ไทยพีบีเอส ตอกย้ำองค์กรโปร่งใส ร่วม ป.ป.ช. ประเมินแบบวัด IIT ขับเคลื่อน ITA ปี 69 ไทยพีบีเอส ตอกย้ำองค์กรโปร่งใส ร่วม ป.ป.ช. ประเมินแบบวัด IIT ขับเคลื่อน ITA ปี 69
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส ตอกย้ำองค์กรโปร่งใส ร่วม ป.ป.ช. ประเมินแบบวัด IIT ขับเคลื่อน ITA ปี 69

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในตามแบบวัด IIT (Internal Integrity and Transparency) ประกอบการประเมิน ITA ประจำปี 2569 ยกระดับการบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล พร้อมเปิดรับความเห็นจากบุคลากรภายใน ขับเคลื่อนไทยพีบีเอสสู่ความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสาธารณะอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในตามแบบวัด IIT (Internal Integrity and Transparency) การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการประเมิน พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจข้อคำถามแก่บุคลากรขององค์กรอย่างใกล้ชิด

ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร กล่าวว่า การประเมิน ITA เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กรภาครัฐให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยการประเมินในปีนี้ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะและความโปร่งใสขององค์กร (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) 30% การประเมินความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) 40% และการประเมินจากมุมมองของบุคลากรภายในองค์กร (Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT) 30% เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์และการป้องกันการทุจริตของ ส.ส.ท.

ดร.พิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร

“การประเมิน ITA ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่คะแนนเพียงอย่างเดียว แต่คือการยกระดับมาตรฐานการทำงานขององค์กรเราให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลการประเมินที่สะท้อนออกมาตามความเป็นจริง จะเป็นข้อมูลล้ำค่าที่ฝ่ายบริหารจะนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการทำงานของไทยพีบีเอสให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” ดร.พิเศษ กล่าว

สำหรับการประเมินในส่วนของบุคลากรภายในองค์กร จะสะท้อนความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญ อาทิการแก้ไขปัญหาการทุจริต การใช้ทรัพย์สินของราชการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางพัฒนาและยกระดับคุณภาพการดำเนินงานของไทยพีบีเอสในอนาคต โดยการประเมินในครั้งนี้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคลากรเข้าร่วมการประเมินอย่างทั่วถึง จำนวนรวมทั้งสิ้น 94 คน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมให้ข้อมูล คำแนะนำ และสนับสนุนกระบวนการประเมินตลอดกระบวนการประเมิน

ด้าน นายพงษ์พันธ์ โตสกุลไกร เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า หลักเกณฑ์การประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ 2569 ด้านแบบวัด IIT เป็นแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในที่ให้ผู้ตอบเลือกตัวเลือกคำตอบตามการรับรู้หรือประสบการณ์ของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในที่มีต่อหน่วยงานตนเอง ใน 5 ตัวชี้วัด ได้แก่

  • ตัวชี้วัดที่ 1 การปฏิบัติหน้าที่
  • ตัวชี้วัดที่ 2 การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
  • ตัวชี้วัดที่ 3 การใช้อำนาจในการบริหารงานบุคคล
  • ตัวชี้วัดที่ 4 การใช้ทรัพย์สินของราชการ
  • ตัวชี้วัดที่ 5 การแก้ไขปัญหาการทุจริต
นายพงษ์พันธ์ โตสกุลไกร เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช.

องค์ประกอบของข้อคำถามในแบบวัด IIT ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงถูกกำหนดโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ข้อคำถามกลาง (Core Questions) จำนวน 20 ข้อ เป็นชุดข้อคำถามมาตรฐาน ที่ใช้ประเมินร่วมกันทุกหน่วยงานภาครัฐเพื่อวัดระดับคุณธรรมและความโปร่งใส ในภาพรวม ข้อคำถามเฉพาะ (Specific Questions) จำนวน 10 ข้อ เป็นชุดข้อคำถามที่ได้ รับการออกแบบเฉพาะตามบริบทภารกิจและความเสี่ยงของแต่ละกลุ่มหน่วยงานเพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับสอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานของหน่วยงานต้นสังกัดอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ภายในการประเมินนี้ได้มีการอธิบายรายละเอียดข้อคำถาม พร้อมยกตัวอย่างประกอบอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยพีบีเอสร่วมซักถามข้อสงสัย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันก่อนการประเมิน