ปปง. ยึดทรัพย์คดีเงินบริจาค คืนใคร ? ขั้นตอนที่ผู้บริจาคต้องรู้

รองโฆษก ปปง. ระบุทรัพย์ที่ยึดได้ในคดีฉ้อโกงประชาชนไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แต่เฉลี่ยคืนผู้เสียหาย สรุปขั้นตอน 90 วัน และวิธีบริจาคอย่างปลอดภัย
เกิดอะไรขึ้นในคดีนี้ ?
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้บริจาคคนหนึ่งซึ่งโอนเงินจำนวน 1,000 บาท ได้เดินทางพร้อมทนายความเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยผู้แจ้งความอ้างว่าเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2568 ได้ถูกโอนออกไปประมาณ 30–45 ล้านบาท ต่อมาในวันที่ 31 ตุลาคม ได้มีการให้ปากคำเพิ่มเติมต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่าทางประธานมูลนิธิได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องบางรายเช่นเดียวกัน
ปปง. ยึดทรัพย์คดีเงินบริจาค คืนใคร ?
ตามที่ นายวิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสืบสวนสอบสวนทางการเงิน ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่า หากคดีฉ้อโกงประชาชนนี้ดำเนินการไปถึงขั้นยึดอายัดทรัพย์สิน ทรัพย์สินดังกล่าวจะไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แต่จะนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งก็คือผู้ที่โอนเงินบริจาค ผ่านการประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานการโอนเงินภายใน 90 วัน ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหายังไม่อยู่ในขั้นตอนที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินความผิด
สรุป 4 ขั้นตอนที่ผู้บริจาคต้องรู้
- ตำรวจ ปอศ. อายัดทรัพย์สินบางส่วนชั่วคราวแล้ว (สื่อรายงานกว่า 100 ล้านบาท)
- ปปง. ยังไม่ใช้อำนาจยึดอายัดเอง เพราะรอดูความสมบูรณ์ของสำนวนจากตำรวจ
- หากมีการยึดทรัพย์สินได้ในที่สุด ทรัพย์สินจะไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แต่จะนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้บริจาค
- เก็บสลิปและภาพหน้าจอไว้ เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานตอนยื่นคำร้อง
คดีนี้ไปถึงไหนแล้ว ?
ตามคำอธิบายของ นายวิทยาพร จันทวาส รองโฆษกสำนักงาน ปปง. พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวแล้วจำนวนหนึ่ง หลังจากนี้จะจัดทำรายงานสำนวนการยึดอายัดทรัพย์สินส่งให้ ปปง. ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยในระหว่างนี้ พนักงานสอบสวนยังคงอยู่ระหว่างพิจารณาคืนหรือไม่คืนทรัพย์สินที่อายัด หรือจัดเก็บไว้เป็นของกลาง

ตำรวจเห็นว่าเข้าองค์ประกอบความผิดอะไรบ้าง ?
พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าพยานหลักฐานเข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และหากพบความผิดอื่นภายหลังสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มได้
(เป็นการประเมินของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่คำพิพากษา)
ทำไมไม่ตั้งข้อหายักยอกทรัพย์ ?
รองโฆษก ปปง. อธิบายว่า การถ่ายทอดสด (Live) ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการเชิญชวนให้โอนเงินเข้าบัญชีต่างๆ นั้น เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนความผิดฐานยักยอกทรัพย์ จะเป็นกรณีของผู้มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ แต่นำเงินที่ได้รับมาโดยชอบไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ รายงานข่าวภายในคณะพนักงานสอบสวนระบุว่า ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ซึ่งแตกต่างจากความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ทั่วไป
ทรัพย์ที่ยึดได้ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่ ?
ไม่ใช่ เนื่องจากรองโฆษก ปปง. ระบุว่า มูลฐานของคดีนี้คือการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ทรัพย์สินจึงต้องนำไปชดใช้เฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย ผ่านกระบวนการประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามกฎหมายของ ปปง. เช่นเดียวกับคดีฉ้อโกงประชาชนในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวข้องกับวัด มูลนิธิ หรือสมาคม
ผู้บริจาคต้องทำอะไรเพื่อขอคืนเงิน ?
– รอประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจาก ปปง.
– ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานการโอนเงินและระบุมูลค่าความเสียหาย ภายใน 90 วัน ตามที่ ปปง. ชี้แจง (ยึดกรอบระยะเวลาตามประกาศฉบับจริง)
– จัดเตรียมหลักฐาน สลิปการโอนเงิน ภาพหน้าจอการถ่ายทอดสดหรือโพสต์เชิญชวนบริจาค และรายการเดินบัญชี (Statement) ของตนเอง
1.8 ล้านธุรกรรมคืออะไร ?
มีรายงานว่า รายการ transactions หรือธุรกรรมรับโอนและโอนออกในบัญชีที่เกี่ยวข้องมีรวมกันกว่า 1.8 ล้านครั้ง โดยทางตำรวจได้ทำการตรวจสอบเชิงลึกจากรายการเดินบัญชี (Statement) ขณะที่ ปปง. พิจารณาจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) ทั้งนี้ จำนวนตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมมีความผิดปกติ

