ไทยพีบีเอส ชวนเยาวชนและชุมชนเรียนรู้คุณค่าของระบบนิเวศ “ปากทะเล” ห้องเรียนธรรมชาติระดับโลก ผ่านกิจกรรม Bird Walk & Talk About
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) จัดกิจกรรม “Bird Walk & Talk About สัญจร ดูนก ณ ปากทะเล” ภายใต้โครงการประกวดภาพนก “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศบ้านปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ประชาชน และคนในชุมชน ได้เรียนรู้และสัมผัสระบบนิเวศจากพื้นที่จริงผ่านกิจกรรมดูนก พร้อมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ไทยพีบีเอสสัญจร ตอน วิกฤตปากทะเล คืนชีวิต และวิถีคนบ้านแหลม” ที่มุ่งสร้างพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น โดยมีคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดนอกปากทะเล และโรงเรียนบ้านดอนมะขาม เข้าร่วมกิจกรรม มากกว่า 50 คน


ปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสเชื่อว่า การอนุรักษ์จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน เมื่อผู้คนได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้ธรรมชาติด้วยตัวเอง กิจกรรม Bird Walk & Talk About ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การพาน้อง ๆ ออกมาดูนก แต่คือการเปิดประตูสู่ ‘ห้องเรียนธรรมชาติที่มีชีวิต’ ที่ไม่มีในตำราเรียน ปากทะเลคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญระดับโลกของนกอพยพ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของนกอพยพ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนบ้านแหลมมายาวนาน การที่เยาวชนในท้องถิ่นได้มาเห็น ได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง จะช่วยเปลี่ยนจาก ‘ความรู้’ ให้กลายเป็น ‘ความผูกพัน’ และเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่งที่พวกเขายืนอยู่ เพื่อให้พวกเขารู้สึกเป็นเจ้าของ พร้อมที่จะร่วมมือกันฟื้นฟูระบบนิเวศปากทะเลให้ยั่งยืน และเติบโตไปเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะส่งต่อเรื่องราวการอนุรักษ์นี้สู่สังคมในวงกว้าง

ด้าน ดร.เพชร มโนปวิตร นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ปากทะเลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ในระดับโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในเส้นทางอพยพสำคัญของนกชายเลนระดับนานาชาติ โดยในแต่ละปีมีนกหายากจำนวนมากแวะพักอาศัย โดยเฉพาะบริเวณแหลมผักเบี้ย ซึ่งพบนกมากเกือบ 300 ชนิด ในเชิงวิชาการ พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน ลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์เครือข่ายเส้นทางอพยพของนก (Flyway Network) ซึ่งเป็นแนวทางธรรมชาติ หรือ Nature-based Solution ในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้ง 3 ด้านดังกล่าว

ดร.เพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า กุญแจสำคัญของความสำเร็จในการอนุรักษ์ คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วม เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจถึงคุณค่าของพื้นที่ และสามารถต่อยอดสู่การอนุรักษ์ในอนาคตได้
“นกเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่ธรรมชาติ และมีบทบาทต่อระบบนิเวศในทุกมิติ นกสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ได้ในหลากหลายระบบนิเวศ ดังนั้น หากวันหนึ่งนกไม่สามารถอยู่ได้ นั่นย่อมสะท้อนว่าสิ่งแวดล้อมกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต และท้ายที่สุดมนุษย์เองก็จะไม่สามารถอยู่ได้เช่นกัน” ดร.เพชร กล่าว

ด้าน ด.ช.ณัฐพงศ์ สุขสม หรือ “น้องเฟรม” อายุ 10 ปี เล่าว่า บ้านของตนอยู่ใกล้นาเกลือ และมีอาชีพเสริมระหว่างเรียนเป็นไกด์พาชมนกให้กับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญด้านการดูนก และคอยให้ข้อมูลรวมถึงตอบคำถามนักท่องเที่ยวที่มาชมนกอยู่เป็นประจำ
น้องเฟรมเล่าต่อว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติและมีโอกาสเห็นนกหลากหลายชนิด อีกทั้งยังมีความฝันอยากเป็นยูทูบเบอร์ เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนกและธรรมชาติให้คนทั่วไปได้รับชมในอนาคต


ทั้งนี้ ไทยพีบีเอสยังเปิดรับผลงานประกวด “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับเยาวชน อายุ 15–22 ปี และระดับประชาชนทั่วไป อายุ 22 ปีขึ้นไป ครอบคลุม 4 ประเภท ได้แก่ ภาพนิ่งระดับเยาวชน ภาพนิ่งระดับประชาชนทั่วไป คลิปวิดีโอสั้นไม่จำกัดอายุ และภาพนิ่งจากโทรศัพท์มือถือ ภายใต้หัวข้อ “นกบ้านฉัน”

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Birdphoto2026 โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส