หากพูดถึงสัตว์น้ำในฝั่งทะเลอันดามันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก ต้องยกให้สัตว์น้ำหน้าตาแปลกประหลาดอย่าง "ปลิงทะเล" ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "โสมแห่งท้องทะเล" ด้วยสรรพคุณทางโภชนาการ สมุนไพร และมูลค่าทางการตลาดที่สูงลิ่ว บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกวิถีของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ผ่านกลุ่มผู้เลี้ยงปลิงทะเล อำเภอเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา
ทำความรู้จัก ปลิงทะเล สิ่งมีชีวิตไร้หน้าตา ตัววัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
หลายคนที่ได้สัมผัสหรือพบเห็น ปลิงทะเล ครั้งแรก อาจตั้งคำถามว่าส่วนไหนคือหน้า ตา หู หรือจมูก แต่ความจริงแล้ว ปลิงทะเล เป็นสัตว์ที่ไม่มีหน้าตา ไม่มีแขนขา ลำตัวส่วนบนมักมีสีดำ ส่วนท้องจะมีสีขาวหรือสีอ่อนกว่า ลำตัวมีลักษณะนุ่ม แต่เมื่อตกใจหรือมีภัยคุกคามจะหดตัวแน่น
ในทางชีววิทยา ปลิงทะเล จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับดาวทะเลและหอยเม่น และยังเป็นตัววัดคุณภาพและความสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างดี บริเวณใดที่มี ปลิงทะเล อาศัยอยู่ แสดงว่าน้ำบริเวณนั้นมีความสะอาด สภาพแวดล้อมทางทะเลยังบริสุทธิ์และมีความสมบูรณ์สูง
ลักษณะทางธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ปลิงทะเลชื่นชอบ
- ถิ่นที่อยู่: ชอบฝังตัวอยู่ในโคลน เลน หรือทราย ในบริเวณที่มีน้ำขังตามธรรมชาติ
- ฤดูกาลจับ: สามารถพบเห็นและจับได้ตามธรรมชาติ ในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไป
- การปรับเปลี่ยนสี: ปลิงทะเลสายพันธุ์ปลิงขาว สามารถปรับสีผิวลำตัวเป็นสีขาว เหลือง ดำ หรือสีทอง ซึ่งเป็นผลจากพันธุกรรม อาหาร สภาพแวดล้อม ความขุ่นใสของน้ำ
- กลไกป้องการป้องกันตัว: เมื่อเจอศัตรูอย่างปูมารบกวน ปลิงทะเลจะพ่นไส้ออกมาเพื่อล่อให้ศัตรูกิน แล้วเดินหนีไป รวมถึงการปล่อยน้ำในลำตัวออกจนหมดเมื่อถูกจับขึ้นมาจากน้ำ
แหล่งกำเนิดและวิถีการเลี้ยง ปลิงทะเล สินค้า GI ขึ้นชื่อแห่งเกาะยาวน้อย
ในอดีตเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา มีปลิงทะเลตามธรรมชาติจำนวนมาก แต่ในช่วงไม่กี่ปีผ่านมา ปริมาณในธรรมชาติลดน้อยลง ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของ “บังดอน” และกลุ่มเกษตรกร จึงได้ร่วมกันหันมารวมกลุ่มเพาะเลี้ยงปลิงทะเล ในบ่อดินเพื่อเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาเก๋าและปลากะพง
การเลี้ยงปลิงทะเลในพื้นที่เกาะยาวน้อย ได้รับการรับรองเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เนื่องจากน้ำและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ส่งผลให้เนื้อของปลิงทะเลที่นี่มีความแน่น นุ่ม และคุณภาพดีกว่าพื้นที่อื่นๆ
ขั้นตอนและเทคนิคการเลี้ยงปลิงทะเลในบ่อดิน
- การเตรียมบ่อ: ใช้บ่อดินขนาดประมาณ 1 ไร่ ความลึกประมาณ 1.10 เมตร (การกินเลี้ยงในบ่อดินควบคุมง่ายกว่าในทะเล เนื่องจากไม่มีคลื่นลมรบกวน)
- ระบบการถ่ายเทน้ำ: อาศัยประตูน้ำ 2 ทาง ระบายน้ำเข้า - ออก ตามปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง และใช้อวนตาข่ายกั้นขยะ พร้อมมีระบบถ่ายน้ำจืดออกจากผิวน้ำช่วงฝนตก
