมันฝรั่งแก้หิว…ตอนเที่ยงต้มมันฝรั่งด้วยน้ำเปล่า ตอนเย็นกัดมันฝรั่งทั้งเปลือก…มันฝรั่ง มันฝรั่ง และมันฝรั่ง” - ดูเหมือนชีวิตของ ‘เพื่อน’ เธอนั้น จะมีเพียงมันฝรั่งคอยประทังชีวิต

คลาร่าเติบโตมากับการตั้งคำถามถึงความเป็นอยู่ ทั้งของตัวเองและเพื่อนรอบตัว แต่ก็ยังไม่ทิ้งความสนุกสนานของวัยเด็ก จนกระทั่งเกิดสงครามปรัสเซีย-ฝรั่งเศส ในปีค.ศ. 1870-1871 ทำให้ระบบทุนนิยมเข้ามามีอิทธิพลในเยอรมนี เพื่อนในหมู่บ้านต่างพากันอพยพเข้าเมืองหลวง เพื่อมาเป็นลูกจ้างตามโรงงานต่าง ๆ ในขณะที่คลาร่านั้นสอบเข้าวิทยาลัยครูได้ เป็นที่ภาคภูมิใจของทุกคนในครอบครัว

การได้ย้ายเข้ามาเรียนที่วิทยาลัยครู ทำให้คลาร่าได้รู้จักกับแนวคิดสังคมนิยม และพบเห็นความโหดร้ายของระบบทุนนิยมมากขึ้น จากการรวมกลุ่มกับกรรมกรที่อาศัยอยู่ในโรงงานทอผ้าใกล้วิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ต้องกินและนอนในโรงงานซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นน้ำมันเครื่องจักร ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ

“พวกเธอต้องทำงานวันละ 17 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด แลกกับค่าแรงอันน้อยนิด และหากตั้งครรภ์จะถูกไล่ออกจากงานทันที” ฟัง ๆ ดูแล้ว แทบไม่ต่างจากการเป็นทาส

จากการถูกกดขี่โดยชนชั้นนายทุนอย่างยาวนาน ทำให้กรรมกรหญิงโรงงานทอผ้าทั่วโลก ตัดสินใจหยุดงานประท้วง เพื่อเรียกร้องให้นายจ้างเพิ่มค่าแรง รวมถึงให้สวัสดิการในด้านต่างๆ มากขึ้น จนเกิดการลอบวางเพลิงโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1857 และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 119 คน ก่อนที่ข่าวจะค่อย ๆ เงียบหายไปจากวงสังคมตามสูตรเดิม

วันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1907 คลาร่าตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้ากลุ่มกรรมกรทอผ้าอย่างเต็มตัว และเลือกปลุกระดมให้แรงงานสตรีเหล่านั้นหยุดงานประท้วง และยื่นข้อเสนอให้ “ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิในการเลือกตั้ง” แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนเกิดการประท้วงตามมาอีกหลายครั้งในสเกลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าประเด็นของการประท้วงนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘สิทธิของผู้หญิง’ แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มแรงงานเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมเช่นเดียวกัน 

ในที่สุด การต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีของคลาร่าและเพื่อนพ้องก็สิ้นสุดลงในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1910 เมื่อกลุ่มสมัชชาสตรีสังคมนิยมได้ตอบรับข้อเสนอของตัวแทนแรงงานสตรีจาก 17 ประเทศ นั่นคือ “หลักการ 3 แปด” ที่จะแบ่งเวลาใน 1 วันออกเป็นส่วน ๆ เริ่มจากลดเวลาการทำงานเหลือ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ผู้หญิงได้พัฒนาศักยภาพตามความสนใจของตัวเองเพิ่มขึ้น 8 ชั่วโมง (ไม่รวมช่วงเวลาพักผ่อนนอนหลับอีก 8 ชั่วโมงตามหลักการอนามัยโลก) นอกจากนี้ยังปรับสวัสดิการให้เท่าเทียมแรงงานชาย และคุ้มครองสวัสดิการของแรงงานเด็ก รวมถึงรับรองให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล ซึ่งอาจเรียกได้ว่าการประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิสตรีของคลาร่า เป็นคลื่นใต้น้ำลูกน้อย ๆ ที่สั่นสะเทือนถึงคลื่นแห่งสตรีนิยมทั้ง 3 ลูกในเวลาต่อมาด้วย

โดยคลื่นสตรีนิยมลูกแรก เริ่มต้นจากการที่สตรีชนชั้นกลาง ซึ่งมีการศึกษา เริ่มตั้งคำถามถึงสิทธิของตัวเองในฐานะพลเมืองคนหนึ่งตามกฎหมาย ก่อนเข้าสู่คลื่นลูกที่ 2 ยุคที่ผู้หญิงเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง ซึ่งไม่ควรถูกยึดโยงกับการแต่งงาน หรือการมีลูก จนมาถึงคลื่นลูกที่ 3 ซึ่งเป็นการใช้สื่อกระแสหลักหรือ pop culture อย่างการร้องเพลง หรือการทำหนัง เพื่อขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ไม่ได้ลงไปเดินขบวนประท้วงเอง แต่ก็สร้างอิมแพคให้สังคมในระยะยาวได้

ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงทั่วโลก ไทยพีบีเอสขอเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง โดยให้บทความนี้เป็นสื่อกลาง พร้อมติดแฮชแท็ก #IWD2024 #InspireInclusion ซึ่งเป็นธีมหลักของวันสตรีสากลในปีนี้ เพื่อสื่อสารว่า 

“ผู้หญิงทุกคนมีคุณค่าและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ใครก็ได้ ด้วยอัตลักษณ์ที่แตกต่างและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ ศาสนา สภาพร่างกาย เพศวิถี หรือชนชั้นทางสังคม  เราทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ” 

Source: Spatacus Educational, The Guardian, Narratives Digital  และสำนักหอสมุดแห่งชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลาร่า เซทคินวันสตรีสากลClara ZetkinInternational Women's Dayคลื่นสตรีนิยมFeminismInspire InclusionIWD2024ThaiPBSOnThisDayThai PBS Digital MediaOn This Day
นวพร เรืองศรี

ผู้เขียน: นวพร เรืองศรี

หญิงสาวหัวล้านและหัวรั้น ผู้อุทิศชีวิตให้หนังสือ, ภาพยนตร์-ซีรีส์ และชานมไข่มุกหวาน 100% มีแมว 4 ตัว กับศิลปินที่ชอบเป็นแรงบันดาลใจในการหาเงิน ชอบกินส้มตำกุ้งสดและหมูกระทะที่สุดในโลก

บทความ NOW แนะนำ