ชรบ. เข้ม! รถเข้าพื้นที่เสี่ยง พร้อมจับตาเจรจา GBC
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ เข้าสู่วันที่ 17 ของการปะทะ และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่าย ๆ ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ที่ดังถี่ขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต้องยกระดับมาตรการคุมเข้มพื้นที่สีแดง พร้อมกับความคาดหวังของคนในพื้นที่ว่า การประชุม "GBC" (General Border Committee) หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้งครั้งนี้
ปะทะเดือด 3 วันติด! ชรบ. ถอยร่นตั้งด่านสกัดเข้ม หวังพึ่งกลไก "GBC"
ในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีรายงานการปฏิบัติการทางทหารที่หนักหน่วงเพื่อป้องกันแนวรบจากการรุกคืบของฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้ฝ่ายปกครองต้องสั่งการให้ชุด ชรบ. "เปลี่ยนจุดตรวจ โดยถอยร่นออกจากพื้นที่เดิมไกลพอสมควร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย"
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรถเข้า-ออกอย่างเข้มงวด โดยห้ามรถที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ตำบลกระสุนตกโดยเด็ดขาด ส่วนชาวบ้านที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปดูแลสัตว์เลี้ยง ต้องมีการจดทะเบียนรถทุกคัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ทหารแนวหน้า
เจ้าหน้าที่ ชรบ. หญิงรายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีวันหยุด เปิดใจด้วยความกังวลและมีความหวังว่า
"สถานการณ์ลากยาวมากกว่ารอบที่ผ่านมา และเสียงปืนใหญ่ดังแรงและดังถี่ขึ้นมากในช่วงนี้... แต่ก็มีความคาดหวังว่าการประชุม GBC ที่กำลังจะเริ่มขึ้น จะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย"
ต้านจรวด BM-21 ถล่มภูมะเขือ-ผามออีแดง
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์การสู้รบที่ดุเดือดในหลายจุดยุทธศาสตร์
- พื้นที่พระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย : มีการปะทะเป็นระยะ ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักยิงตกบริเวณป่ายาง (ตำบลกระสุนตก) ส่วนฝ่ายไทยยิงปืนใหญ่สวนเพื่อ "ตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชา"
- พื้นที่ภูมะเขือ-พลาญหินแปดก้อน : พบการยิงจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาเข้ามาตกหลายนัด และตรวจพบโดรนขนาดใหญ่บินลาดตระเวน ฝ่ายไทยจึงใช้ปืนใหญ่ยิงต่อต้านทันที
ทางกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันหนักแน่นในภารกิจปกป้องแผ่นดินว่า
"จะดำเนินทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ"



























































