EP.29 สงครามภาษี ถอยคนละก้าว? “จีน” พร้อมเจรจา “ทรัมป์”
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ปลดประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนด้านการค้า
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ กล่าวเสริมว่า ความขัดแย้งด้านภาษีระหว่างสหรัฐกับจีนเป็นสิ่งที่ “ไม่ยั่งยืน” และคาดว่าจะมีการ “ลดระดับความตึงเครียด” ในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ในอีกด้านหนึ่ง อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเทสลา ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดทุน ยอมรับว่าเขาได้แนะนำประธานาธิบดีทรัมป์ให้หลีกเลี่ยงนโยบายเก็บภาษีนำเข้า และประกาศว่าจะลดบทบาทใน DOGE เพื่อควบคุมงบประมาณภาครัฐ
ขณะที่ จีนได้ออกมาแสดงจุดยืนว่า “การกดดันจะไม่สามารถใช้ได้ผลกับจีน” และเรียกร้องให้สหรัฐเจรจาด้วยท่าทีที่เคารพซึ่งกันและกัน ด้านทรัมป์เองก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนลง โดยกล่าวว่าจะไม่ “เล่นเกมหนัก” กับจีน และพร้อมลดภาษี “อย่างมีนัยสำคัญ” หากสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กัว เจียคุน กล่าวว่า สหรัฐควรเจรจาบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการเคารพซึ่งกันและกัน ด้าน นักวิเคราะห์ชี้ สหรัฐต้องแสดงความจริงจังต่อการลดความตึงเครีย เบอาตา คารันซิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก TD Economics ระบุว่า คำพูดอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการเจรจากับทั้งจีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา และเม็กซิโกภายใน 90 วันข้างหน้า เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
ขณะเดียวกัน เบสเซนต์ยังได้โจมตีสององค์กรการเงินระดับโลก ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ว่ากำลังหลุดจากภารกิจหลัก โดยเฉพาะการทุ่มเททรัพยากรไปยังประเด็นโลกร้อน ความเท่าเทียมทางเพศ และปัญหาสังคม
เขายังกล่าวด้วยว่า IMF ควรมีบทบาทมากกว่านี้ในการกดดันจีนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจที่เขาเรียกว่า “บิดเบือนตลาดโลก” ขณะเดียวกันก็โจมตีธนาคารโลกว่าไม่ควรได้รับ “เช็คเปล่า” เพื่อดำเนินโครงการที่เน้นคำโฆษณาชวนเชื่อ โดยปราศจากความมุ่งมั่นที่แท้จริงต่อการปฏิรูป




























































