ไทยพีบีเอส ตั้งคำถามถึงขั้นตอนและกระบวนการทำงาน สตง. หลังเกิดกรณีข้อมูลการตรวจสอบถูกนำไปเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์บางสำนัก ชี้ดำเนินการผิดปกติ และขัดต่อหลักเกณฑ์มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดิน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ และสิทธิส่วนบุคคล
นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึง กรณีที่มีสื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวและพาดหัวในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้มีคำสั่งชี้มูลความผิด และสั่งให้ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ ส.ส.ท. ชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาท ว่า ที่ผ่านมา ส.ส.ท. ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่จนถึงปัจจุบัน ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. แต่อย่างใด

นายพิเศษ ยังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในกระบวนการทำงานของ สตง. ที่ไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 และ หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน สำหรับกรณีการตรวจสอบครั้งนี้ ว่า เมื่อพิจารณาขั้นตอนการตรวจสอบตามที่กฎหมายและหลักเกณฑ์มาตรฐานกำหนด จะพบว่ามาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจชี้แจงเหตุผลและแสดงพยานหลักฐานของตน
ขณะที่หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ข้อ 5.5 กำหนดขั้นตอนให้ผู้ตรวจสอบเปิดโอกาสแก่หน่วยรับตรวจในการชี้แจง โดยหากพบข้อบกพร่อง ต้องสอบถามประเด็นดังกล่าวเป็นหนังสือ และให้ผู้รับตรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือให้ถ้อยคำ พร้อมแสดงพยานหลักฐานก่อนสรุปผลการตรวจสอบหรือแจ้งผลการตรวจสอบแก่หน่วยรับตรวจ
อย่างไรก็ตาม นายพิเศษระบุว่า ในกรณีของไทยพีบีเอส กระบวนการตรวจสอบยังมีข้อกังขาสำคัญ เนื่องจาก สตง. มีการสรุปผลการตรวจสอบออกมา ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้หน่วยรับตรวจได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดคำถามถึงความครบถ้วนของกระบวนการตรวจสอบ และการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายและหลักเกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้หรือไม่
นอกจากนี้ ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานข้อ 6.3 ยังระบุให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผลการตรวจสอบเป็นหนังสือ พร้อมส่งรายงานการตรวจสอบให้หน่วยรับตรวจ และข้อ 7 กำหนดให้เผยแพร่ผลการตรวจสอบต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเมื่อได้ข้อยุติเกี่ยวกับการตรวจสอบแล้ว

กรณีนี้จึงมีข้อสงสัยว่า กระบวนการแจ้งผลการตรวจสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อไทยพีบีเอสในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่กลับปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจสอบผ่านสื่อออนไลน์บางสำนักแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและสิทธิส่วนบุคคลของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง” นายพิเศษกล่าว
นายพิเศษ ระบุด้วยว่า การที่ข้อมูลผลการตรวจสอบถูกเผยแพร่สู่สาธารณะและระบุรายชื่อบุคคลทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาความลับและความโปร่งใส จึงเรียกร้องให้ สตง. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสร้างความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว