คลังพร้อมเปิดอุทธรณ์ ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กระทรวงการคลังยืนยันเดินหน้าหลักเกณฑ์คัดกรอง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ที่มีความเข้มงวด เพื่อจัดสรรงบประมาณให้ถึงมือผู้เดือดร้อนตัวจริง หลังจากตรวจพบกลุ่มผู้ถือบัตรรายเดิมจำนวนมากไม่ใช่คนจนจริงและนำสิทธิ์ไปหาประโยชน์เชิงพาณิชย์
สำหรับเงื่อนไขการตัดสิทธิ์กรณี "พ่อแม่" ที่ถูกลูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี ทางภาครัฐย้ำว่าเป็นมติ ครม. ที่ไม่สามารถทบทวนได้ แต่เปิดช่องทางให้กลุ่มที่ลูกไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู สามารถยื่นอุทธรณ์ได้เป็นรายกรณี หลังประกาศผลวันที่ 17 ก.ค. 69 พร้อมเตรียมแผนรองรับผู้ถูกตัดสิทธิ์ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40"
เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัดสิทธิ์พ่อแม่ถูกลดหย่อนภาษี ยื่นอุทธรณ์ได้วันไหน?
กระทรวงการคลังยืนยันไม่ทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรอง เนื่องจากเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักการว่าพ่อแม่ที่มีชื่อถูกลูกนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถือเป็นผู้ที่มีลูกคอยอุปการะเลี้ยงดู เพื่อดึงสิทธิ์กลับมาช่วยกลุ่มผู้ที่ไม่มีใครดูแลอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เปิดแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกระบวนการและไทม์ไลน์การดำเนินงาน ดังนี้
- ประกาศผลการคัดกรอง: กระทรวงการคลังจะทำการประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
- เงื่อนไขการยื่นอุทธรณ์: หากกลุ่ม "พ่อแม่" ถูกตัดสิทธิ์จากเกณฑ์ลดหย่อนภาษี แต่ข้อเท็จจริงคือลูกไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องอุทธรณ์สิทธิ์ได้
- รูปแบบการพิจารณา: ทางกระทรวงการคลังจะนำข้อมูลมาตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติให้เป็นรายกรณี
เปิดสาเหตุคลังคุมเข้มเกณฑ์บัตรคนจน ตรวจพบพฤติกรรมสวมสิทธิ์ "ไม่จนจริง"
โฆษกกระทรวงการคลังชี้แจงถึงความจำเป็นในการออกแบบข้อกำหนดที่เข้มงวด เนื่องจากปัญหากดดันทางด้านข้อจำกัดทางการคลังหลังการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลจึงต้องกำกับดูแลการใช้เงินภาษีของประชาชนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายโครงการ ดังนี้
- ผู้ถือบัตรมีฐานะเกินเกณฑ์: พบว่ามีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากไม่ได้ยากจนจริง บางรายมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน หรือเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ราคาแพงหลักแสนบาท
- นำสิทธิ์ไปใช้เชิงพาณิชย์: ตรวจพบพฤติกรรมการนำวงเงินสวัสดิการที่ได้รับไปหาประโยชน์ทางการค้า เช่น ผู้ถือบัตรบางรายใช้เงิน 300 บาท ซื้อยาดมชนิดเดียวซ้ำ ๆ กันทุกเดือนเพื่อนำไปขายต่อ
แนวทางช่วยเหลือผู้ถูกตัดสิทธิ์ และแผนผลักดันระบบ Negative Income Tax
กระทรวงการคลังเตรียมแผนงานในการเดินหน้าค้นหาผู้มีรายได้น้อยตัวจริงเพื่อผลักดันสวัสดิการรัฐให้มีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาความยากจนในระยะยาว โดยมีมาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนี้
- โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40: สำหรับผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการคัดกรองในรอบนี้ คลังกำลังพิจารณาแนวทางเสนอ ครม. เพื่อเปิดลงทะเบียนรับเข้าโครงการนี้ โดยดำเนินงานภายใต้กรอบสิทธิ์ที่ยังคงเหลืออยู่จำนวน 3,900,000 สิทธิ์
- นโยบาย Negative Income Tax: ระยะยาวคลังมีแผนรวบรวมฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตัวจริง เพื่อผลักดันนโยบายจ่ายเงินอุดหนุนให้กับผู้ที่มีเงินได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐกำหนด
- มาตรการบรรเทาค่าครองชีพอื่น ๆ: อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยจะไม่นับรวมกับ "เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" ซึ่งผู้สูงอายุทุกคนจะยังคงได้รับตามสิทธิ์เดิมอย่างต่อเนื่อง



























































