ผลกระทบ "ร้านหม้อแม่จูน" หลังน้ำมันขึ้นราคา
ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนอาหารและค่าครองชีพอย่างหนัก ครอบครัว "ศิลาชัย" นำโดย "เปิ้ล นาคร" ออกมาประกาศจุดยืนเคียงข้างผู้บริโภค ด้วยการตรึงราคาสินค้าในร้าน "หม้อแม่จูน" แม้ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเพียงลำพัง พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย ด้วยการรับซื้อมะพร้าวคุณภาพดีจำนวนมหาศาลเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ตอกย้ำความตั้งใจที่จะมอบความสุขผ่านมื้ออาหารเพื่อช่วยบรรเทาความเครียดให้คนไทยในภาวะพลังงานแพง
"หม้อแม่จูน" ประกาศไม่ขึ้นราคา! ยอมแบกต้นทุนแทนเพื่อความสุขของคนไทย
แม้ร้านอาหาร "หม้อแม่จูน" จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่ "เปิ้ล นาคร" และ "แม่จูน" ได้ตัดสินใจยืนหยัดในราคาเดิมเพื่อไม่ให้เป็นการโยนภาระให้กับลูกค้า
- ยอมเจ็บเพื่อผู้บริโภค: เปิ้ล นาคร เปิดใจว่าขอเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง โดยมองว่าการที่ประชาชนได้ทานของอร่อยในราคาที่จับต้องได้ จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้คนไทยคลายความเครียดจากสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีที่สุด
- กระแสตอบรับล้นหลาม: แฟนคลับและลูกค้าต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในสปิริตของครอบครัวศิลาชัยที่เห็นอกเห็นใจผู้บริโภคในช่วงวิกฤต
"รับซื้อแสนลูก!" อุดหนุนมะพร้าวล้งไทย ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตพลังงาน
นอกจากการบริหารร้านอาหารแล้ว เปิ้ล นาคร ยังได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว "ple_nakorn" ประกาศสนับสนุนผลผลิตภายในประเทศอย่างจริงจัง
"รับซื้อแสนลูก ล้งไทยไม่เทา!! เกษตรกรไทยสู้ ๆ ขออุดหนุนครับ รับซื้อมะพร้าวคุณภาพดี 1 แสนลูกต่อเดือน สำหรับทำแกง ใครมีติดต่อมาได้เลยครับ"
การประกาศรับซื้อมะพร้าวแสนลูกต่อเดือนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการหาวัตถุดิบคุณภาพมาใช้ในร้าน แต่ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยที่กำลังเผชิญความยากลำบากจากต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ปรับแผนการใช้ชีวิตครอบครัว "ศิลาชัย" ลดการใช้พลังงานและน้ำมันในบ้าน
ไม่เพียงแต่เรื่องธุรกิจ แต่การใช้ชีวิตส่วนตัวของครอบครัวศิลาชัยก็ได้มีการปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรับมือกับยุคน้ำมันแพงและค่าไฟพุ่งสูง
- ลดการใช้ไฟในบ้าน: พาลูก ๆ ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เช่น การไปเดินห้างสรรพสินค้าหรือสนามกีฬาในร่ม เพื่อลดการเปิดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านในช่วงที่อากาศร้อน
- ปรับเปลี่ยนกิจกรรมกีฬา: สำหรับ "น้องออก้า" ที่ปกติจะซ้อมเจ็ตสกีเป็นประจำ ปัจจุบันได้ลดรอบการซ้อมลงเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และหันไปเน้นการฝึกซ้อมว่ายน้ำแทน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงน้อยกว่าแต่ยังคงช่วยเรื่องสมรรถภาพทางร่างกายได้ดี
การปรับตัวของครอบครัว "เปิ้ล นาคร" ทั้งในแง่ธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรับมือกับวิกฤตการณ์พลังงานอย่างมีสติและยังคงส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้อื่นในสังคมไปพร้อมกัน




























































