สื่อต่างชาติวิเคราะห์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง
แม้การเลือกตั้งของไทยจะเสร็จสิ้นลง แต่สายตาจากทั่วโลกยังคงจับจ้องมาที่ทิศทางของรัฐบาลใหม่ สำนักข่าวชั้นนำระดับสากลทั้งในสิงคโปร์และสำนักข่าวรอยเตอร์ส ต่างออกมาวิเคราะห์ปัจจัยชัยชนะของ "พรรคภูมิใจไทย" ภายใต้การนำของ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" ที่กวาดคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 พร้อมเจาะลึกความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญในฐานะ "ผู้ป่วยรายใหม่แห่งเอเชีย"
CNA เจาะสูตรสำเร็จ "ภูมิใจไทย" ชูภาพลักษณ์นักปฏิบัติ-กินรวบฐานเสียงอนุรักษ์นิยม
สำนักข่าวแชนแนล นิวส์ เอเชีย (CNA) วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย มาจากการวางกลยุทธ์ที่เหนือชั้นในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะการรวบรวมกลุ่มการเมืองท้องถิ่นและตระกูลดังที่มีอิทธิพลในพื้นที่เข้าไว้ด้วยกัน
"พรรคภูมิใจไทยสร้างฐานเสียงที่แข็งแกร่งโดยอาศัยอิทธิพลของตระกูลและกลุ่มการเมืองในพื้นที่... และเน้นสร้างภาพลักษณ์ตนเองในฐานะนักปฏิบัติ แทนที่จะมุ่งเน้นเรื่องอุดมการณ์แบบพรรคประชาชน"
นอกจากนี้ นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายที่โดนใจคนรากหญ้า และการใช้กระแสชาตินิยมในช่วงความขัดแย้งชายแดน ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พรรคชิงเก้าอี้ สส. มาได้กว่า 190 ที่นั่ง แม้ในพื้นที่ที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยก็ตาม
รอยเตอร์สตั้งคำถาม! รัฐบาลใหม่จะ "มีเสถียรภาพ" แค่ไหน? ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) ชี้ให้เห็นว่า แม้พรรคภูมิใจไทยจะยังได้ที่นั่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาฯ แต่ด้วยจำนวน สส. ที่มีในมือ ย่อมสร้างอำนาจต่อรองมหาศาลในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีอำนาจและกองทัพ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเดอะ บิสซิเนส ไทม์ส กลับมองเห็นสัญญาณอันตรายด้านเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์ว่า ไทยอาจเผชิญกับภาวะยากลำบากอย่างต่อเนื่อง
"คาดการณ์ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 1.5 ถึง 1.7 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จนได้รับฉายาว่าผู้ป่วยรายใหม่แห่งเอเชีย"
มุมมองจากเพื่อนบ้าน: การเลือกตั้งไม่ใช่จุดจบของ "ข้อพิพาทชายแดน"
สำนักข่าวเดอะ พนมเปญ โพสต์ จากกัมพูชา โดย "ยุก ชาง" ผู้อำนวยการศูนย์เอกสารข้อมูลแห่งกัมพูชา ได้นำเสนอบทความแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจว่า การเปลี่ยนขั้วอำนาจในไทยอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความขัดแย้งบริเวณชายแดน เนื่องจากเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน
"การเลือกตั้งในไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความขัดแย้งชายแดน แต่จะไม่ได้ยุติความขัดแย้งทั้งหมด เป็นเพียงโอกาสเพื่อปรับความสัมพันธ์ระหว่างกันเท่านั้น"
บทความยังระบุอีกว่า ประเด็นชายแดนถูกนำมาใช้เป็นเพียง "วาทกรรมปลุกกระแสชาตินิยม" ในช่วงการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงกัมพูชายังคงต้องเตรียมกลยุทธ์หลากหลายมิติเพื่อรับมือกับทิศทางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลใหม่ของไทยต่อจากนี้




























































