รอดจากเหตุการณ์กราดยิง
เมื่อเกิดเหตุกราดยิงต้องทำอย่างไร? เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดด้วยหลัก "หนี ซ่อน สู้"
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญในต่างประเทศ อย่างเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมที่ฟลอริดาซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย จนถึงเหตุการณ์ในประเทศไทย ทั้งคนร้ายบุกกราดยิงชิงทองจนมีผู้เสียชีวิต และเหตุคนร้ายคลั่งกราดยิงในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองโคราชที่มีผู้เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 58 คน แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้อยู่ใกล้ตัวเรา เราจึงควรเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด หากบังเอิญเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์การยิง
สรุปให้จำขึ้นใจ — หนี ซ่อน สู้
- ตั้งสติให้ดีที่สุด อย่ากลัวที่จะหนี
- หนี ไปทางออกที่ใกล้ที่สุด วิ่งไปคนละทิศกับเสียงปืน ห้ามหันหลังกลับไปมอง
- ซ่อน ถ้าหนีไม่ได้ ให้เอาโต๊ะเก้าอี้บังประตูไว้ อยู่เงียบที่สุด
- สู้ ถ้าคนร้ายเข้ามา ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ รอบตัวเป็นอาวุธ
- เมื่อออกมาปลอดภัยแล้ว รีบโทรแจ้ง 191
3 วิธีที่เด็ก ๆ คิดว่าจะช่วยให้รอด
เมื่อถามเด็ก ๆ ว่าถ้าอยู่ในเหตุการณ์กราดยิงในห้างหรือโรงเรียนจะหลบหนีอย่างไร ได้คำตอบมา 3 วิธีด้วยกัน
1. รีบวิ่งหนีไปตรงทางออกที่ใกล้ที่สุด บางคนมองว่ารอด เพราะเป็นทางออกที่ใกล้ ออกไปได้อย่างรวดเร็วและไม่โดนยิง แต่บางคนมองว่าอาจไม่รอด เพราะคนร้ายอาจมีสองถึงสามคนไปดักรออยู่ที่ทางออก และเมื่อเราอยู่ในห้องก็จะไม่รู้ว่าข้างนอกมีอะไร ถ้าออกไปแล้วเจอคนร้ายก็เสี่ยงที่จะไปไม่ถึงทางออก
2. นอนราบและหมอบลงไปกับพื้น บางคนมองว่ารอด เพราะถ้านอนราบลงไป คนร้ายจะไม่เห็นตัวเราและช่วยหลบกระสุนได้ แต่บางคนมองว่าไม่รอด เพราะถึงจะนอนราบก็ยังเห็นตัวอยู่ดี คนร้ายก็ยิงได้เหมือนเดิม
3. หาที่หลบที่ปลอดภัย บางคนมองว่ารอด เพราะเราเป็นเด็ก สามารถเข้าไปแอบในที่ที่คนร้ายเข้าไม่ได้ อีกทั้งยังเอาของในห้องมากั้นประตูและซ่อนตัวเพื่อปกป้องตัวเองได้ แต่บางคนมองว่าไม่รอด เพราะถ้าทางออกมีทางเดียวก็จะออกไปไม่ได้
วิเคราะห์แต่ละวิธี
นอนราบและหมอบลงกับพื้น การนอนราบหมอบลงกับพื้นทำให้รอดจากวิถีกระสุนปืนได้ แต่ถ้าหมอบลงไปโดยไม่ได้แอบหรือหลบซ่อน ก็ไม่ได้ช่วยให้รอดจากการมองเห็นของคนร้าย ถ้าคนร้ายเดินเข้ามาเจอแบบนี้จะไม่รอด แถมยังเสียโอกาสที่จะหนีอีกด้วย
หาที่หลบที่ปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุ บางคนคิดจะหาที่หลบที่คิดว่าปลอดภัย แต่ถ้าเข้าไปหลบอย่างเดียวโดยไม่ปิดไฟในห้องที่หลบ หรือไม่อยู่ในที่ที่เงียบที่สุด เราอาจกลายเป็นจุดที่คนร้ายสนใจ ถ้าคนร้ายสงสัยก็อาจเข้ามาเจอเราในห้องที่หลบอยู่ ก็อาจจะไม่รอด
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หลัก "หนี ซ่อน สู้"
เมื่อเกิดเหตุคนร้ายกราดยิง สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติให้ดีที่สุด และอย่ากลัวที่จะหนี เพราะถ้ากลัวที่จะหนี เราจะกลายเป็นเป้าที่อยู่กับที่ ในขณะที่คนร้ายจะกราดยิงแบบไม่เลือกหน้า เราจึงต้องออกไปที่ทางออกที่ใกล้ที่สุด โดยออกไปให้ไกลจากคนร้ายมากที่สุด
