EP.25 ทรัมป์ฉุน จ่อปลดประธานเฟด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โจมตีประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นายเจอโรม พาวเวลล์ อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 เม.ย. โดยระบุว่าการปลดพาวเวลล์นั้น “ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วพอ” พร้อมเรียกร้องให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยทันที แม้ว่าพาวเวลล์เพิ่งแถลงเพียงวันเดียวก่อนหน้านั้นว่าเฟดจะไม่ยอมถูกกดดันทางการเมืองและจะพิจารณาการปรับนโยบายการเงินจากข้อมูลเศรษฐกิจเท่านั้น
ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social ว่า พาวเวลล์ "ควรลดดอกเบี้ยแบบที่ธนาคารกลางยุโรปทำไปนานแล้ว" ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 2.25% เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวจากความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายภาษีของทรัมป์เอง โดยเงินเฟ้อในยูโรโซนยังคงมีแนวโน้มลดลง
ขณะที่ในสหรัฐฯ นโยบายของทรัมป์เองก็ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจซบเซาลงเช่นกัน โดยนักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 45% ที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ทรัมป์จะเคยแต่งตั้งพาวเวลล์ให้ดำรงตำแหน่งในปี 2017 แต่เขากลับแสดงความไม่พอใจเมื่อพาวเวลล์ไม่ดำเนินนโยบายตามที่ต้องการ โดยเฉพาะเรื่องการลดดอกเบี้ย
มีรายงานจาก Politico ว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เตือนเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวว่า การพยายามปลดพาวเวลล์อาจส่งผลร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของตลาดเงิน และเสี่ยงต่อภาวะ “stagflation” ซึ่งเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยควบคู่กับเงินเฟ้อสูง แม้ว่าพาวเวลล์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ท่าทีของทรัมป์ก็แสดงให้เห็นว่าเขากำลังมองหาทางเร่งปลดประธานเฟดก่อนครบวาระ การเมืองจะเริ่มเข้ามาแทรกแซงนโยบายการเงินได้หรือไม่




























































