เปิดเป้าหมาย “ทีมตบสาวไทย” ในศึกวอลเลย์บอลเนชั่นส์ลีก
ความเคลื่อนไหวของทีมนักตบสาวทีมชาติไทย ยังคงลงฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ณ แคมป์เก็บตัวภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเน้นโปรแกรมวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อยกระดับสภาพร่างกาย และการเตรียมความพร้อมด้านจิตวิทยาควบคู่กันไป ส่วนแทกติกในสนามเน้น เรื่องระบบทีมเวิร์กและการเล่นบอลสูตรผสมที่หลากหลาย หลังจากสมาคมฯ มีการประกาศรายชื่อผู้เล่น 30 คนออกมาเรียบร้อยแล้ว
โดยทางด้านของ "กัปตันพู่" พรพรรณ เกิดปราชญ์ เซตเตอร์กัปตันทีม เปิดเผยว่า เวลานี้พยายามปรับจูนเพื่อดึงศักยภาพและจุดเด่นของนักกีฬาแต่ละคนออกมา เพื่อเพิ่มมิติเกมรุกให้มีความหลากหลายมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเน้นความแน่นอนในจังหวะเข้าทำ เพื่อปิดแมตช์ให้ได้เด็ดขาดไม่ยืดเยื้อ โดยตั้งเป้าหมายจะเก็บชัยชนะให้ได้สนามละ 2 นัด และเก็บเซตชนะให้ได้มากที่สุด
สำหรับโปรแกรมในสัปดาห์แรก ทีมสาวไทยจะออกเดินทางไปแข่งขันที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน ประเดิมนัดแรกพบกับ เซอร์เบีย ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน เวลา 14.00 น. ซึ่งเซอร์เบียถือเป็นทีมรูปร่างสูงใหญ่สไตล์ยุโรป บอลหลักดุดันและมีเกมบล็อกที่หนาแน่น แต่อาจจะมีจุดอ่อนเรื่องความคล่องตัวในการป้องกันบอลสูตรความเร็วสูง ซึ่งสาวไทยต้องใส่เต็มที่เพื่อลุ้นประเดิมเก็บชัยชนะนัดแรก
จากนั้นนัดที่สอง จะต้องดวลกับเจ้าภาพ จีน ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน เวลา 18.30 น. เกมนี้ทีมสาวไทยเสียเปรียบชัดเจนที่ต้องเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ของเจ้าถิ่น แต่จีนเองก็มีจุดอ่อนเรื่องความกดดัน ซึ่งหากไทยสามารถใช้เกมเสิร์ฟทำลายจังหวะบอลเร็ว บังคับให้จีนต้องเล่นบอลแก้ ก็มีโอกาสที่จะกดดันให้เจ้าภาพเล่นผิดพลาดเองได้
ส่วนนัดที่ 3 จะพบกับ เบลเยียม ในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน เวลา 14.00 น. โดยเบลเยียมมีจุดเด่นที่วินัยเกมรับ และมีคีย์เพลเยอร์คนสำคัญอย่าง บริตต์ เฮอร์บ็อตส์ ที่โดดเด่นในเกมบุก แต่พวกเขาก็มีจุดอ่อนที่ระบบทีมพึ่งพาผู้เล่นหลักเพียงคนเดียวมากเกินไป หากบล็อกของไทยสามารถจับตายตัวตบหลักได้ ขีดความสามารถในเกมรุกของเบลเยียมก็จะลดลงทันที
และนัดสุดท้ายจะพบกับ สาธารณรัฐเช็ก ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน เวลา 10.30 น. แม้เช็กจะเป็นทีมที่มีความมุ่งมั่นสูงและเล่นได้ดีเวลาเป็นรอง แต่เกมรับแดนหลังยังไม่นิ่ง หากระบบบอลสูตรและความเร็วของสาวไทยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสสูงที่ทีมไทยจะเก็บชัยชนะส่งท้ายสัปดาห์แรกได้สำเร็จ
โดยเวลานี้ ทัพนักตบสาวไทยยังมีเวลาฝึกซ้อมอีก 12 วันก่อนจะเปิดฉากสนามแรก ซึ่งตามระเบียบการแข่งขันในแต่ละสนาม ทุกทีมจะสามารถส่งรายชื่อผู้เล่นลงทำการแข่งขันได้สนามละ 14 คน และสามารถนำผู้เล่นสำรองร่วมเดินทางไปสลับสับเปลี่ยนได้อีกไม่เกิน 4 คน รวมเป็น 18 คน



























































