On the Tenderness of Men แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ผู้กำกับ Minou Norouzi ต้องไปใช้ชีวิตอยู่บนเกาะใกล้เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ความรู้สึกที่ต้องถูกแยกออกมาจากบ้านและแผ่นดินใหญ่ ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของการอยู่โดดเดี่ยวและสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เมื่อผู้คนจากไปแล้ว และในระหว่างนั้นเธอยังได้ไปพบกับโบสถ์ Temppeliaukio ซึ่งเป็นโบสถ์หินที่เจาะลงไปในชั้นหินธรรมชาติ และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเฮลซิงกิ
โบสถ์นี้โด่งดังทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ แต่ประวัติของคนที่สร้างมันขึ้นมามักไม่ค่อยถูกกล่าวถึงนัก และนี่เองที่กลายมาเป็นจุดตั้งต้นของสารคดีสั้นเรื่อง On the Tenderness of Men หรือ แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ สารคดีสั้นความยาวประมาณ 20 นาทีเรื่องนี้ ไม่ได้เล่าเรื่องตามลำดับเวลาปกติ แต่เคลื่อนเรื่องเลื่อนไหลไปมาระหว่างความทรงจำ ประวัติศาสตร์ สงครามและประสบการณ์ส่วนตัว ของผู้กำกับเอง โดยในหนังเราจะได้ยินเสียงบรรยายของผู้หญิงคนนึงขณะกำลังพูดกับ “คุณ” ซึ่ง “คุณ” ในที่นี้ อาจหมายถึงทั้งพี่น้อง Tuomo & Timo Suomalainen ซึ่งเป็นสถาปนิกที่ออกแบบโบสถ์ Temppeliaukio นี้ พวกเขาเคยต้องพลัดถิ่น ในช่วงสงครามฤดูหนาว ปี 1939 หรือ คำว่า “คุณ” ก็อาจจะยังหมายถึงสิ่งที่มากกว่านี้อีกคือเหล่าแรงงานผู้เคยมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโบสถ์นี้ แต่ถูกประวัติศาสตร์หลงลืมไปหมดแล้ว
แกนของหนังคือคำถามง่าย ๆ แต่สำคัญที่ว่า ใครถูกจดจำ และใครถูกลืม เมื่อสถานที่หนึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ชื่อของคนออกแบบอาจจะถูกยกย่องแต่แรงงานและชีวิตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กลับค่อย ๆ เลือนหายไป หนังจึงชวนมองสถาปัตยกรรม ไม่เพียงแต่ในฐานะของสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ว่ายังเป็นพื้นที่ที่ถูกเก็บสะสมความทรงจำ ความสูญเสีย และเรื่องราวของผู้พลัดถิ่นเอาไว้ด้วย
รูปแบบการเล่า
สำหรับรูปแบบของการเล่าเรื่อง On the Tenderness of Men ใช้ภาพวัสดุจากคลังเอกสารของพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมฟินแลนด์มาประกอบเข้ากับเสียงบรรยาย ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาจากบทกวีเรื่องผู้พเนจรแห่งทะเลพายุ ซึ่งเขียนอุทิศให้แก่เกาะ Suursaari อันเป็นสถานที่ที่สถาปนิกพี่น้องต้องหลบหนีออกมาในช่วงสงคราม
ส่วนผสมเหล่านี้ ทำให้ได้ภาพยนตร์สั้นที่นักวิจารณ์กล่าวชมว่า เป็นงานวิจัยผสมจินตนาการ และเป็นการตีความสถาปัตยกรรมเก่าแก่ซะใหม่ ด้วยสายตาที่อ่อนโยน และด้วยเป็นบริบทของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยวิกฤต
On the Tenderness of Men ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในเทศกาลต่างประเทศหลายแห่ง ทั้งที่กรีซ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และยังได้เข้าแข่งขันในสายประกวดนานาชาติของเทศกาลภาพยนตร์สารคดี What the Doc ที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อปี 2568
ติดตาม อะไรนะสารคดี? What the Doc? : On the Tenderness of Men แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 -13.30 น. ทางไทยพีบีเอส ติดตามทุกตอนได้ทาง www.thaipbs.or.th/WhatTheDoc
