หากพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศทะเลใต้และการลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ ที่อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ล็อบสเตอร์ หรือกุ้งมังกร โดยเฉพาะที่แพประมงพื้นบ้านบ้านฉลองของ "โกปาน" เชฟฟาร์มเมอร์ อดีตเชฟเรือสำราญที่ผันตัวมาทำฟาร์มสัตว์น้ำและเปิดร้านอาหารไพรเวทที่มีเพียงโต๊ะเดียวกลางทะเล เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งมังกรและการทำประมงอย่างยั่งยืน
ความพิเศษของ "ล็อบสเตอร์" ภูเก็ต และสายพันธุ์ยอดนิยม
ในพื้นที่อ่าวฉลองเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบบนิเวศและระดับความเค็มของน้ำทะเลเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ทำให้กุ้งมังกรที่เลี้ยงในแถบนี้มีคุณภาพเนื้อที่ดีเยี่ยม โดยสายพันธุ์ที่พบและได้รับความนิยมในฟาร์ม มีดังนี้
1. กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต
ถือเป็นไฮไลต์เด่นระดับ Soft Power ของจังหวัดภูเก็ตที่กำลังผลักดันเป็นสินค้าขึ้นทะเบียน GI มีเฉดสีบนตัวถึง 7 สีอย่างชัดเจน ได้แก่ สีฟ้าอ่อน, สีชมพู, สีแดง, สีเหลือง, สีดำ, สีน้ำตาล และสีเขียวอ่อน จุดเด่นคือเนื้อมีความหวาน สด กรอบ และเด้งสู้ลิ้นต่างจากกุ้งทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
2. กุ้งมังกรเขียว
จัดอยู่ในตระกูลกุ้งเลน มีลักษณะลำตัวคล้ายกับกุ้งมังกร 7 สี แต่สีของลำตัวจะเป็นสีเขียว พฤติกรรมการกินอาหารและรสชาติของเนื้อมีความอร่อยใกล้เคียงกัน
3. กุ้งเลน (กุ้งมังกรสีน้ำตาล)
กุ้งมังกรชนิดนี้จะมีสีน้ำตาล รสชาติเมื่อนำมาเลี้ยงในกระชังจะมีความอร่อยไม่แพ้กัน แต่จะมีข้อจำกัดตรงที่เติบโตช้ากว่าสายพันธุ์อื่น โดยใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 13 - 14 เดือน
เจาะลึกเทคนิคการเลี้ยง "ล็อบสเตอร์" ในกระชังประมงพื้นบ้าน
การบริหารจัดการฟาร์มกุ้งมังกรกลางทะเลต้องใช้ความประณีตและความเข้าใจในพฤติกรรมของสัตว์น้ำสูงมาก ซึ่งโกปานได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการเลี้ยงไว้อย่างน่าสนใจ
- การจัดหาสายพันธุ์: เนื่องจากกุ้งมังกรยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้แบบ 100% ชาวประมงท้องถิ่นจึงต้องดำน้ำจับลูกกุ้งจากแหล่งน้ำลึกและโพรงหินตามธรรมชาติ เช่น เกาะราชา เกาะพีพี หรือหมู่เกาะซิมิลัน แล้วนำมาสะสมเลี้ยงต่อในกระชัง
- ขนาดและโครงสร้างกระชัง: ออกแบบให้มีความกว้างยาวอยู่ที่ 2x5 เมตร และลึกจากปากกระชังลงไป 2.5 เมตร (จากระดับน้ำทะเลจริง 4 เมตร) เหตุผลที่ปรับลดขนาดลงมาเพื่อให้ดูแลทำความสะอาดคราบหอยและตะไคร่น้ำได้ง่ายขึ้น
- การดูแลเรื่องอาหาร: กุ้งมังกรเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารหลักจึงเป็นเนื้อปลาสดๆ เช่น หัวปลา หรือลูกปลาทูน่าสด
- ข้อควรระวังช่วงลอกคราบ: เมื่อกุ้งมังกรลอกคราบ เปลือกจะนุ่มเหมือนปูนิ่มนานถึง 48 ชั่วโมง ในช่วงนี้ตัวกุ้งจะอ่อนแอและเสี่ยงต่อการถูกกุ้งตัวอื่นกัดกินกันเอง ผู้เลี้ยงจึงต้องแยกกระชังหรือทำที่หลบซ่อนให้กุ้งปลอดภัยจนกว่าเปลือกจะกลับมาแข็งดังเดิม
เมนูชูรสชาติ "ล็อบสเตอร์" ระดับภัตตาคาร
ด้วยประสบการณ์การเป็นเชฟมือ โกปานและน้องวิวได้รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบสดใหม่ตักขึ้นจากกระชัง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติแท้จริงของเนื้อกุ้ง
ซาซิมิกุ้งมังกร 7 สี
