การบ้านการเมือง : ดีลลับโหวตซักฟอก.. แลกนิรโทษฯ "ทักษิณ"
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ปี 2569 ได้เปิดฉากการประชุมนัดแรกขึ้นแล้ว โดยมีการพิจารณาไปทั้งสิ้น 4 คำร้อง ทว่าสิ่งที่หลายคนจับตามองกลับยังไม่ปรากฏ นั่นคือ "คำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร" ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าคำร้องดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไร
ประเด็นนี้ถูกโยงเข้ากับสถานการณ์การเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่าอาจมีการใช้เรื่องการนิรโทษกรรมมาเป็นข้อต่อรองเพื่อแลกกับเสียงโหวตในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงเดือนธันวาคมนี้ ร้อนถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ต้องประสานเสียงออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยนายกฯ ย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่คิดว่าจะมีใครกล้าหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยหรือต่อรอง เพราะไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาผูกโยงกับการเมืองได้
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ นายทักษิณได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัว ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข หวังล้างมลทินตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ทว่าจังหวะเวลากลับไปตรงกับช่วงที่ฝ่ายค้านขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพอดี จึงเป็นชนวนเหตุให้เกิดกระแสข่าวลือเรื่องการทำดีลลับขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการได้รายงานต่อนายกฯ แล้วว่าคำร้องของนายทักษิณอาจไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 7 ของกฎหมายฉบับนี้ ที่มุ่งเน้นช่วยผู้ชุมนุมทางการเมืองมากกว่าคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เพื่อเป็นการสยบข่าวลือ รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย ในฐานะคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ได้ออกมายืนยันว่าการทำงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการล็อบบี้ ไม่มีการทำความเห็นล่วงหน้า พร้อมชี้ว่าหากจะมีการเปิดดีลทางการเมืองจริง ๆ ก็ยังมีเหตุอื่นให้ใช้เจรจาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เรื่องนิรโทษกรรมมาเกี่ยวโยง
แม้ในทางกฎหมาย ทุกฝ่ายจะออกมายืนยันตรงกันว่าไม่มีใครเห็นคำร้อง และการตรวจสอบย้อนหลังก็พบว่าไม่น่าเข้าหลักเกณฑ์ แต่ในมิติทางการเมือง เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าอาจเป็นการส่ง "สัญญาณ" ระหว่างนายใหญ่และครูใหญ่ของ 2 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเพื่อไทยและภูมิใจไทย ซึ่งอาจแฝงเจตนาบางอย่างที่ไม่อยากสานต่อสายสัมพันธ์ให้ยืดยาว หรืออาจเป็นจุดแตกหัก แม้ภาพตอนนี้จะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เป็นสัญญาณทางการเมืองที่คอการเมืองไม่อาจละสายตาได้เลย


























































