"กินปลาโชว์" ไม่ตอบโจทย์แก้สารพิษ
เจาะลึกปมสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ จ.ปราจีนบุรี พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ
ฟังมุมมองและการวิเคราะห์จาก เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ
- การกินปลาโชว์ไม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และไม่ใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
คุณเพ็ญโฉมระบุว่า กิจกรรมกินปลาโชว์ที่ อ.ประจันตคาม ไม่สามารถกู้ความเชื่อมั่นได้ และอาจสร้างความสับสน เนื่องจากพื้นที่จัดงานอยู่ห่างไกลจากจุดวิกฤตที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเข้มข้น เช่น อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี การแสดงกินปลาไม่ใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความปลอดภัย หน่วยงานรัฐควรเปลี่ยนวิธีมาตั้งโต๊ะชี้แจงตามหลักวิชาการอย่างตรงไปตรงมาว่า ตรวจพบสารชนิดใด การสะสมในปลาแต่ละประเภท (ปลากินพืช vs ปลากินเนื้อ) ต่างกันอย่างไร และแนะนำวิธีบริโภคที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
- รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และให้ประชาชนร่วมตรวจสอบโรงงาน
ปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนสะสมมาจากการปกปิดข้อมูลในอดีต วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบโรงงานทุกแห่งอย่างจริงจัง ทั้งระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดเก็บสารเคมี และกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมว่ามีการแพร่กระจายสารพิษหรือไม่ ที่สำคัญ คือ ควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมสังเกตการณ์การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความโปร่งใสและคลายข้อสงสัย แทนการปิดห้องตรวจแล้วสรุปผลฝ่ายเดียว
- จัดการปัญหาที่ต้นตอ พร้อมเร่งเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องจัดการที่ต้นทาง โดยภาครัฐต้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยและการอนุญาตตั้งโรงงานรีไซเคิลหรือกำจัดกากขยะในพื้นที่ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายเอาผิดโรงงานที่ก่อมลพิษ นอกจากนี้ รัฐยังขาดมาตรการเยียวยาความเสียหายของเกษตรกรและผู้เลี้ยงปลาที่ต้องสูญเสียรายได้จนแทบล้มละลาย จึงควรเร่งช่วยเหลือทางการเงิน เช่น การพักหนี้ ลดดอกเบี้ย หรือชดเชยความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน



























