On the Tenderness of Men แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ผู้กำกับ Minou Norouzi ต้องไปใช้ชีวิตอยู่บนเกาะใกล้เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ความรู้สึกที่ต้องถูกแยกออกมาจากบ้านและแผ่นดินใหญ่ ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของการอยู่โดดเดี่ยวและสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เมื่อผู้คนจากไปแล้ว และในระหว่างนั้นเธอยังได้ไปพบกับโบสถ์ Temppeliaukio ซึ่งเป็นโบสถ์หินที่เจาะลงไปในชั้นหินธรรมชาติ และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเฮลซิงกิ
โบสถ์นี้โด่งดังทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ แต่ประวัติของคนที่สร้างมันขึ้นมามักไม่ค่อยถูกกล่าวถึงนัก และนี่เองที่กลายมาเป็นจุดตั้งต้นของสารคดีสั้นเรื่อง On the Tenderness of Men หรือ แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ สารคดีสั้นความยาวประมาณ 20 นาทีเรื่องนี้ ไม่ได้เล่าเรื่องตามลำดับเวลาปกติ แต่เคลื่อนเรื่องเลื่อนไหลไปมาระหว่างความทรงจำ ประวัติศาสตร์ สงครามและประสบการณ์ส่วนตัว ของผู้กำกับเอง โดยในหนังเราจะได้ยินเสียงบรรยายของผู้หญิงคนนึงขณะกำลังพูดกับ “คุณ” ซึ่ง “คุณ” ในที่นี้ อาจหมายถึงทั้งพี่น้อง Tuomo & Timo Suomalainen ซึ่งเป็นสถาปนิกที่ออกแบบโบสถ์ Temppeliaukio นี้ พวกเขาเคยต้องพลัดถิ่น ในช่วงสงครามฤดูหนาว ปี 1939 หรือ คำว่า “คุณ” ก็อาจจะยังหมายถึงสิ่งที่มากกว่านี้อีกคือเหล่าแรงงานผู้เคยมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโบสถ์นี้ แต่ถูกประวัติศาสตร์หลงลืมไปหมดแล้ว
แกนของหนังคือคำถามง่าย ๆ แต่สำคัญที่ว่า ใครถูกจดจำ และใครถูกลืม เมื่อสถานที่หนึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ชื่อของคนออกแบบอาจจะถูกยกย่องแต่แรงงานและชีวิตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กลับค่อย ๆ เลือนหายไป หนังจึงชวนมองสถาปัตยกรรม ไม่เพียงแต่ในฐานะของสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ว่ายังเป็นพื้นที่ที่ถูกเก็บสะสมความทรงจำ ความสูญเสีย และเรื่องราวของผู้พลัดถิ่นเอาไว้ด้วย
รูปแบบการเล่า
สำหรับรูปแบบของการเล่าเรื่อง On the Tenderness of Men ใช้ภาพวัสดุจากคลังเอกสารของพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมฟินแลนด์มาประกอบเข้ากับเสียงบรรยาย ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาจากบทกวีเรื่องผู้พเนจรแห่งทะเลพายุ ซึ่งเขียนอุทิศให้แก่เกาะ Suursaari อันเป็นสถานที่ที่สถาปนิกพี่น้องต้องหลบหนีออกมาในช่วงสงคราม
ส่วนผสมเหล่านี้ ทำให้ได้ภาพยนตร์สั้นที่นักวิจารณ์กล่าวชมว่า เป็นงานวิจัยผสมจินตนาการ และเป็นการตีความสถาปัตยกรรมเก่าแก่ซะใหม่ ด้วยสายตาที่อ่อนโยน และด้วยเป็นบริบทของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยวิกฤต
On the Tenderness of Men ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในเทศกาลต่างประเทศหลายแห่ง ทั้งที่กรีซ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และยังได้เข้าแข่งขันในสายประกวดนานาชาติของเทศกาลภาพยนตร์สารคดี What the Doc ที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อปี 2568
ติดตาม อะไรนะสารคดี? What the Doc? : On the Tenderness of Men แด่ผู้ที่ไม่ถูกจดจำ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 -13.30 น. ทางไทยพีบีเอส ติดตามทุกตอนได้ทาง www.thaipbs.or.th/WhatTheDoc