- การเลี้ยงร่วมกับปลา: สามารถเลี้ยงปลิงทะเล รวมกับปลากะพงและปลาเก๋าได้ โดยปลิงทะเลจะช่วยดูดกินเศษอาหารที่เหลือจากปลา ตะกอน โคลนเลน และมูลปลา ช่วยบำบัดดินไปในตัว
- ระยะเวลาและขนาด: รับลูกพันธุ์ขนาด 1-3 ซม. มาอนุบาลในกระชัง 3 เดือน จนได้ขนาด 7-10 ซม. จึงปล่อยลงบ่อดิน เลี้ยงต่ออีกราว 1-2 ปี จะได้น้ำหนักตัวละประมาณ 500 - 600 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม
นวัตกรรมการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล และอาหารแพลงก์ตอนเพื่อการอนุรักษ์
นอกจากการเลี้ยงในบ่อดินเพื่อจำหน่ายแล้ว ชุมชนยังให้ความสำคัญกับการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่คู่อันดามันอย่างยั่งยืน
กระบวนการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล จะต้องคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ความสมบูรณ์สูง นำมาพักในบ่อปูนที่มีชั้นทรายหรือโคลนรองพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ท้องปลิงเป็นรอย โดยมีขั้นตอนดังนี้
- การกระตุ้นการผสมพันธุ์: การกระตุ้นมักทำในช่วงปลายปีถึงต้นปี โดยการสังเกตการณ์ตลอดเวลา ซึ่งตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อออกมา ก่อนตามด้วยตัวเมีย จากนั้นจึงตักแยกน้ำเชื้อไปอนุบาลต่อ 4-5 วันจนเค้าโครงตัวอ่อนปรากฏ
- การเตรียมอาหารสำหรับ ปลิงทะเล
- อาหารวัยอ่อน: ใช้การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชในโหลแก้วใสโดยใช้แสงไฟฟ้าควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้แพลงก์ตอนที่มีคุณภาพคงที่
- อาหารตัวโต: ใช้สูตรโคลนผสมสาหร่ายบด ละลายน้ำและหว่านรอบบ่อเดือนละ 3-4 ครั้ง
ขั้นตอนการเตรียม ปลิงทะเล ก่อนนำมาปรุงอาหาร
เนื่องจาก ปลิงทะเล มีเมือกและกลิ่นคาวเฉพาะตัว การนำมาทำอาหารจึงต้องผ่านเมนูภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน
- ผ่าท้อง ปลิงทะเล เพื่อนำเอาไส้และดินทรายข้างในออกให้สะอาดหมดจด
- นำไปต้มครั้งแรกกับน้ำทะเล (หรือน้ำผสมเกลือ) ร่วมกับสับปะรดเพื่อดับคาวและช่วยให้เนื้อนุ่ม ขัดผิวด้วยใบมะละกอเพื่อลอกเมือกดำออก
- ต้มและตุ๋นต่ออีก 2 ชั่วโมงจนเนื้อ ปลิงทะเล นุ่มเด้งได้ที่ (น้ำหนักจะลดลงตามขั้นตอนการต้ม)
เมนูเด็ดขึ้นชื่อ: แกงเผ็ด ปลิงทะเล สไตล์ใต้รสจัดจ้าน หรือเมนู ปลิงทะเล น้ำแดง รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ให้สัมผัสที่กรุบกรอบ เด้ง เคี้ยวเพลิน ถือเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่สายทานอาหารทะเลต้องได้ลองสักครั้ง
สรุปอนาคตของ ปลิงทะเล สัตว์เศรษฐกิจกู้โลกและโอกาสของเกษตรกรไทย
จากสัตว์น้ำไร้หน้าตาในโคลนเลน วันนี้ ปลิงทะเล ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับชุมชนเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา ด้วยความร่วมมือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง การแบ่งปันออเดอร์ การเกื้อกูลกันในกลุ่มผู้เลี้ยง รวมถึงการได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและการรับรอง GI
การเพาะเลี้ยง ปลิงทะเล จึงไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลอันดามันผ่านการปล่อยลูก ปลิงทะเล คืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
