ข้อสงสัยโจรลักลอบถอนเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 98 ต้น หายเกลี้ยง
เรื่องสายไฟหรือหลอดไฟถูกขโมยอาจเป็นข่าวที่พบเห็นได้อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ จ.นครศรีธรรมราช กลับเกิดเหตุการณ์ที่อุกอาจกว่านั้น เมื่อเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ถูกขโมยหายไปทั้งต้น เหลือเพียงฐานเสาเรียงรายตลอดแนวถนนกว่า 3 กิโลเมตร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน แต่ยังสะท้อนปัญหาที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานหลายปี
จากถนนสว่างไสว สู่เส้นทางที่เหลือเพียงฐานเสา
บนถนนสิรินครอุทิศ รอยต่อระหว่าง ต.ศาลามีชัย และ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ครั้งหนึ่งเคยมีการติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างโซลาร์เซลล์ตลอดสองข้างทาง มีการตรวจนับพบว่า บริเวณดังกล่าวเคยมีเสาไฟฟ้าจำนวน 98 ต้น ติดตั้งสลับกันทั้งฝั่งซ้ายและขวาของถนน แต่ปัจจุบันเสาไฟทั้งหมดหายไปจนหมด เหลือเพียงฐานเสาที่ตั้งอยู่เรียงรายตลอดเส้นทาง
ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ถนนเส้นนี้เคยได้รับการติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างโซลาร์เซลล์ตามโครงการของ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีเสาไฟจำนวน 98 ต้น ตลอดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเสาไฟและแบตเตอรี่ถูกขโมยไปอย่างต่อเนื่อง จากที่หายเป็นบางส่วน กลายเป็นหายไปทั้งหมด จนไม่เหลือเสาไฟอยู่แม้แต่ต้นเดียว
ผลที่ตามมาคือ ในช่วงกลางคืน ถนนสายนี้ตกอยู่ในความมืด ไม่มีแสงสว่างช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมองเห็นเส้นทาง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายในการสัญจร
ปัญหาการโจรกรรมเสาไฟไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนถนนสิรินครอุทิศเท่านั้น
ที่ถนนสายบ้านหัวทะเล ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ก็พบลักษณะเดียวกัน โดยเสาไฟที่อยู่ใกล้บ้านเรือนประชาชนมักถูกขโมยเฉพาะแบตเตอรี่ ขณะที่เสาไฟที่อยู่ห่างจากชุมชนจะถูกขโมยไปทั้งต้น
ชาวบ้านระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้
โดยสำนักงานปกครองจังหวัดเพิ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อต้นปี 2569 หลังจากได้รับการสอบถามจากสำนักงาน ป.ป.ช. นครศรีธรรมราช เกี่ยวกับคดีดังกล่าว
โครงการติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างโซลาร์เซลล์ดังกล่าว เป็นโครงการของ จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลในปี 2560 วงเงินเกือบ 200 ล้านบาท
โครงการมีเป้าหมายติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนน 22 สายทั่วจังหวัด รวมเกือบ 3,000 ต้น โดยเสาไฟแต่ละต้นมีมูลค่าประมาณ 65,000 บาท และเริ่มดำเนินการติดตั้งในปี 2561
หลังโครงการเริ่มดำเนินการ ได้มีผู้ร้องเรียนว่าโครงการดังกล่าวอาจมีประเด็นส่อทุจริต
ต่อมา ป.ป.ช. ภาค 8 ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และพบว่ามีอดีตข้าราชการรวมถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีมากกว่า 10 คน แต่จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว คดียังคงไม่มีความคืบหน้า
ขณะที่โครงการอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พบว่าเสาไฟเหล่านี้ถูกใช้งานได้เพียง 2 ปีเศษ หลังจากติดตั้ง เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิเสธการรับถ่ายโอนโครงการ โดยให้เหตุผลว่าต้องใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาสูง ทำให้เสาไฟในหลายพื้นที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมและไม่สามารถใช้งานได้ และเมื่อขาดการดูแลอย่างต่อเนื่อง เสาไฟจำนวนมากจึงค่อย ๆ ถูกโจรกรรมไป จนในบางพื้นที่เหลือเพียงฐานเสาเป็นร่องรอยของโครงการที่เคยมีอยู่



























































