องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เดินหน้ายกระดับมาตรฐานกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) จัดตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประชุมกำหนดวางรากฐานนโยบายกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรอบด้าน ในองค์กรสื่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ไทยพีบีเอสได้จัดประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นำโดย นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี, ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงาน และนางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ในฐานะประธานคณะทำงาน พร้อมคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Principles) เพื่อร่วมกำหนดกรอบธรรมาภิบาล AI ที่สอดคล้องกับบทบาทของสื่อสาธารณะ จัดทำแนวทางการใช้งาน AI ภายใต้จริยธรรม ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “Thai PBS Artificial Intelligence Governance”

ปัจจุบัน ไทยพีบีเอสถือเป็นหนึ่งในองค์กรสื่อสาธารณะที่นำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาบริการดิจิทัลและผลิตภัณฑ์ด้านสื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล เช่น การพัฒนาบริการ AI Voice อ่านให้ฟัง, AI ผู้ประกาศข่าวอัจฉริยะ เป็นต้น รวมถึงการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตสื่อและบริการดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเช่น AI Vertical Live ชมสดแนวตั้งอัตโนมัติ ให้เข้าถึงผู้ชมได้รวดเร็ว หลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมบริการดิจิทัล Thai PBS AI ได้ที่ www.thaipbs.ai

ด้วยบทบาทดังกล่าว ไทยพีบีเอสจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายและแนวทางกำกับดูแลการใช้ AI อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “นวัตกรรม” และ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” โดยคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูล ความโปร่งใส ความปลอดภัยทางข้อมูล และการไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือลิขสิทธิ์ ตลอดจนรักษามาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพสื่อในทุกกระบวนการ

คณะทำงานจึงได้ร่วมพิจารณาร่างกรอบนโยบาย AI ขององค์กร และ Thai PBS Artificial Intelligence Usage Guidelines หรือแนวปฏิบัติการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อ้างอิงตามมาตรฐานสากล อาทิ BBC AI Principles, Thailand AI Ethics Guideline ของ NSTDA, AIGC Generative AI Governance Guideline ของ ETDA และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) โดยร่างกรอบนโยบาย AI ดังกล่าวจะจัดทำเป็น 3 ประเภท เพื่อความรัดกุมต่อการกำหนดขอบเขตการใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ได้แก่
- ประกาศหลักการปัญญาประดิษฐ์ (AI Principles) และกรอบแนวทางความรับผิดชอบด้าน AI ภายใต้กรอบแนวคิด Thai PBS
ไทยพีบีเอสออกข้อกำหนดหลักการ 7 ข้อ “Thai PBS” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและใช้งาน AI ภายในองค์กร ให้อยู่ภายใต้กรอบจริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพ และความรับผิดชอบในฐานะสื่อสาธารณะ - กำหนดนโยบายการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Policy)
ออกนโยบายและกำหนดกรอบทิศทางเชิงกลยุทธ์ระดับองค์กร ให้การใช้ AI ทุกประเภท ทั้งระบบภายในองค์กร ครอบคุลมการผลิตเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล และเครื่องมือ AI จากภายนอก (External AI Tools) ให้เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส สอดคล้องกับ PDPA และหลักธรรมาภิบาล มีการแบ่งระดับความเสี่ยงของการใช้งาน AI เพื่อออกมาตรการติดตามและกำกับดูแลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง - กำหนดแนวปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Guideline)
แปลงนโยบายเป็นแนวทางปฏิบัติการใช้ AI ในระดับหน่วยงาน ครอบคลุมการใช้งาน Generative AI กระบวนการบรรณาธิการ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล สถานการณ์ข่าวเร่งด่วน และการใช้งาน AI จากภายนอก พร้อมจัดทำ AI Decision Matrix และ SOP สำหรับการปฏิบัติงานในสถานการณ์ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสยังได้เตรียมจัดอบรมด้าน AI Literacy และ Prompt Engineering ให้กับบุคลากรภายในองค์กร คู่ขนานไปกับการทำสำรวจรูปแบบการใช้งาน AI ภายในองค์กร เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาข้อกำหนดแนวปฏิบัติและหลักสูตรอบรมให้สอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงมีแผนพัฒนาระบบ Local LLM และ Agentic AI สำหรับใช้งานภายในองค์กรในอนาคต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลและลดการพึ่งพาเครื่องมือ AI จากภายนอก

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ลิขสิทธิ์ หรือข้อมูลสำคัญ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ด้าน AI ให้แก่บุคลากร เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างรู้เท่าทัน รอบคอบ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและสังคมในระยะยาว