กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แหนบทอง
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำที่ไม่มีในข่าว แต่อยู่ในทุกช่วงชีวิตของชาวบ้าน
ขณะที่นักการเมืองระดับประเทศมีชื่อเสียงโด่งดัง กำนันและผู้ใหญ่บ้านกลับเป็นคนที่ชาวบ้านรู้จักและพึ่งพาได้จริง "กำนันอัด" แห่งตำบลวังหลวง จังหวัดแพร่ คือตัวอย่างของผู้รับใช้ชุมชนมากว่า 30 ปี ตั้งแต่แก้ปัญหาตลิ่งแม่น้ำยมกัดเซาะ ไปจนถึงเฝ้าระวังยาเสพติด ส่วน "ผู้ใหญ่บ้านนัยนา" แห่งบ้านห้วยหาด จังหวัดน่าน พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้นำชุมชนสามารถพลิกฟื้นภูเขาหัวโล้นกลับเป็นผืนป่ากว่า 1,473 ไร่ได้ด้วยความร่วมมือของชาวบ้าน รางวัลแหนบทองคำที่พวกเขาได้รับไม่ใช่แค่เครื่องราช แต่คือสัญลักษณ์ของการอุทิศชีวิตเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากส่วนกลาง แต่เริ่มจากคนที่รักบ้านเกิดพอที่จะลงมือทำ
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน : ตัวแทนอำนาจรัฐที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด
หากถามคนไทยว่ารู้จักนักการเมืองระดับชาติกี่คน หลายคนอาจตอบได้ไม่กี่ชื่อ แต่ถ้าถามว่ารู้จักกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ของตนไหม คำตอบคือรู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เพราะ กำนันผู้ใหญ่บ้าน คือตัวแทนอำนาจรัฐที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด รู้จักกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านหลายท่านที่สะท้อนภาพรวมของภาระหน้าที่อันหลากหลายในตำแหน่งนี้
กำนันอัด: กำนันแหนบทอง แห่งจังหวัดแพร่
รัฐกานต์ จันทนู หรือ "กำนันอัด" จากตำบลวังหลวง อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ ดำรงตำแหน่งกำนันมายาวนานกว่า 30 ปี และปัจจุบันยังเป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ เขาได้รับรางวัล กำนันแหนบทองคำ ถึงสองสมัย คือปี พ.ศ. 2551 และปี พ.ศ. 2565
รางวัลกำนันแหนบทองคำเป็นรางวัลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มอบให้เป็นประจำทุกปีแก่กำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีผลงานโดดเด่นครบทุกด้าน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการหลายภาคส่วน ทั้งสาธารณสุข เกษตร ประมง ปศุสัตว์ และตำรวจ ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเข็มแหนบทองคำ ใบประกาศเกียรติคุณ ชุดปกติขาว และที่พิเศษที่สุดคืออาวุธปืนประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับอาวุธปืนเป็นรางวัล
นอกจากการดูแลประชาชน กำนันอัดยังมีอาชีพเสริมด้านงานแกะสลักไม้ ทำโบสถ์วิหาร และรับงานตกแต่งศาสนสถานควบคู่ไปด้วย เนื่องจากจบการศึกษาด้านพาณิชย์ศิลป์จากโรงเรียนช่าง จึงมีฝีมือทางด้านงานศิลป์ติดตัวมาด้วย
ภารกิจอันหลากหลายของกำนันผู้ใหญ่บ้าน
หนึ่งในภารกิจสำคัญที่กำนันอัดต้องดูแลคือปัญหาที่ดินริมแม่น้ำยมที่ถูกน้ำกัดเซาะจนหายไปกว่า 100 ไร่ กำนันได้ผลักดันงบประมาณจากจังหวัดผ่านกรมจนได้รับงบสนับสนุน 75 ล้านบาท เพื่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยประสานงานร่วมกับกรมโยธา กรมเจ้าท่า และกรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำควบคู่กันไป นอกจากนี้ยังมีภารกิจตรวจตราด่านสกัดยาเสพติดร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการป้องปรามปัญหายาเสพติดในพื้นที่
ผู้ใหญ่นัยนา: ผู้พลิกฟื้นภูเขาหัวโล้นให้กลับเป็นผืนป่า
ที่บ้านห้วยหาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ผู้ใหญ่บ้านนัยนา “นัยนา ฑีฆาวงศ์” ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยหาด สร้างปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไป เธอไม่ได้รับรางวัลแหนบทองคำ แต่ได้รับ "รางวัลจากธรรมชาติ" ผ่านความมุ่งมั่นพลิกฟื้นภูเขาหัวโล้นที่เคยเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดให้กลับมาเป็นผืนป่าเขียวขจีกว่า 1,473 ไร่
พื้นที่บ้านห้วยหาดเดิมทีเป็นหมู่บ้านยุทธศาสตร์ที่ถูกอพยพขึ้นมาในช่วงสงครามระหว่างรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 หลังสงครามสงบ ชาวบ้านหันมาปลูกข้าวโพดตามกระแสเกษตรพันธสัญญา ใช้สารเคมีและยาฆ่าหญ้าอย่างหนัก จนเกิดวิกฤตในปี พ.ศ. 2552 แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีจนใช้อุปโภคบริโภคไม่ได้ พืชผักที่เคยขึ้นเองตามธรรมชาติหายไปหมด ปลาในลำห้วยตายหรือเป็นโรค ชาวบ้านต้องซื้อทุกอย่างจากภายนอก