หากพูดถึงสัตว์น้ำในฝั่งทะเลอันดามันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก ต้องยกให้สัตว์น้ำหน้าตาแปลกประหลาดอย่าง "ปลิงทะเล" ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "โสมแห่งท้องทะเล" ด้วยสรรพคุณทางโภชนาการ สมุนไพร และมูลค่าทางการตลาดที่สูงลิ่ว บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกวิถีของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ผ่านกลุ่มผู้เลี้ยงปลิงทะเล อำเภอเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา
ทำความรู้จัก ปลิงทะเล สิ่งมีชีวิตไร้หน้าตา ตัววัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
หลายคนที่ได้สัมผัสหรือพบเห็น ปลิงทะเล ครั้งแรก อาจตั้งคำถามว่าส่วนไหนคือหน้า ตา หู หรือจมูก แต่ความจริงแล้ว ปลิงทะเล เป็นสัตว์ที่ไม่มีหน้าตา ไม่มีแขนขา ลำตัวส่วนบนมักมีสีดำ ส่วนท้องจะมีสีขาวหรือสีอ่อนกว่า ลำตัวมีลักษณะนุ่ม แต่เมื่อตกใจหรือมีภัยคุกคามจะหดตัวแน่น
ในทางชีววิทยา ปลิงทะเล จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับดาวทะเลและหอยเม่น และยังเป็นตัววัดคุณภาพและความสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างดี บริเวณใดที่มี ปลิงทะเล อาศัยอยู่ แสดงว่าน้ำบริเวณนั้นมีความสะอาด สภาพแวดล้อมทางทะเลยังบริสุทธิ์และมีความสมบูรณ์สูง
ลักษณะทางธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ปลิงทะเลชื่นชอบ
- ถิ่นที่อยู่: ชอบฝังตัวอยู่ในโคลน เลน หรือทราย ในบริเวณที่มีน้ำขังตามธรรมชาติ
- ฤดูกาลจับ: สามารถพบเห็นและจับได้ตามธรรมชาติ ในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไป
- การปรับเปลี่ยนสี: ปลิงทะเลสายพันธุ์ปลิงขาว สามารถปรับสีผิวลำตัวเป็นสีขาว เหลือง ดำ หรือสีทอง ซึ่งเป็นผลจากพันธุกรรม อาหาร สภาพแวดล้อม ความขุ่นใสของน้ำ
- กลไกป้องการป้องกันตัว: เมื่อเจอศัตรูอย่างปูมารบกวน ปลิงทะเลจะพ่นไส้ออกมาเพื่อล่อให้ศัตรูกิน แล้วเดินหนีไป รวมถึงการปล่อยน้ำในลำตัวออกจนหมดเมื่อถูกจับขึ้นมาจากน้ำ
แหล่งกำเนิดและวิถีการเลี้ยง ปลิงทะเล สินค้า GI ขึ้นชื่อแห่งเกาะยาวน้อย
ในอดีตเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา มีปลิงทะเลตามธรรมชาติจำนวนมาก แต่ในช่วงไม่กี่ปีผ่านมา ปริมาณในธรรมชาติลดน้อยลง ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของ “บังดอน” และกลุ่มเกษตรกร จึงได้ร่วมกันหันมารวมกลุ่มเพาะเลี้ยงปลิงทะเล ในบ่อดินเพื่อเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาเก๋าและปลากะพง
การเลี้ยงปลิงทะเลในพื้นที่เกาะยาวน้อย ได้รับการรับรองเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เนื่องจากน้ำและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ส่งผลให้เนื้อของปลิงทะเลที่นี่มีความแน่น นุ่ม และคุณภาพดีกว่าพื้นที่อื่นๆ
ขั้นตอนและเทคนิคการเลี้ยงปลิงทะเลในบ่อดิน
- การเตรียมบ่อ: ใช้บ่อดินขนาดประมาณ 1 ไร่ ความลึกประมาณ 1.10 เมตร (การกินเลี้ยงในบ่อดินควบคุมง่ายกว่าในทะเล เนื่องจากไม่มีคลื่นลมรบกวน)
- ระบบการถ่ายเทน้ำ: อาศัยประตูน้ำ 2 ทาง ระบายน้ำเข้า - ออก ตามปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง และใช้อวนตาข่ายกั้นขยะ พร้อมมีระบบถ่ายน้ำจืดออกจากผิวน้ำช่วงฝนตก
