นายกฯ สั่งตำรวจ-มหาดไทย ตั้งทีมจังหวัดป้องกันภัยคุกคาม
สรุปนโยบายขับเคลื่อนด้านความมั่นคงของรัฐบาล
- 4 เสาหลักด้านความมั่นคง: รัฐบาลกำหนดให้กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อความเป็นเอกภาพในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
- กลไกขับเคลื่อนทีมจังหวัด: เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก และใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการป้องกันภัยยาเสพติดและอาชญากรรมไซเบอร์
- มาตรการปราบมาเฟียเด็ดขาด: จัดการผู้มีอิทธิพลที่ข่มเหงประชาชนอย่างสิ้นซากภายใต้สโลแกน "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" โดยไม่สนใจว่าเป็นใคร หากทำผิดสั่งส่งเข้าเรือนจำทันที
- 9 วาระจัดระเบียบสังคม: การประชุมเชิงปฏิบัติการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาใน 9 ประเด็นหลัก เช่น การบุกรุกที่ดินสาธารณะ, อาชญากรรมเทคโนโลยี, ยาเสพติด, หนี้นอกระบบ และธุรกิจนอมินี
รัฐบาลดันนโยบายด้านความมั่นคง ดึง 4 หน่วยงานหลักเป็นแกนกลางสร้างเอกภาพ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดเข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า จงใจจัดงานนี้เพื่อสะท้อนว่าเรื่องความมั่นคงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยต้องการให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันเป็น 4 เสาหลักในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศอย่างเป็นเอกภาพ
สั่งขับเคลื่อนกลไกทีมจังหวัดและมาตรการจัดการผู้มีอิทธิพล "ปิดชื่อถือพฤติกรรม"
ในมิติด้านการป้องกัน นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานร่วมกันในลักษณะทีมจังหวัดอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงลึก โดยอาศัยกลไกในพื้นที่อย่างกำนันและผู้ใหญ่บ้านในการสร้างการป้องกันให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะภัยจากยาเสพติดและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมไปถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่คอยข่มเหงประชาชน โดยกำชับว่าต้องทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำงานตอบสนองเป็นครั้งคราวเฉพาะตอนที่มีกระแสข่าว
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่จัดการกับผู้มีอิทธิพลอย่างสิ้นซากโดยไม่ต้องสนใจว่าเป็นบุคคลใด หากมีพฤติกรรมรังแกประชาชนให้ถือว่าเป็นคนไร้ค่า ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มักจะตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ว่า "รู้ไหมเป็นใคร" จึงเห็นควรให้ส่งไปทบทวนความจำตัวเองภายในเรือนจำ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าสามารถสั่งจัดการได้ทันทีภายใต้สโลแกนเดิมคือ "ปิดชื่อถือพฤติกรรม"
เปิด 9 ประเด็นสำคัญในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อความมั่นคงภายในประเทศ
สำหรับการจัดเวิร์กชอป (Workshop) ในครั้งนี้ ได้มีการแบ่งเนื้อหาการดำเนินงานออกเป็น 9 ประเด็นสำคัญ เพื่อคุมเข้มและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ประกอบไปด้วย
- การบุกรุกที่ดินสาธารณะ
- อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี)
- ยาเสพติด
- การฟอกเงิน
- ผู้มีอิทธิพล
- หนี้นอกระบบ
- ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
- การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง
จับตาสถานการณ์
- 08:06
วิเคราะห์ : ถอดรหัส แก้ รธน. ใหม่ ฉบับพรรคภูมิใจไทย
21 พ.ค. 69
จับตาสถานการณ์
- 08:06
วิเคราะห์ : ถอดรหัส แก้ รธน. ใหม่ ฉบับพรรคภูมิใจไทย
21 พ.ค. 69