เมนูที่ดึงความหวานเด้งของกุ้งมังกรออกมาได้ดีที่สุด โดยมีเคล็ดลับคือการนำเนื้อกุ้งที่แกะแล้วไปแช่ในน้ำเย็นจัดประมาณ 5 นาที เพื่อกระตุ้นให้เนื้อกุ้งมีความกรอบเด้ง เสิร์ฟคู่กับซอสสไตล์ญี่ปุ่น
แกงส้ม 3G (เมนูอัตลักษณ์ภูเก็ต)
การผสมผสานกุ้งมังกรสด ๆ เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นของภูเก็ต 3 ชนิด ได้แก่ กุ้งมังกร (Giant Lobster), สับปะรดภูเก็ต และส้มควาย (ส้มแขกตากแดด) ให้รสชาติเปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารใต้ ที่สำคัญคือต้องต้มกุ้งมาแบบคงส่วนหนวดไว้ทั้งหมด เพื่อรักษาเอกลักษณ์ ความสวยงาม และมูลค่าของตัวกุ้งไว้
ทำไม "ล็อบสเตอร์" จากฟาร์มชุมชนถึงเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากกุ้งมังกรแล้ว ในฟาร์มกระชังแห่งนี้ยังเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกหลากหลายชนิด เช่น ปลามง (ปลาประจำท้องถิ่นอ่าวบ้านปลาไหล), ปลาช่อนทะเล, ปลากระพงแดง, ปลาเก๋า รวมถึง "ปลากะรังหน้างอน" ซึ่งเป็นปลาตระกูลปลาเก๋าหายากที่มีราคาสูงระดับต้น ๆ ของไทย (กิโลกรัมละเกือบ 10,000 บาท
การทำฟาร์มเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้นี้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าประมงพื้นบ้าน การเลี้ยงกุ้งมังกรเจ็ดสีใช้เวลาประมาณ 8 - 9 เดือน ก็สามารถสร้างมูลค่าได้สูงถึงตัวละ 2,900 - 3,000 กว่าบาท กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ทัวร์ต่างชาติ และร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ ต่างจับจอง
หากคุณมีโอกาสมาเยี่ยมชมจังหวัดภูเก็ต การได้ลงเรือมานั่งทานอาหารกลางทะเล ชมวิถีชีวิตประมง พร้อมลิ้มลองเมนูกุ้งมังกรสดๆ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
หากพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศทะเลใต้และการลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ ที่อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ล็อบสเตอร์ หรือกุ้งมังกร โดยเฉพาะที่แพประมงพื้นบ้านบ้านฉลองของ "โกปาน" เชฟฟาร์มเมอร์ อดีตเชฟเรือสำราญที่ผันตัวมาทำฟาร์มสัตว์น้ำและเปิดร้านอาหารไพรเวทที่มีเพียงโต๊ะเดียวกลางทะเล เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งมังกรและการทำประมงอย่างยั่งยืน
ความพิเศษของ "ล็อบสเตอร์" ภูเก็ต และสายพันธุ์ยอดนิยม
ในพื้นที่อ่าวฉลองเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบบนิเวศและระดับความเค็มของน้ำทะเลเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ทำให้กุ้งมังกรที่เลี้ยงในแถบนี้มีคุณภาพเนื้อที่ดีเยี่ยม โดยสายพันธุ์ที่พบและได้รับความนิยมในฟาร์ม มีดังนี้
1. กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต
ถือเป็นไฮไลต์เด่นระดับ Soft Power ของจังหวัดภูเก็ตที่กำลังผลักดันเป็นสินค้าขึ้นทะเบียน GI มีเฉดสีบนตัวถึง 7 สีอย่างชัดเจน ได้แก่ สีฟ้าอ่อน, สีชมพู, สีแดง, สีเหลือง, สีดำ, สีน้ำตาล และสีเขียวอ่อน จุดเด่นคือเนื้อมีความหวาน สด กรอบ และเด้งสู้ลิ้นต่างจากกุ้งทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
2. กุ้งมังกรเขียว
จัดอยู่ในตระกูลกุ้งเลน มีลักษณะลำตัวคล้ายกับกุ้งมังกร 7 สี แต่สีของลำตัวจะเป็นสีเขียว พฤติกรรมการกินอาหารและรสชาติของเนื้อมีความอร่อยใกล้เคียงกัน
3. กุ้งเลน (กุ้งมังกรสีน้ำตาล)
กุ้งมังกรชนิดนี้จะมีสีน้ำตาล รสชาติเมื่อนำมาเลี้ยงในกระชังจะมีความอร่อยไม่แพ้กัน แต่จะมีข้อจำกัดตรงที่เติบโตช้ากว่าสายพันธุ์อื่น โดยใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 13 - 14 เดือน
