พิษเศรษฐกิจ! ผู้ค้าประตูน้ำ-โบ๊เบ๊ ปิดกิจการ
วิกฤตเศรษฐกิจซบเซาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ "ประตูน้ำ-โบ๊เบ๊" ศูนย์กลางการค้าส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
บรรยากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ร้านค้าจำนวนมากต้องทยอยปิดกิจการหรือประกาศเช่าพื้นที่ต่อ เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงและภาระค่าเช่าสวนทางกับยอดขายที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
ประตูน้ำอ่วม! ร้านในซอยหายเกิน 50% สวนทางค่าเช่าพุ่ง-ต่างชาติสวมชื่อเปิดแทน
ย่านประตูน้ำ ซึ่งเคยเป็นแหล่งกระจายสินค้าหลักและสร้างอาชีพให้ผู้ค้าคนกลางและรายย่อย กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
- ร้านค้าในซอยลึกวิกฤต: บรรยากาศการค้าขายซบเซาลงอย่างมาก ส่งผลให้ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในซอยลึกหายไปมากกว่า 50% เนื่องจากลูกค้าเดินทางเข้าไปไม่ถึง
- หน้าร้านแบกค่าเช่าไม่ไหว: ร้านค้าด้านหน้าที่มีค่าเช่าสูงหลักแสนต่อเดือนเริ่มทยอยปิดตัว เพื่อย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าเช่าถูกกว่า
- ตัวเลขยอดขายและค่าเช่าสวนทาง: ผู้ประกอบการบางรายให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยอดขายเสื้อผ้าลดลงถึง 35-40% แต่ค่าเช่ากลับมีการปรับขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 20% ต่อปี
- กลุ่มทุนต่างชาติยึดทำเลทอง: ร้านค้าส่วนใหญ่ในทำเลดี เช่น ทำเลติดบันไดเลื่อน ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาเช่ากิจการเพื่อเปิดร้านจำหน่ายสินค้า โดยใช้วิธีใช้ชื่อคนไทยเป็นเจ้าของ
เปิดอัตราค่าเช่าย่านประตูน้ำ (นอกห้างสรรพสินค้า)
- ทำเลทั่วไป: ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 40,000-150,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับทำเล)
- ทำเลทอง (ติดบันไดเลื่อน): ราคาพุ่งสูงถึง 200,000-300,000 บาทต่อเดือน
ตลาดโบ๊เบ๊ทรุดหนัก! ลูกค้าหาย 95% หั่นค่าเช่าเหลือหลักพันยังไร้เงาผู้ค้า
สถานการณ์ที่ตลาดโบ๊เบ๊ แหล่งค้าส่งค้าปลีกเสื้อผ้าสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ตกอยู่ในสภาวะเงียบเหงาไม่ต่างกัน
- วิกฤตจำนวนลูกค้า: ผู้ค้ารายย่อยระบุว่ามีคนเดินตลาดน้อยมาก โดยลูกค้าลดหายไปมากถึง 95% หลังจากที่ระบบตลาดออนไลน์เข้ามามีบทบาท
- ระลอกการเซ้งกิจการ: เจ้าของร้านจำนวนมากพากันประกาศเซ้งกิจการ หรือประกาศให้เช่าพื้นที่ต่อเป็นจำนวนมาก
- 3 ปัจจัยรุมเร้าหน้าร้าน: ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา, สินค้าจากประเทศจีนที่เข้ามาตีตลาด และเทรนด์การขายออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น
- มาตรการลดราคาที่ไร้ผล: เจ้าของพื้นที่ยอมลดค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ จากเดิมเดือนละ 40,000 บาท เหลือเพียง 8,000 บาทต่อเดือน แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ค้ากลับมาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ
คำเตือนจากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์: เสี่ยงทุนจม หากรุกตลาดออนไลน์ไม่ถูกวิธี
จากมุมมองของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ได้ประเมินสถานการณ์ทางเลือกในการปรับตัวของผู้ประกอบการเสื้อผ้าเอาไว้ว่า แม้ธุรกิจเสื้อผ้าออนไลน์จะเป็นทางออกในการปรับตัว แต่หากขาดการบริหารจัดการที่ดี ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดภาวะทุนจมไปกับสินค้าค้างสต็อก อันเนื่องมาจากการตลาดที่ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้
4 สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการเสื้อผ้าออนไลน์ควรระวัง
- การเลือกจำหน่ายสินค้าที่มีลักษณะเหมือนกันกับเจ้าอื่น ๆ ในตลาด
- การแข่งขันกันด้วยวิธีการตัดราคาและเน้นจำหน่ายในเชิงปริมาณ
- การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตสินค้าในระดับต้นทางได้
- การละเลยหรือไม่ยอมทำการตลาดอย่างจริงจัง
ดังนั้น ผู้ประกอบการมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสาะหาข้อมูลและทำการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงจะสามารถรักษาความอยู่รอดในธุรกิจเสื้อผ้าต่อไปได้



























































