ชาวบังกลาเทศแห่กลับภูมิลำเนาใช้สิทธิเลือกตั้ง
ถึงคิวของประเทศบังกลาเทศที่กำลังเข้าสู่โหมด "เลือกตั้งบังกลาเทศ" ครั้งประวัติศาสตร์ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ. 69) ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักของกลุ่ม Gen Z ที่ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ หลังการล่มสลายของขั้วอำนาจเดิม ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องวางกำลังความมั่นคงกว่า 2.5 แสนนาย เพื่อรับมือเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งกว่าครึ่งประเทศ
Gen Z ตื่นตัว! แห่เดินทางกลับภูมิลำเนาจนแน่นสถานีรถไฟ
ภาพประชาชนนับหมื่นเบียดเสียดกันบนหลังคารถไฟและชานชาลาในกรุงธากา กลายเป็นภาพชินตาในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง หลายคนยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่รู้สึกมั่นใจในความโปร่งใสและอยากออกมาใช้สิทธิเลือกผู้นำด้วยตัวเอง หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรี เชค ฮาสินา ถูกประท้วงขับไล่และลี้ภัยออกนอกประเทศไปเมื่อปี ค.ศ. 2024
"คนรุ่นใหม่บอกว่าตื่นเต้นมากที่จะได้ไปใช้สิทธิ เพราะก่อนหน้านี้มองว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นธรรมจึงไม่ไปใช้สิทธิ แต่ครั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตื่นตัวมากเป็นพิเศษ"
ศึกตัวเก็ง "BNP" ปะทะ "แนวร่วม 11 พรรค" หลังพรรคเดิมถูกแบน
เมื่อพรรค Awami League ของอดีตผู้นำถูกแบนจากการเลือกตั้ง ทำให้ พรรค BNP นำโดย ทารีค ราห์มาน กลายเป็นตัวเก็งสำคัญที่ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจและปราบทุจริต ทว่าต้องเผชิญคู่แข่งที่น่ากลัว อย่างแนวร่วม 11 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรค Jamaat-e-Islami และพรรคน้องใหม่อย่าง NCP ที่ก่อตั้งโดยแกนนำนักศึกษาผู้ล้มเผด็จการ
เดิมพันสูง! เลือก สส. พร้อม "ลงประชามติ" ป้องกันรัฐประหาร
การเข้าคูหาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกสมาชิกสภา 300 คนเท่านั้น แต่ชาวบังกลาเทศยังมีภารกิจสำคัญในการลงประชามติรับรองธรรมนูญแห่งชาติฉบับใหม่
"ชาวบังกลาเทศจะต้องออกเสียงลงประชามติว่าจะเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศ เพื่อป้องกันการขึ้นมามีอำนาจของเผด็จการอีกหรือไม่"
หากประชาชนให้ความเห็นชอบ สภาชุดใหม่จะต้องทำหน้าที่เป็น "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" เพื่อเปลี่ยนแผนปฏิรูปให้เป็นกฎหมายจริงภายใน 180 วัน ถือเป็นการเซตระบบประเทศใหม่ทั้งหมด
คุมเข้มความปลอดภัย! ตำรวจ-ทหารกว่า 2.5 แสนนาย สแตนด์บายรับมือเหตุรุนแรง
ผู้บัญชาการตำรวจบังกลาเทศสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากประเมินว่าหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 50% มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะ
- กำลังตำรวจ: 157,000 นาย
- กองกำลังทหารและหน่วยความมั่นคง: 100,000 นาย
โดยเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างเข้มงวดตลอด 48 ชั่วโมงก่อนการลงคะแนน เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจในครั้งนี้จะเป็นไปโดยสันติภาพและสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง




























