เมื่อผู้ใหญ่นัยนาเห็นวิกฤตนี้ เธอจึงเริ่มโครงการ "ป่าแลกนา" ร่วมกับโครงการปิดทองหลังพระ โดยให้ชาวบ้านคืนพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่เคยถือครองให้กลายเป็นผืนป่า แลกกับพื้นที่นาขนาดเล็กไม่เกิน 5 ไร่ต่อครัวเรือน
แม้ช่วงแรกจะเผชิญแรงต่อต้านจากชาวบ้านที่คุ้นเคยกับวิถีเดิม แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ปัจจุบันพื้นที่นี้มีผืนป่ารวมเกือบ 2,000 ไร่ ลำห้วยห้วยหาดกลับมาใสสะอาด ปลาและสัตว์น้ำดั้งเดิมกลับคืนมา ชาวบ้านมีแหล่งอาหารที่ไม่ต้องซื้อ เปรียบเสมือน "ซูเปอร์มาร์เก็ตในป่าชุมชน" ที่ทุกคนสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวได้โดยไม่เสียเงิน ผู้ใหญ่นัยนาระบุว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่รางวัลหรือความก้าวหน้าทางการเมือง แต่คือการเห็นคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ผู้ใหญ่น้ำ: คนรุ่นใหม่กับบทบาทผู้นำชุมชน
พชรณัท จรดล หรือ "ผู้ใหญ่น้ำ" จากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เลือกกลับมาพัฒนาบ้านเกิด จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล ปัจจุบันอายุ 35 ปี เธอลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านตามคำเชิญชวนของผู้ใหญ่และชาวบ้านในพื้นที่ที่เล็งเห็นศักยภาพ
ปัญหาหลักที่ผู้ใหญ่น้ำต้องรับมือคือการกำจัดผักตบชวาในลำคลอง ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้เรือพายสัญจร ในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เธอเป็นผู้ใหญ่บ้านที่อายุน้อยมาก ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวในการประชุมร่วมกับผู้ใหญ่บ้านรุ่นอาวุโส แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีคนรุ่นใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งมากขึ้น ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะหาจุดสมดุลระหว่างแนวคิดของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ในการทำงานร่วมกัน
ปัญหาเชิงโครงสร้าง: ความซ้อนทับระหว่างการปกครองท้องที่และท้องถิ่น
ดร.วีรศักดิ์ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มุมมองเชิงวิชาการที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างการปกครองไทยที่มีสองระบบซ้อนทับกัน คือ การปกครองท้องที่ (กำนันผู้ใหญ่บ้าน) และ การปกครองท้องถิ่น (อบต. อบจ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทับซ้อนกันทั้งในเชิงพื้นที่และภารกิจด้านการพัฒนา
ระบบการปกครองท้องที่ใช้งบประมาณเป็นเงินประจำตำแหน่งราวปีละ 25,000 ล้านบาท แลกกับบุคลากรเกือบ 200,000 คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยราชการส่วนภูมิภาค ขณะที่ระบบการปกครองท้องถิ่นมีบุคลากรรวมประมาณ 700,000 คน และใช้งบประมาณสูงถึงเกือบ 800,000 ล้านบาทต่อปีในการพัฒนาพื้นที่ ทั้งสองระบบล้วนมาจากภาษีของประชาชนเช่นเดียวกัน
นักวิชาการเสนอว่าประเทศไทยควรตัดสินใจเลือกแนวทางที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการคงสองระบบไว้แบบเดิม การกระจายอำนาจเต็มรูปแบบโดยยกเลิกระบบใดระบบหนึ่ง หรือแนวทางประนีประนอมด้วยการโอนย้ายภารกิจบางส่วนของการปกครองท้องที่ไปผนวกเข้ากับการปกครองท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพราะการปล่อยให้ทั้งสองระบบดำเนินไปแบบซ้ำซ้อนโดยไม่มีการปฏิรูป คือ "ราคาที่ประเทศไทยต้องจ่าย" อย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนชีวิตที่ต้องช่วยกันดูแล
จากเรื่องราวของกำนันอัด ผู้ใหญ่นัยนา และผู้ใหญ่น้ำ สะท้อนให้เห็นว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านคือกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐกับประชาชนในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน แม้ค่าตอบแทนจะไม่สูงมากนัก แต่ภาระหน้าที่กลับครอบคลุมแทบทุกมิติของชีวิตชาวบ้าน ตั้งแต่เกิดจนตาย ขณะเดียวกัน ปัญหาเชิงโครงสร้างเรื่องความซ้อนทับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่สังคมไทยต้องร่วมกันขบคิดและตัดสินใจ เพื่อให้ทรัพยากรภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้ "ต้นทุนชีวิต" ของคนไทย ทั้งเรือกสวนไร่นา ป่าเขา แม่น้ำลำคลอง และท้องทะเล ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืนสืบไป
ติดตามในรายการ สามัญชนคนไทย ตอน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แหนบทอง วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 22.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง www.thaipbs.or.th/SaManChon



























































