ไทยพีบีเอส จัด MEDIA FORUM 2024 มองอนาคตสื่อทีวีดิจิทัลไทย ไทยพีบีเอส จัด MEDIA FORUM 2024 มองอนาคตสื่อทีวีดิจิทัลไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส จัด MEDIA FORUM 2024 มองอนาคตสื่อทีวีดิจิทัลไทย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จัด MEDIA FORUM 2024 เสวนาในหัวข้อ “ภาพอนาคตของอุตสาหกรรมสื่อทีวีดิจิทัลไทย” เพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงก่อนที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลง ในปี พ.ศ. 2572 ในงานเสวนามีนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และด้านเทคโนโลยี มาร่วมแลกเปลี่ยนอนาคตอุตสาหกรรมของสื่อทีวีดิจิทัลของไทย มองความท้าทาย ข้อค้นพบจากการศึกษา และตัวอย่างกรณีศึกษาจากต่างประเทศ อาทิ ผศ.ดร. สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ด้านวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผศ.ดร. ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา จากคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร. สิขเรศ ศิรากานต์ นักวิชาการอิสระ ด้านสื่อสารมวลชน และ รศ.ดร. ชลิตา ศรีนวล จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


ผศ.ดร. สกุลศรี ศรีสารคาม
รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ด้านวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงที่มาของงานวิจัยฉากทัศน์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า โครงการศึกษาฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพกระจายเสียงในอนาคตของไทยภายใต้สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป (A study on the future of television broadcast/audio-visual sector in Thailand under a rapidly changing digital evolution) จัดทำโดยทีมที่ปรึกษาจาก SCF Associates ซึ่งเป็นคณะนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรป ร่วมกับคณะนักวิจัยจากจุฬาฯ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (มจล.) ซึ่งได้สร้างฉากทัศน์ขึ้นเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมไทย ออกมาเป็นฉากทัศน์ 3 แบบ คือ

  • ฉากทัศน์ที่ 1 ผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์หลายแห่งต้องปิดตัวลง แล้วถูกแทนที่ด้วยสื่อสังคมออนไลน์กับแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งข้ามชาติ
  • ฉากทัศน์ที่ 2 ผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์ พยายามปรับตัว นำเนื้อหาของตนเองไปเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งข้ามชาติ ซึ่งเป็นสภาพการแข่งขันที่ผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์ไทยมีการพึ่งพิงแพลตฟอร์มต่างชาติ
  • ฉากทัศน์ที่ 3 เป็นฉากทัศน์สร้างผลกระทบทางบวกต่ออุตสาหกรรมมากที่สุด กล่าวคือ ผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์ไทย รวมถึงอุตสาหกรรมสื่อทั้งหมด สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล จากการบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนของหน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศ และกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างโอกาสและอำนาจในการต่อรองกับแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งข้ามชาติ

ทั้งนี้ ไม่ว่าฉากทัศน์ของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไทยจะเป็นไปในรูปแบบใด แต่หัวใจสำคัญ คือ ความร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการสื่อทีวีดิจิทัล และองค์กรที่ดูแลเรื่องนโยบาย ส่งเสริม และกำกับดูแล มาร่วมกันหารือ ออกแบบกลไกเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และการพัฒนาเนื้อหาของผู้ประกอบการสื่อทีวีดิจิทัลไทยแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ทางด้าน รศ.ดร. ชลิตา ศรีนวล ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ปฏิบัติงานด้านพัฒนาระบบเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานและบุคลากร ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ การปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวถึงกล่าวถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการสื่อทีวีดิจิทัล และหน่วยงานกำกับดูแลต้องเผชิญ ทั้งด้านความท้าทายโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ซึ่งต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าทางการลงทุนในอนาคตการเปลี่ยนผ่านการให้บริการทีวีจากโครงข่ายภาคพื้นดิน ไปสู่การให้บริการผ่านออนไลน์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาความน่าสนใจของเนื้อหา การเข้าถึงบริการได้สะดวก และคุณภาพของการให้บริการ ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้ควบคุมไม่สามารถปล่อยผ่าน ให้เป็นไปตามธรรมชาติ โดยไม่กำกับควบคุมไม่ได้


ผศ.ดร. ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา
ผู้ช่วยคณบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกฎระเบียบ กฎหมาย การส่งเสริม และกำกับดูแล อุตสาหกรรมสื่อว่า การศึกษาบทเรียนจากทั้ง 7 ประเทศ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอียู มีจุดร่วมของหลายประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ เปลี่ยนจากบริการแพร่ภาพกระจายเสียงแบบเดิมไปสู่บริการ OTT VOD และแพลตฟอร์มการแบ่งปันวิดีโอ ซึ่งมีแนวโน้มที่ส่วนแบ่งผู้ชมและรายได้จากบริการ OTT VOD จะสูงกว่าบริการโทรทัศน์แบบเดิม และมีสัญญาณว่า อนาคตการบริโภคสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงจะกระจุกตัวอยู่ในมือของแพลตฟอร์มจำนวนไม่กี่รายที่มีทุนเยอะ ซึ่งในภัยคุกคามจาก OTT ยังมีโอกาสที่จะร่วมกับสื่อในประเทศลงทุนและร่วมกันผลิตอยู่ด้วย ดังนั้น ในมุมการกำกับควบคุมดูแล ทำอย่างไรให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน ซึ่งในหลายประเทศมีการออกกฎหมายเพื่อส่งเสริม และกำกับดูแล อาทิ พระราชบัญญัติความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety Acts) ที่มีเป้าประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลทางการแข่งขันให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบสื่อในอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ นักวิชาการ ทุกท่าน ได้แสดงความคาดหวังที่มีต่อไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ ในการวางบทบาทเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี การเป็นพื้นที่แห่งโอกาสบ่มเพาะนักสร้างสรรค์เพื่อเป็นผู้ผลิตในอนาคต รวมถึงการสร้างผลกระทบทางสังคมผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และวัดผลได้ทั้งในระดับปัจเจก สังคม และคุณค่าทางเศรษฐกิจ

 ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, InstagramThreadsLinkedin