สถาบันรอยเตอร์ชูบทบาท Thai PBS Verify รับมือข่าวปลอม Thai PBS News Online ขึ้นแถวหน้าข่าวออนไลน์ไทย ความเชื่อมั่นต่อไทยพีบีเอสยังสูง 70% สถาบันรอยเตอร์ชูบทบาท Thai PBS Verify รับมือข่าวปลอม Thai PBS News Online ขึ้นแถวหน้าข่าวออนไลน์ไทย ความเชื่อมั่นต่อไทยพีบีเอสยังสูง 70%
ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันรอยเตอร์ชูบทบาท Thai PBS Verify รับมือข่าวปลอม Thai PBS News Online ขึ้นแถวหน้าข่าวออนไลน์ไทย ความเชื่อมั่นต่อไทยพีบีเอสยังสูง 70%

0 ครั้ง

รายงาน Digital News Report 2026: Thailand ของ Reuters Institute for the Study of Journalism มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เผยผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชนไทยประจำปี 2026 สะท้อนบทบาทสำคัญของ ไทยพีบีเอส ในฐานะหลักยึดด้านข้อเท็จจริงของสังคม ผ่าน 3 จุดแข็งสำคัญ: การเปิดตัวแพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวสาร “Thai PBS Verify”, การเติบโตของ Thai PBS News Online ในฐานะแบรนด์ข่าวออนไลน์ชั้นนำของประเทศ และการรักษาระดับความเชื่อมั่นในไทยพีบีเอสของประชาชนไว้ได้สูงถึง 70% ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความเชื่อมั่นต่อข่าวของไทยโดยรวมลดลง

รายงานระบุว่า ภูมิทัศน์ข่าวไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ประกอบกับเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองและสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความไม่มั่นใจต่อข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ โดยความเชื่อมั่นต่อข่าวของไทยในปี 2026 ลดลงเหลือ 47% จากระดับ 50 – 55% ที่ทรงตัวมาตลอดช่วงปี 2021 – 2025

ภายใต้บริบทดังกล่าวสถาบันรอยเตอร์ ได้กล่าวถึง Thai PBS Verify แพลตฟอร์มตรวจสอบข้อเท็จจริงของไทยพีบีเอส ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2025 ว่าเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญขององค์กรสื่อไทยในการรับมือกับปัญหาข้อมูลบิดเบือนที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นในยุคดิจิทัล โดยรายงานระบุว่า ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและเนื้อหาที่สร้างความเข้าใจผิดแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนหลายแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันส่งข้อความ และวิดีโอสั้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้รับมีความถูกต้องเพียงใด ในสถานการณ์เช่นนี้ Thai PBS Verify จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นหน่วยตรวจสอบข่าวปลอม แต่ทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ช่วยคัดกรอง อธิบาย และยืนยันข้อมูลที่อยู่ในความสนใจของสังคม โดยอาศัยกระบวนการตรวจสอบที่เปิดเผยแหล่งที่มา หลักฐาน และวิธีการตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ท่ามกลางกระแสข้อมูลจำนวนมหาศาล

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า สนามข่าวไทยกำลังเคลื่อนตัวอย่างหนักไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงมาก ถึง 91% จากประชากร 72 ล้านคน สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงมากถึง 78% สวนทางกับสื่อโทรทัศน์ลดลงเหลือ 42%

ในขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคข่าวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน Thai PBS News Online ก็สามารถสร้างการเข้าถึงผู้ใช้งานข่าวรายสัปดาห์ (Weekly Reach) ได้ถึง 26% ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มสื่อข่าวออนไลน์ชั้นนำของประเทศ เทียบเท่ากับข่าวสดออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า ไทยพีบีเอสไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการข่าวสารบนหน้าจอโทรทัศน์ แต่สามารถขยายบทบาทสู่การเป็นแบรนด์ข่าวออนไลน์หลักของประเทศที่เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการแข่งขันของผู้ผลิตข่าวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้มข้นมากขึ้นในทุกมิติ

อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงความสำเร็จเชิงกลยุทธ์คือ คะแนนความน่าเชื่อถือรายแบรนด์สื่อ (Brand Trust) ซึ่งไทยพีบีเอส ได้รับคะแนนความเชื่อมั่นจากผู้ตอบแบบสำรวจสูงถึง 70% นับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยความเชื่อมั่นต่อข่าวโดยรวมของประเทศไทย ซึ่งลดลงเหลือ 47% ในปี 2026 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก (37%) อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ รายงานของสถาบันรอยเตอร์ระบุว่า ความเชื่อมั่นต่อข่าวของไทยเคยอยู่ในช่วงค่อนข้างทรงตัวระหว่างปี 2021–2025 ที่ระดับ 50-55% ก่อนจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือ 47% ในปี 2026 นี้โดยมีปัจจัยเร่งมาจากข้อมูลบิดเบือนที่แพร่กระจายอย่างหนัก ในช่วงเหตุการณ์สำคัญ ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา การเลือกตั้งทั่วไป และการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ขณะเดียวกัน รายงานยังชี้ว่า คนไทย 43% เริ่มมีพฤติกรรม “หลีกเลี่ยงข่าวสาร” (News Avoidance) เป็นบางครั้งหรือบ่อยครั้ง เนื่องจากความเหนื่อยล้าต่อสถานการณ์ตึงเครียด แต่รายงานก็ยังแสดงให้เห็นว่า แม้จะเผชิญความเหนื่อยล้าและความเชื่อมั่นต่อข่าวโดยรวมจะลดลง ผู้บริโภคข่าวชาวไทย ยังคงมีส่วนร่วมกับข่าวสูงมาก โดยมีผู้ที่แชร์ข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันส่งข้อความ หรืออีเมลในสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงถึง 37%

ผลการสำรวจของสถาบันรอยเตอร์ ยังสะท้อนให้เห็นว่า แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นเส้นทางหลักในการเข้าถึงข่าวของคนไทย โดย Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลัก ตามด้วย TikTok, YouTube และ LINE ขณะที่สื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ลดบทบาทลงอย่างต่อเนื่องในฐานะแหล่งข่าวรายสัปดาห์

ความท้าทายของสื่อในยุคดิจิทัล จึงไม่ได้อยู่เพียงการเข้าถึงผู้ชม บทบาทขององค์กรสื่อต้องก้าวไปไกลกว่าการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริง อธิบายบริบท และสร้างพื้นที่ข่าวที่ประชาชนสามารถเชื่อถือได้

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ในวันที่ความเชื่อมั่นต่อข่าวในภาพรวมลดลง ข่าวลวงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และผู้คนจำนวนมากเข้าถึงข่าวสารจากหลากหลายช่องทาง ผ่านอัลกอริทึมก่อนจะเข้าถึงสำนักข่าวโดยตรง บทบาทสำคัญของไทยพีบีเอส จึงคือการเป็น พื้นที่ข่าวสาธารณะที่ตรวจสอบได้ เชื่อถือได้ และเป็นหลักยึดด้านข้อเท็จจริงให้กับประชาชน ก้าวต่อไปของเราคือ การเดินหน้าพร้อมกับการรักษามาตรฐานข่าวคุณภาพ การขยายการเข้าถึงผู้ชมบนทุกแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป และการพัฒนา Thai PBS Verify ให้เป็นกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อรับมือข้อมูลบิดเบือน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านข้อมูลข่าวสาร และส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อให้กับสังคมไทย

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส

“ความท้าทายของสื่อในวันนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเรื่องความเร็ว แต่คือการแข่งขันเรื่องความน่าเชื่อถือ และนั่นคือคุณค่าที่ไทยพีบีเอสจะยึดมั่นต่อไป” นายวันชัยกล่าว

ร่วมตรวจสอบข่าวปลอม คัดกรองข่าวจริงกับ Thai PBS Verify ทาง www.thaipbs.or.th/Verify และเกาะติดสถานการณ์ข่าวกับ Thai PBS News Online ทาง www.thaipbs.or.th/News

ที่มา: Reuters Institute for the Study of Journalism, Digital News Report 2026 — Thailand, มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เผยแพร่ 16 มิถุนายน 2026 (reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/digital-news-report/2026/thailand)