เจาะลึกเทคนิคการเลี้ยง "ล็อบสเตอร์" ในกระชังประมงพื้นบ้าน
การบริหารจัดการฟาร์มกุ้งมังกรกลางทะเลต้องใช้ความประณีตและความเข้าใจในพฤติกรรมของสัตว์น้ำสูงมาก ซึ่งโกปานได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการเลี้ยงไว้อย่างน่าสนใจ
- การจัดหาสายพันธุ์: เนื่องจากกุ้งมังกรยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้แบบ 100% ชาวประมงท้องถิ่นจึงต้องดำน้ำจับลูกกุ้งจากแหล่งน้ำลึกและโพรงหินตามธรรมชาติ เช่น เกาะราชา เกาะพีพี หรือหมู่เกาะซิมิลัน แล้วนำมาสะสมเลี้ยงต่อในกระชัง
- ขนาดและโครงสร้างกระชัง: ออกแบบให้มีความกว้างยาวอยู่ที่ 2x5 เมตร และลึกจากปากกระชังลงไป 2.5 เมตร (จากระดับน้ำทะเลจริง 4 เมตร) เหตุผลที่ปรับลดขนาดลงมาเพื่อให้ดูแลทำความสะอาดคราบหอยและตะไคร่น้ำได้ง่ายขึ้น
- การดูแลเรื่องอาหาร: กุ้งมังกรเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารหลักจึงเป็นเนื้อปลาสดๆ เช่น หัวปลา หรือลูกปลาทูน่าสด
- ข้อควรระวังช่วงลอกคราบ: เมื่อกุ้งมังกรลอกคราบ เปลือกจะนุ่มเหมือนปูนิ่มนานถึง 48 ชั่วโมง ในช่วงนี้ตัวกุ้งจะอ่อนแอและเสี่ยงต่อการถูกกุ้งตัวอื่นกัดกินกันเอง ผู้เลี้ยงจึงต้องแยกกระชังหรือทำที่หลบซ่อนให้กุ้งปลอดภัยจนกว่าเปลือกจะกลับมาแข็งดังเดิม
เมนูชูรสชาติ "ล็อบสเตอร์" ระดับภัตตาคาร
ด้วยประสบการณ์การเป็นเชฟมือ โกปานและน้องวิวได้รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบสดใหม่ตักขึ้นจากกระชัง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติแท้จริงของเนื้อกุ้ง
ซาซิมิกุ้งมังกร 7 สี
เมนูที่ดึงความหวานเด้งของกุ้งมังกรออกมาได้ดีที่สุด โดยมีเคล็ดลับคือการนำเนื้อกุ้งที่แกะแล้วไปแช่ในน้ำเย็นจัดประมาณ 5 นาที เพื่อกระตุ้นให้เนื้อกุ้งมีความกรอบเด้ง เสิร์ฟคู่กับซอสสไตล์ญี่ปุ่น
แกงส้ม 3G (เมนูอัตลักษณ์ภูเก็ต)
การผสมผสานกุ้งมังกรสด ๆ เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นของภูเก็ต 3 ชนิด ได้แก่ กุ้งมังกร (Giant Lobster), สับปะรดภูเก็ต และส้มควาย (ส้มแขกตากแดด) ให้รสชาติเปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารใต้ ที่สำคัญคือต้องต้มกุ้งมาแบบคงส่วนหนวดไว้ทั้งหมด เพื่อรักษาเอกลักษณ์ ความสวยงาม และมูลค่าของตัวกุ้งไว้
ทำไม "ล็อบสเตอร์" จากฟาร์มชุมชนถึงเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากกุ้งมังกรแล้ว ในฟาร์มกระชังแห่งนี้ยังเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกหลากหลายชนิด เช่น ปลามง (ปลาประจำท้องถิ่นอ่าวบ้านปลาไหล), ปลาช่อนทะเล, ปลากระพงแดง, ปลาเก๋า รวมถึง "ปลากะรังหน้างอน" ซึ่งเป็นปลาตระกูลปลาเก๋าหายากที่มีราคาสูงระดับต้น ๆ ของไทย (กิโลกรัมละเกือบ 10,000 บาท
การทำฟาร์มเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้นี้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าประมงพื้นบ้าน การเลี้ยงกุ้งมังกรเจ็ดสีใช้เวลาประมาณ 8 - 9 เดือน ก็สามารถสร้างมูลค่าได้สูงถึงตัวละ 2,900 - 3,000 กว่าบาท กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ทัวร์ต่างชาติ และร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ ต่างจับจอง
หากคุณมีโอกาสมาเยี่ยมชมจังหวัดภูเก็ต การได้ลงเรือมานั่งทานอาหารกลางทะเล ชมวิถีชีวิตประมง พร้อมลิ้มลองเมนูกุ้งมังกรสดๆ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส




























































