ผอ.วันชัย ไทยพีบีเอส สะท้อนภาพความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ พร้อมชวนเรียนรู้ “การปรับตัว” จากบทเรียนของชุมชน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่รอด ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บนเวทีพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว
เมื่อพุธที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมเสวนาในหัวข้อ “การรับมือ และการปรับตัวต่อวิกฤตโลกร้อน” ภายในพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 ที่จัดขึ้นโดย สถาบันลูกโลกสีเขียว ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

นายวันชัย เล่าว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวข้าม Planetary Boundary หรือ “ขีดจำกัดของโลก” ในหลายมิติ โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มนุษย์ทำลายสิ่งมีชีวิตไปแล้วถึง 50% และคาดว่าอีก 50 ปีข้างหน้า สิ่งมีชีวิต 70% จะสูญพันธุ์ ซึ่งถือเป็น “การสูญพันธุ์ใหญ่ครั้งที่ 6 ประเด็นที่สองคือ การใช้ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสจากปุ๋ยเคมีเกินขนาด ส่งผลให้สารเหล่านี้ลงสู่ทะเล ทำให้ออกซิเจนหายไป สัตว์น้ำสูญพันธุ์ และยังเปลี่ยนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงเป็นที่มาของ PM 2.5 ด้วย และประเด็นสุดท้ายคือ ภาวะโลกร้อน ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น จนหญ้าทะเลตาย ส่งผลให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พะยูนในจังหวัดตรังและทะเลอันดามันตายไปแล้วประมาณ 50 – 60 ตัว หรือมากกว่าครึ่งของประชากรพะยูนที่มีอยู่ อุณหภูมิทะเลที่เพิ่มสูงยังเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ทำลายแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และท้ายที่สุดย่อมกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ โดยทั้งสามประเด็นกำลังบั่นทอนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายวันชัย ยังย้ำเตือนถึงปัญหาของ Super El Niño ที่จะทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น 2-5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก หรือ Rain Bomb และตั้งแต่ปลายปีไปถึงกลางปีหน้า ตามมาด้วยปัญหาความแห้งแล้งครั้งใหญ่ จากปัญหาที่ฝนไม่ตก
“ผู้ที่จะอยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุด” นายวันชัยกล่าว พร้อมอธิบายว่า แนวคิดของชาลส์ ดาร์วิน นี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งการปรับตัวไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น โดยได้ยกตัวอย่างชุมชนต้นแบบหลายแห่งที่สามารถปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรผสมผสานในอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร การจัดการน้ำของชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ หรือการฟื้นฟูป่าชายเลนควบคู่กับการสร้างอาชีพในจังหวัดกระบี่ สามารถสร้างทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน และยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศ เช่น เดนมาร์ก ที่ปรับโครงสร้างประเทศมาใช้จักรยานจนลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและน้ำมันได้อย่างมหาศาล หรือ ญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนวิธีคิดให้ผู้ผลิตขยะเป็นผู้รับผิดชอบขยะ เพื่อชี้ให้เห็นว่า กุญแจสำคัญของการอยู่รอด คือการ “ปรับตัว” และ “เปลี่ยนวิธีคิด”

ภายในเวทีเสวนา ผู้แทนจากชุมชนต่าง ๆ ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้ร่วมเสวนาหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า คนรุ่นใหม่และผู้นำท้องถิ่นที่เข้มแข็งจะเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

ในฐานะสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับการสื่อสารประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอองค์ความรู้ ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และบทเรียนจากพื้นที่จริง เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้สังคมไทยสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนได้อย่างเท่าทัน