“ไทยพีบีเอสเชื่อว่า การสร้างความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการสื่อสารเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องเริ่มจากการลงมือปฏิบัติขององค์กรควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้กับสังคม”
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของผู้คน วิกฤตสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวและร่วมกันหาทางออกตั้งแต่วันนี้

ในฐานะสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอสเชื่อว่า บทบาทของสื่อไม่ได้มีเพียงการรายงานสถานการณ์ แต่ต้องเป็นผู้ส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และทำให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว กลายเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และปรับตัวได้อย่างเท่าทัน
ไทยพีบีเอสยังให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติภายในองค์กรผ่านการดำเนินงานตามแนวทาง Green Office การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าลงได้ 7.8% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.69 ล้านบาท จากการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการควบคุมอุณหภูมิระบบปรับอากาศ การปรับแผนการเดินเครื่องจักรให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง และการบริหารการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม แม้ว่าค่าใช้น้ำประปาจะเพิ่มขึ้น 3.1% จากข้อจำกัดในการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และการซ่อมบำรุงระบบภายในองค์กร แต่ไทยพีบีเอสยังคงติดตามและปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ไทยพีบีเอสเชื่อว่า การสร้างความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลงมือปฏิบัติขององค์กรควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้กับสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและสร้างอนาคตที่สมดุลระหว่างการพัฒนา คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.