ไทยพยายามควบคุมพื้นที่ปราสาทตาควาย แต่ยังไม่สำเร็จ
สถานการณ์ชายแดน จ.สุรินทร์ ยังคงวิกฤต โดยเฉพาะบริเวณ "ปราสาทตาควาย" และเนิน 350 อ.พนมดงรัก ที่เกิดการปะทะกันอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า ฝ่ายไทยยกระดับปฏิบัติการเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาตอบโต้รุนแรงด้วยอาวุธหนักและโดรน เจ้าหน้าที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่สีแดง ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด 100% พร้อมเฝ้าระวังอันตรายจากกระสุนปืนใหญ่และจรวดที่ตกในชุมชน
ศึกชิงพื้นที่ "ปราสาทตาควาย" กัมพูชางัดโดรนพลีชีพ-จรวดถล่ม
การสู้รบในพื้นที่ อ.พนมดงรัก ทวีความรุนแรงขึ้น ฝ่ายกัมพูชาได้ระดมยิงจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) เข้ามาในฝั่งไทยจำนวนมาก พร้อมทั้งงัดยุทธวิธีทางอากาศใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทั้งแบบพลีชีพและแบบทิ้งระเบิดเข้าโจมตี
ทางด้านกองทัพไทยได้ใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้เพื่อสนับสนุนทหารราบหน้าแนวที่กำลังปะทะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนความปลอดภัยขั้นสูงสุด
"ในพื้นที่ห้ามประชาชนเข้า 100% หลังไทยยกระดับปฏิบัติการเพื่อพยายามเข้าควบคุมพื้นที่"
ภารกิจเสี่ยงตายของ "ชรบ." เฝ้าระวังภัยทางอากาศ เตือนลูกหลานหลบหลุมภัย
แม้จะมีการสั่งอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงแล้ว แต่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และผู้นำชุมชนยังคงต้องตรึงกำลังเฝ้าหมู่บ้าน คอยสังเกตทิศทางกระสุนปืนใหญ่และจรวด
นายอนุชิต ดนเสมอ ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า "ลูกกระสุนวิ่งข้ามหัวไป... ครั้งนี้เราเลยต้องเฝ้าระวัง พยายามบอก ตะโกนบอก ถ้าได้ยินเสียงรัว ๆ ก็จะต้องมองไปว่ามีอะไรดำ ๆ ขาว ๆ ขึ้นมาไหม แล้วก็ต้องตะโกนบอกประชาชนแถวนี้ให้หลบ"
เปิดใจผู้นำชุมชน ยอมรับศึกนี้ "ยาก" เพราะต่างฝ่ายต่างรู้พิกัดเดิม
การเข้าควบคุมพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 ถือเป็นโจทย์ยากของฝ่ายไทย นายธีรยุทธ กลุ่มในเมือง ผู้นำชุมชน วิเคราะห์สถานการณ์ว่า เนื่องจากในยามปกติ ทหารทั้งสองฝ่ายเคยมีการลาดตระเวนร่วมกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้พิกัดที่ตั้งของกันและกันเป็นอย่างดี
"พิกัดที่เราอยู่ เขารู้ตำแหน่งที่อยู่ ๆ แล้ว อย่างตัวปราสาทตาควายเขาก็รู้ เพราะยามปกติ ก็อยู่กันคนละฝั่ง... ทหารที่อยู่ทางหน้าแนวก็เป็นเรื่องอันตรายมาก"
หวั่นยืดเยื้อ! ขยายวงปะทะสู่ "ปราสาทคนา" เสริมกำลังยึดคืนสถานการณ์ล่าสุด
การปะทะได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ "ปราสาทคนา" แม้ไทยจะควบคุมพื้นที่ได้แล้ว แต่กัมพูชายังพยายามโจมตีกลับ นอกจากนี้ยังพบการเสริมกำลังทหารกัมพูชากว่า 300 นาย บริเวณช่องระยี, ช่องเปรอ และช่องจอม เพื่อหวังชิงพื้นที่คืน
เจ้าหน้าที่จึงย้ำเตือนประชาชนห้ามเข้าสำรวจความเสียหายจุดกระสุนปืนใหญ่ตก โดยเฉพาะใกล้แนวปะทะ เพราะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต



























































