ด้วยกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษาการคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จำนวน 1 คน ลาออกจากการดำรงตำแหน่งก่อนครบวาระ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ประกอบกับมติคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการสรรหาฯ จัดให้มีการประกาศรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนกรรมการนโยบายที่ลาออก จำนวน 1 คน ให้ดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยผู้ซึ่งตนแทน (ครบวาระวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2570)
- ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษาการคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการนโยบาย
1. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษาการคุ้มครองและพัฒนาเด็กเยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
2. เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
2.1 มีสัญชาติไทย
2.2 มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์
2.3 สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเป็นอิสระ เป็นกลาง และสุจริต
2.4 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
2.5 ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
2.6 ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
2.7 ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติงาน
2.8 ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
การสมัคร
- กรณีสมัครด้วยตนเอง ผู้สนใจสามารถขอรับใบสมัครจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้จาก www.thaipbs.or.th/BOGSelection และให้ผู้สนใจยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ภายในกำหนดวันและเวลารับสมัคร ผู้ที่ยื่นใบสมัครภายหลังวันที่ได้กำหนดไว้ จะไม่ได้รับการพิจารณา
- กรณีเสนอชื่อบุคคลเพื่อขอรับการสรรหา ผู้เสนอชื่อสามารถขอรับใบคำขอเสนอชื่อจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือดาวน์โหลดใบคำขอเสนอชื่อได้จาก www.thaipbs.or.th/BOGSelection และให้ผู้เสนอชื่อหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นด้วยตนเอง หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ภายในกำหนดวันและเวลารับสมัคร ผู้ที่ยื่นใบคำขอเสนอชื่อภายหลังวันและเวลาที่กำหนดไว้ จะไม่ได้รับการพิจารณา
- คณะกรรมการสรรหาฯ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านการพิจารณาตามประกาศเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาฯ ฉบับที่ 1/2569 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569 ทาง www.thaipbs.or.th/BOGSelection ในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งผู้ผ่านการพิจารณาจะต้องแสดงตนและวิสัยทัศน์ด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 หรือ ตามกำหนดวัน เวลา และสถานที่ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะแจ้งให้ทราบ
วัน เวลา และสถานที่ยื่นใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อ
- การยื่นด้วยตนเอง
ยื่นใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อได้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 18.00 น. (ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ) ณ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา ชั้น 4 อาคารอำนวยการ - ยื่นใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อทางไปรษณีย์
ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยจ่าหน้าซองถึงประธานกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เลขที่ 145 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 และให้นำส่งข้อมูลหลักฐานการสมัครทั้งหมดรวมถึงหลักฐานการส่งไปรษณีย์ ในรูปแบบไฟล์ PDF มายังอีเมล Bogselection@thaipbs.or.th ภายในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ผู้ที่นำส่งข้อมูลหลักฐานการสมัครภายหลังวันที่ได้กำหนดไว้ จะไม่ได้รับการพิจารณา
เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นในการสมัครหรือเสนอชื่อ
กรณีสมัครด้วยตนเอง (ดาวน์โหลดเอกสารสมัคร)
- ใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อ ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาดำ ขนาด 2 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 1 ปีนับถึงวันสมัคร) จำนวน 1 ชุด
- สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบัตรประจำตัว ประชาชน จำนวน 2 ชุด
- สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 1 ชุด
- หลักฐานแสดงถึงความรู้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและสาขาอาชีพ จำนวน 1 ชุด
- เอกสารแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อ ไม่เกิน 5 หน้า จำนวน 1 ชุด
- แบบตรวจสอบหลักฐานที่ต้องแนบพร้อมใบสมัคร จำนวน 1 ชุด
- แบบฟอร์มหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบาย จำนวน 1 ชุด
- หนังสือยินยอมในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล (ประวัติอาชญากรรม) สำหรับหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1 ชุด
กรณีเสนอชื่อบุคคลเพื่อขอรับการสรรหา (ดาวน์โหลดเอกสารสมัคร)
- ใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อ ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาดำ ขนาด 2 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 1 ปีนับถึงวันสมัคร) จำนวน 1 ชุด
- สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ชุด
- สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 1 ชุด
- หลักฐานแสดงถึงความรู้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและสาขาอาชีพ จำนวน 1 ชุด
- คำขอเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหา และหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการนโยบาย จำนวน 1 ชุด
- เอกสารแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อ ไม่เกิน 5 หน้า จำนวน 1 ชุด
- แบบตรวจสอบหลักฐานที่ต้องแนบพร้อมใบสมัคร จำนวน 1 ชุด
- แบบฟอร์มหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบาย จำนวน 1 ชุด
- หนังสือยินยอมในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล (ประวัติอาชญากรรม) สำหรับหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1 ชุด
เงื่อนไข
- ผู้สมัครหรือผู้เสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหา ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามจำนวนที่กำหนดในวันยื่นใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อ
- ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อรายใดแสดงเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติ อย่างใดไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อรายนั้นไม่มีสิทธิเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกและต้องรับผิดชอบตามบทบัญญัติของกฎหมายต่อไป
- ผู้สมัครหรือผู้เสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหายินยอมอนุญาตให้คณะกรรมการสรรหาฯ เก็บ รวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการสรรหาเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะดูแลรักษาข้อมูลด้วยความปลอดภัยขั้นสูงสุด จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด และจะทำการลบข้อมูลทันทีหลังจากกระบวนการเสร็จสิ้น ตามรายละเอียดเพิ่มเติมในนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ทาง www.thaipbs.or.th ซึ่งความยินยอมดังกล่าวนี้สามารถเพิกถอนได้ทุกเมื่อผ่านระบบที่พร้อมจะดำเนินการลบข้อมูลที่ให้ไว้เพียงแจ้งความประสงค์ยกเลิก และเมื่อไรก็ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็จะแจ้งให้ทราบ และขอความยินยอมเป็นรายกรณีก่อนเสมอ
ลักษณะต้องห้าม
ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการนโยบายต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ในมาตรา 21 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ดังนั้น หากผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบายได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการนโยบายแล้ว ผู้นั้นต้องลาออกจากการที่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการใด ๆ อันมีลักษณะต้องห้ามนั้น นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี
1.ลักษณะต้องห้ามในขณะดำรงตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนดได้แก่
- เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เว้นแต่อาจารย์ผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
- เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
- เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
- เป็นหุ้นส่วน กรรมการ พนักงานในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม หรือในห้างหุ้นส่วนบริษัทที่ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตรายการให้องค์การ
2.ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับองค์การ หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการขององค์การ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่การเข้าบริหารหรือเข้าร่วมดำเนินกิจการร่วมทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายมอบหมาย
กำหนดการสรรหากรรมการนโยบาย ส.ส.ท.
- ยื่นใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อ
22 เมษายน – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 - ประกาศรายชื่อผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านการพิจารณา
8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 - ผู้ผ่านการพิจารณาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ
24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 หรือ ตามกำหนดวัน เวลา และสถานที่ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะแจ้งให้ทราบ
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อ เป็นกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ดาวน์โหลด)
- ประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการสรรหาเพื่อเสนอชื่อ เป็นกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ดาวน์โหลด)
- ใบสมัครและหนังสือยินยอมเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการนโยบาย กรณีสมัครด้วยตนเอง (ดาวน์โหลด)
- ใบสมัครและหนังสือยินยอมเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการนโยบาย กรณีเสนอชื่อบุคคลเพื่อขอรับการสรรหา (ดาวน์โหลด)