สุชาติ ชี้! ผลสำรวจสร้างความเสื่อมเสีย ยืนยัน! ไร้ทุจริต
Key Takeaway: สรุปข้อเท็จจริงกรณี 3 กรมใหญ่ปฏิเสธข้อกล่าวหารับสินบน
- หน่วยงานที่ถูกพาดพิง: กรมควบคุมมลพิษ (อันดับ 1), กรมอุทยานฯ (อันดับ 9) และกรมป่าไม้ (อันดับ 10) ถูกระบุว่าเป็นหน่วยงานที่รับสินบนสูงสุดจากผลสำรวจ
- จุดยืนรัฐมนตรี: นายสุชาติยืนยันตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งไม่เคยมีปัญหานี้ และมองว่าการกล่าวหาไม่มีหลักฐานทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ
- ข้อโต้แย้งหลักของกรมควบคุมมลพิษ: เป็นหน่วยงานเชิงวิชาการ ไม่มีอำนาจสั่งอนุมัติหรือปิดโรงงาน อีกทั้งโทษปรับสูงสุดตามกฎหมายไม่เกิน 60,000 บาท เป็นไปไม่ได้ที่เอกชนจะจ่ายสินบนเป็นแสนเพื่อเลี่ยงค่าปรับหลักพันถึงหลักหมื่น
- มาตรการของกรมอุทยานฯ: สั่งตรวจสอบกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับเอกชนทันที ย้ำจุดยืนไม่มีนโยบายรับผลประโยชน์ หากพบผิดฟันวินัยและอาญาสูงสุด
- ขั้นต่อไป: ทั้งสองหน่วยงานเร่งประสาน กกร. เพื่อขอข้อมูล วิธีการสุ่มตัวอย่าง และหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
"สุชาติ" ยันกระทรวงทรัพยากรฯ ไร้ปมสินบน ท้าเปิดหลักฐานป้องกันเสื่อมเสีย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงถึงกรณีที่ 3 หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ (ลำดับที่ 1), กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ลำดับที่ 9) และกรมป่าไม้ (ลำดับที่ 10) ถูกระบุว่าเป็นหน่วยงานที่รับสินบนสูงสุด โดยระบุว่าการรายงานดังกล่าวเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน สร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษที่ไม่มีอำนาจในการเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงนโยบายการเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันคอร์รัปชัน นายสุชาติตอบว่า หากพูดว่าจะเข้มงวดขึ้น ก็จะเหมือนเป็นการยอมรับว่าทั้ง 2 หน่วยงาน มีการเรียกรับสินบนจริง แต่ขอยืนยันว่านับตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่ง ไม่มีปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จี้ กกร. ส่งข้อมูลใน 7 วัน ชี้ข้อกฎหมายค่าปรับต่ำกว่าสินบน
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้แถลงย้ำว่า กรมควบคุมมลพิษเป็น "องค์กรแห่งความโปร่งใส" พร้อมส่งหนังสือเปิดผนึกถึง กกร. เพื่อขอข้อมูลวิธีการสำรวจ และหลักฐานประกอบทั้งหมดภายใน 7 วัน โดยตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการเก็บข้อมูล การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง และความถูกต้องในการระบุชื่อหน่วยงาน เนื่องจากกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานวิชาการ ไม่มีอำนาจในการอนุมัติหรือสั่งปิดโรงงาน จึงไม่มีช่องทางให้เอื้อประโยชน์โดยมิชอบ
นอกจากนี้ ขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายของกรมฯ มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาก่อนการลงโทษ และอัตราโทษปรับสูงสุดตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 60,000 บาท จึงเป็นไปได้ยากมากที่ภาคเอกชนจะเลือกจ่ายสินบนมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่มีมูลค่าเพียงหลักพันถึงหลักหมื่นบาท
กรมอุทยานฯ สั่งรื้อกระบวนงานเอกชน ลั่นพบทุจริตลงโทษวินัยและอาญาสูงสุด
ขณะเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีชื่อติดอยู่ในลำดับที่ 9 โดยผลสำรวจอ้างว่ามีการเรียกรับสินบนมูลค่าเฉลี่ย 68,000 บาทต่อครั้ง ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเช่นกัน โดยทางกรมฯ ได้สั่งตรวจสอบกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนทั้งหมดในทันที พร้อมทั้งย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบและพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจริง จะดำเนินการลงโทษทางวินัยและดำเนินคดีอาญาสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น
พร้อมกันนี้จะประสานความร่วมมือกับ กกร. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสขององค์กรต่อไป




























