หนี เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ควรรีบหาทางออกทันที อาจเป็นทางหน้าต่างก็ได้ แต่ถ้าอยู่ในระยะความสูงที่อันตรายก็อย่าเสี่ยง ให้ไปหาทางออกอื่นที่ใกล้ที่สุด และต้องวิ่งไปคนละทิศกับเสียงปืน โดยห้ามหันหลังกลับไปมอง การรีบหาทางออกที่ใกล้ที่สุดเป็นวิธีแรกที่เด็ก ๆ ควรทำ
ซ่อน ในกรณีที่เราไม่สามารถหนีลงมาได้ สิ่งที่ต้องทำคือการซ่อน เมื่อเข้าไปในห้องแล้วมีโต๊ะมีเก้าอี้ ก็เอามาบังประตูไว้ ปิดกั้นไม่ให้ข้างนอกเข้ามาหาเราได้ง่ายที่สุด
สู้ ถ้าคนร้ายเข้ามา เราต้องสู้ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ รอบตัวสามารถใช้เป็นอาวุธได้
โทรแจ้ง 191 เมื่อหนีลงมาได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับแรกคือกดโทรศัพท์ไปแจ้งที่เบอร์ 191
เมื่ออยู่ในเหตุการณ์กราดยิง เราควรรีบหาทางออกที่ใกล้ที่สุด หรือหลบอยู่ในที่ที่ปลอดภัยอย่างเงียบที่สุด และเมื่อออกมาอย่างปลอดภัยแล้วก็ต้องรีบโทรแจ้งเบอร์ 191 ถ้าเราบังเอิญไปเจอเหตุการณ์การยิงและใช้วิธีนี้ ก็จะช่วยให้รอดได้ เพราะเราคิด เราถึงรอด
ติดตามชมในรายการ คิดสิ...ต้องรอด ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/SurvivalKids
วิดีโอแนะนำ
รอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้
3 พ.ย. 62รอดจากไฟดูด
10 พ.ย. 62รอดจากการเจองูพิษ
17 พ.ย. 62รอดจากการถูกฟ้าผ่า
24 พ.ย. 62รอดจากสุนัขเจ้าถิ่น
1 ธ.ค. 62รอดจากอาหารติดคอ
8 ธ.ค. 62รอดจากลิฟต์ตก
15 ธ.ค. 62รอดจากของร้อนลวก
22 ธ.ค. 62รอดจากพิษแมงกะพรุน
29 ธ.ค. 62รอดจากตกน้ำ
5 ม.ค. 63รอดจากรังต่อแตก
12 ม.ค. 63รอดจากการซ้อนรถจักรยานยนต์
19 ม.ค. 63รอดจากแผ่นดินไหว
26 ม.ค. 63รอดจากรองเท้าหรือเสื้อผ้าเข้าไปติดบันไดเลื่อน
2 ก.พ. 63รอดจากการถูกยุงกัด
16 ก.พ. 63รอดจากการตกรถสองแถว
23 ก.พ. 63รอดจากการหลงป่า
1 มี.ค. 63ช่วยคนให้รอดจากภาวะหัวใจหยุดเต้น
8 มี.ค. 63รอดจากเหตุการณ์ระเบิด
15 มี.ค. 63รอดจากสุนัขไล่ในซอย ขณะปั่นจักรยาน
22 มี.ค. 63รอดจากอาคารถล่ม
29 มี.ค. 63รอดจากเชื้อไวรัส
5 เม.ย. 63รอดจากการตกจากเนิน
12 เม.ย. 63ช่วยคนให้รอดจากการเป็นลมแดด
19 เม.ย. 63- กำลังเล่น...
รอดจากเหตุการณ์กราดยิง
26 เม.ย. 63 รอดจากถูกแมงมุมพิษกัด
3 พ.ค. 63รอดจากการกินสารกันชื้นในขนม
3 ต.ค. 63รอดจากการติดในรถตู้
10 ต.ค. 63รอดจากอาการเกร็งชัก
17 ต.ค. 63รอดจากแก๊สรั่ว
24 ต.ค. 63
รอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้
3 พ.ย. 62รอดจากไฟดูด
10 พ.ย. 62รอดจากการเจองูพิษ
17 พ.ย. 62รอดจากการถูกฟ้าผ่า
24 พ.ย. 62รอดจากสุนัขเจ้าถิ่น
1 ธ.ค. 62รอดจากอาหารติดคอ
8 ธ.ค. 62รอดจากลิฟต์ตก
15 ธ.ค. 62รอดจากของร้อนลวก
22 ธ.ค. 62รอดจากพิษแมงกะพรุน
29 ธ.ค. 62รอดจากตกน้ำ
5 ม.ค. 63รอดจากรังต่อแตก
12 ม.ค. 63รอดจากการซ้อนรถจักรยานยนต์
19 ม.ค. 63รอดจากแผ่นดินไหว
26 ม.ค. 63รอดจากรองเท้าหรือเสื้อผ้าเข้าไปติดบันไดเลื่อน
2 ก.พ. 63รอดจากการถูกยุงกัด
16 ก.พ. 63รอดจากการตกรถสองแถว
23 ก.พ. 63รอดจากการหลงป่า
1 มี.ค. 63ช่วยคนให้รอดจากภาวะหัวใจหยุดเต้น
8 มี.ค. 63รอดจากเหตุการณ์ระเบิด
15 มี.ค. 63รอดจากสุนัขไล่ในซอย ขณะปั่นจักรยาน
22 มี.ค. 63รอดจากอาคารถล่ม
29 มี.ค. 63รอดจากเชื้อไวรัส
5 เม.ย. 63รอดจากการตกจากเนิน
12 เม.ย. 63ช่วยคนให้รอดจากการเป็นลมแดด
19 เม.ย. 63- กำลังเล่น...
รอดจากเหตุการณ์กราดยิง
26 เม.ย. 63 รอดจากถูกแมงมุมพิษกัด
3 พ.ค. 63รอดจากการกินสารกันชื้นในขนม
3 ต.ค. 63รอดจากการติดในรถตู้
10 ต.ค. 63รอดจากอาการเกร็งชัก
17 ต.ค. 63รอดจากแก๊สรั่ว
24 ต.ค. 63




























































