กรมศุลกากรยืนยัน "น้ำมันที่ช่องเม็ก" ไม่ได้ถูกส่งไปกัมพูชา
จากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับขบวนรถบรรทุกน้ำมันบริเวณด่านพรมแดนช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ว่าอาจมีการลักลอบส่งต่อไปยังกัมพูชาเพื่อใช้เป็นยุทธปัจจัยในการสู้รบหรือไม่
ล่าสุด อธิบดีกรมศุลกากรและกระทรวงพลังงานได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นการส่งออกไป สปป.ลาว ตามปกติ พร้อมเปิดเผยข้อมูลเส้นทางพลังงานใหม่ของกัมพูชาที่หันไปพึ่งพาจีน เวียดนาม และสิงคโปร์แทน
กรมศุลกากรการันตี! ยอดส่งออก "น้ำมัน" ไป สปป.ลาว เท่าเดิม ไม่พบนัยสำคัญ
อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยหลังหารือร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงพลังงาน โดยยืนยันผลการตรวจสอบว่า "น้ำมันดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อใช้เป็นยุทธปัจจัย"
จากการเปิดเผยข้อมูลสถิติปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปผ่านด่านสินค้าทางบกติดชายแดน สปป.ลาว โดยเฉพาะด่านช่องเม็ก ระหว่างเดือนตุลาคมถึง 15 ธันวาคม 2568 พบว่าปริมาณไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
"ด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 20 ล้านลิตรเท่านั้น"
กัมพูชาเมินไทย! หันซบ "จีน-เวียดนาม" นำเข้าน้ำมันราคาถูกกว่า
สาเหตุหนึ่งที่กัมพูชาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไทยในขณะนี้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่กัมพูชาจะนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปผ่านผู้ค้าจากจีนหรือเวียดนาม รวมถึงการขนส่งทางเรือโดยตรงจากสิงคโปร์ ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันข้อมูลนี้ พร้อมระบุว่า ทาง สปป.ลาว ได้แจ้งความจำเป็นว่า "น้ำมันที่ซื้อจากไทยนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ หากไม่มีตรงนี้ก็จะลำบาก" ส่วนทางกัมพูชานั้นชัดเจนว่า "กัมพูชาไม่ได้ซื้อน้ำมันจากไทย ก็ไปซื้อจากเวียดนาม จีน และสิงคโปร์"
ศรชล. รับลูก สมช. คุมเข้มเรือธงไทย ย้ำชัด "ไม่ได้ปิดน่านน้ำ"
ในส่วนมาตรการทางทะเล สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มอบหมายให้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นหน่วยงานหลักในการสกัดกั้นน้ำมันและยุทธปัจจัย โดยเน้นการตรวจสอบเรือสัญชาติไทยที่อาจขนส่งสินค้าเอื้อต่อการทำสงคราม
เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาฯ ศรชล. ระบุว่าจะเน้นตรวจเข้มเฉพาะเรือที่ชักธงไทยหรือเรือสินค้าไทยเท่านั้น พร้อมแก้ข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกว่า "ยืนยันว่าไม่ได้มีการปิดน่านน้ำตามที่เป็นข่าว"



























