วิธีบริจาคอย่างปลอดภัย (Checklist)
- ตรวจสอบชื่อบัญชีว่าเป็นของมูลนิธิหรือนิติบุคคลตามที่ประกาศไว้หรือไม่ โดยไม่ใช่บัญชีส่วนบุคคล
- ตรวจสอบหลักฐานการจดทะเบียนมูลนิธิและเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ขอรายงานสรุปการใช้จ่ายเงินบริจาคหรือใบเสร็จรับเงิน
- หลีกเลี่ยงการโอนเงินทันทีเพราะถูกเร่งรัดในระหว่างการถ่ายทอดสด
- เก็บหลักฐานทุกครั้ง
- หากสงสัยว่าถูกหลอกลวง สามารถแจ้งความได้ที่ thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วน 1441
คำถามที่พบบ่อย
ยึดทรัพย์แล้ว ผู้บริจาคจะได้เงินคืนอัตโนมัติไหม ?
ไม่ได้ โดยต้องรอประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจาก ปปง. และยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานตามกรอบเวลาที่กำหนด
ปปง. อายัดทรัพย์แล้วใช่ไหม ?
หน่วยงานที่ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินชั่วคราวในปัจจุบันคือตำรวจ บก.ปอศ. ส่วน ปปง. อยู่ระหว่างรอรับรายงานสำนวน และยังไม่ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง
ผู้ถูกกล่าวหาผิดแล้วหรือยัง ?
ยังไม่ถือเป็นผู้ผิด เนื่องจากยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล
ได้เงินคืนครบทุกบาทไหม ?
ยังสรุปไม่ได้ ขึ้นกับมูลค่าทรัพย์ที่ยึดได้ จำนวนผู้เสียหาย และคำสั่งศาล คำว่า “เฉลี่ยคืน” หมายถึงแบ่งคืนตามหลักเกณฑ์ ไม่ได้รับประกันเต็มจำนวน
ต้องยื่นที่ไหน ?
ติดตามประกาศของ ปปง. (amlo.go.th) เมื่อมีประกาศ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หลอกทำภารกิจโปรโมตโรงเเรมผ่านTelegram คืออะไร ?
How to | 4 พ.ย. 69

เงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายข้อไหน ?
How to | 3 พ.ย. 69

ทนายอาสาตามเงินคืนฟรี มีจริงไหม ?
How to | 3 พ.ย. 69

รู้ทันงานฟังเพลงรับเงิน เก็บค่าประกัน แล้วขู่ฟ้อง ?
How to | 30 ต.ค. 69

มิจฉาชีพหลอกแพ็กปากกา ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ?
How to | 27 ต.ค. 69
เนื้อหาได้รับความนิยม

"ขอดู-ถ่าย-ยึดบัตรประชาชน" ทำได้แค่ไหน? Thai PBS Verify มีคำตอบ
How to | 12 ต.ค. 68