- การเลี้ยงร่วมกับปลา: สามารถเลี้ยงปลิงทะเล รวมกับปลากะพงและปลาเก๋าได้ โดยปลิงทะเลจะช่วยดูดกินเศษอาหารที่เหลือจากปลา ตะกอน โคลนเลน และมูลปลา ช่วยบำบัดดินไปในตัว
- ระยะเวลาและขนาด: รับลูกพันธุ์ขนาด 1-3 ซม. มาอนุบาลในกระชัง 3 เดือน จนได้ขนาด 7-10 ซม. จึงปล่อยลงบ่อดิน เลี้ยงต่ออีกราว 1-2 ปี จะได้น้ำหนักตัวละประมาณ 500 - 600 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม
นวัตกรรมการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล และอาหารแพลงก์ตอนเพื่อการอนุรักษ์
นอกจากการเลี้ยงในบ่อดินเพื่อจำหน่ายแล้ว ชุมชนยังให้ความสำคัญกับการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่คู่อันดามันอย่างยั่งยืน
กระบวนการเพาะพันธุ์ ปลิงทะเล จะต้องคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ความสมบูรณ์สูง นำมาพักในบ่อปูนที่มีชั้นทรายหรือโคลนรองพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ท้องปลิงเป็นรอย โดยมีขั้นตอนดังนี้
- การกระตุ้นการผสมพันธุ์: การกระตุ้นมักทำในช่วงปลายปีถึงต้นปี โดยการสังเกตการณ์ตลอดเวลา ซึ่งตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อออกมา ก่อนตามด้วยตัวเมีย จากนั้นจึงตักแยกน้ำเชื้อไปอนุบาลต่อ 4-5 วันจนเค้าโครงตัวอ่อนปรากฏ
- การเตรียมอาหารสำหรับ ปลิงทะเล
- อาหารวัยอ่อน: ใช้การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชในโหลแก้วใสโดยใช้แสงไฟฟ้าควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้แพลงก์ตอนที่มีคุณภาพคงที่
- อาหารตัวโต: ใช้สูตรโคลนผสมสาหร่ายบด ละลายน้ำและหว่านรอบบ่อเดือนละ 3-4 ครั้ง
ขั้นตอนการเตรียม ปลิงทะเล ก่อนนำมาปรุงอาหาร
เนื่องจาก ปลิงทะเล มีเมือกและกลิ่นคาวเฉพาะตัว การนำมาทำอาหารจึงต้องผ่านเมนูภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน
- ผ่าท้อง ปลิงทะเล เพื่อนำเอาไส้และดินทรายข้างในออกให้สะอาดหมดจด
- นำไปต้มครั้งแรกกับน้ำทะเล (หรือน้ำผสมเกลือ) ร่วมกับสับปะรดเพื่อดับคาวและช่วยให้เนื้อนุ่ม ขัดผิวด้วยใบมะละกอเพื่อลอกเมือกดำออก
- ต้มและตุ๋นต่ออีก 2 ชั่วโมงจนเนื้อ ปลิงทะเล นุ่มเด้งได้ที่ (น้ำหนักจะลดลงตามขั้นตอนการต้ม)
เมนูเด็ดขึ้นชื่อ: แกงเผ็ด ปลิงทะเล สไตล์ใต้รสจัดจ้าน หรือเมนู ปลิงทะเล น้ำแดง รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ให้สัมผัสที่กรุบกรอบ เด้ง เคี้ยวเพลิน ถือเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่สายทานอาหารทะเลต้องได้ลองสักครั้ง
สรุปอนาคตของ ปลิงทะเล สัตว์เศรษฐกิจกู้โลกและโอกาสของเกษตรกรไทย
จากสัตว์น้ำไร้หน้าตาในโคลนเลน วันนี้ ปลิงทะเล ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับชุมชนเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา ด้วยความร่วมมือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง การแบ่งปันออเดอร์ การเกื้อกูลกันในกลุ่มผู้เลี้ยง รวมถึงการได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและการรับรอง GI
การเพาะเลี้ยง ปลิงทะเล จึงไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลอันดามันผ่านการปล่อยลูก ปลิงทะเล คืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส



























































