Profile icon

เปิดโทษ-ความในใจ “กองร้อยปอยเปต”

DateClock icon09:05

เหล่าบรรดากองร้อยปอยเปต ถูกบังคับหรือไม่ หากถูกจับจะมีโทษเท่าไหร่ และกว่าจะเป็นนายร้อยปอยเปต ต้องมีขั้นตอนอย่างไร ติดตามได้กับ Thai PBS Verify

รายการสถานีประชาชน ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาพูดคุยถึงประเด็นปฏิบัติการกวาดล้าง “กองร้อยปอยเปต” ซึ่งถือเป็นอีกภัยหลอกลวงที่ทำให้คนสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยในรายการได้มีการพูดถึงประเด็นความผิดของเหล่าผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ ว่ามีโทษมากน้อยเพียงใด รวมถึงเปิดเผยความในใจของหนึ่งในผู้กองแห่งกองร้อยปอยเปตที่ถูกจับกุมล่าสุด และกว่าจะเป็นนายร้อยปอยเปต ต้องมีขั้นตอนอย่างไร Thai PBS Verify มาสรุปให้ดังนี้

คำบอกเล่าจากนายร้อยปอยเปต

พ.ต.ท. วิษณุ แพทย์พิบูลย์ รองผู้กำกับสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พ.ต.ท. วิษณุ แพทย์พิบูลย์ รองผู้กำกับสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุถึงคำบอกเล่าของ “นายร้อยปอยเปต” ที่ถูกจับกุมล่าสุดว่า ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ในช่วงแรกเคยมีการขัดขืน แต่ถูกผู้คุมที่เป็นชาวต่างชาติใช้ไม้เบสบอลทำร้ายร่างกาย ทำให้ไม่สามารถที่จะออกไปภายนอกได้ ทำได้แต่เพียงอยู่ภายใน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีความพยายามขัดขืนหลายครั้ง รวมถึงชวนเพื่อน ๆ ขัดขืน แต่ก็ยังถูกทำร้ายเช่นเดิม จึงต้องพยายามรักษาชีวิตด้วยการทำคอลเซนเตอร์

ส่วนการทำงานภายในของกลุ่มคอลเซนเตอร์นั้น แบ่งเป็นขั้นตอนต่าง ๆ โดยขั้นตอนที่ 1 ที่เรียกว่าสาย 1 จะมีหน้าที่โทรหลอก ซึ่งจะหลอกได้ไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับสาย 1 นี้ และถ้าหากมีเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะมีการส่งต่อไปยังสาย 2 ที่มีหน้าที่ในการแอดไลน์พูดคุยหลอกลวง โดยใช้คำถามเชิงจิตวิทยาจากสาย 1 ที่ได้มีการหลอกลวงนำข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ หรือการยืนยันเรื่องบัตรประชาชน เพื่อทำให้สาย 2 เตรียมการนำข้อมูลเหล่านี้มาใส่ในเอกสารปลอม ไม่ว่าจะเป็น ปปง. หรือหน่วยงานอื่น ๆ และนำเอกสารปลอมนั้นส่งให้กับเหยื่อ เพื่อทำให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัว

ภาพหนึ่งในผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ที่แต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจวิดีโอคอลหลอกลวงเหยื่อ

ขณะที่กลุ่มไลน์ที่สร้างขึ้น ก็จะมีการตั้งชื่อเลียนแบบชื่อสถานีตำรวจในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ก่อนที่ท้ายที่สุดจะมีการส่งต่อให้กับสาย 3 ซึ่งก็คือในส่วนของผู้กองชายและหญิงแห่งกองร้อยปอยเปต ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นกระบวนการที่ มีบท มีสคริปต์ และใช้คำถามเชิงจิตวิทยา

ทั้งนี้เมื่อเหยื่อโอนเงินมาแล้ว ก็จะถูกนำเงินเหล่านั้นส่งต่อไปยังบัญชีม้า 2-3 ทอด ก่อนที่จะนำเงินเหล่านั้นไปซื้อสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี และโอนต่อไปยังกระเป๋าอื่น ๆ เป็นทอด ๆ จนไปสู่หัวหน้าใหญ่ของขบวนการที่แท้จริงอีกครั้ง

ค่าตอบแทนบังตา จึงยอมเป็น “คอลเซนเตอร์

ภาพการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์

พ.ต.ท. วิษณุ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาระบุว่าค่าตอบแทนจากการหลอกลวงนั้น มีการจ่ายจริงและเหล่าคนจีนผู้ว่าจ้าง ก็ไม่เคยเบี้ยวแต่อย่างใด โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสดเท่านั้น จะไม่มีการใช้บัญชีโอน

ส่วนหากต้องการหนีนั้น ผู้ต้องหาระบุว่า บริเวณชั้นล่างมีรปภ.เฝ้าอยู่ แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ยังคงสามารถที่จะใช้โทรศัพท์โอนเงินผ่านบัญชี หรือนำเงินสดไปฝากธนาคาร และโอนเงินผ่านบัญชีของตนเองได้ รวมถึงยังคงสามารถใช้เงินในบัญชีโอนไปเล่นการพนัน หรือโอนกลับมาให้ครอบครัวในประเทศไทย และยังคงสามารถติดต่อกลับมายังครอบครัวได้

“ทั้งนี้เชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้หากต้องการเดินทางกลับก็สามารถที่จะเดินทางกลับได้”

ความผิดตามกฎหมายของ “กองร้อยปอยเปต”

ร้อยตำรวจเอก นนทพัทธ์ อินทรศวร ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ร้อยตำรวจเอก นนทพัทธ์ อินทรศวร ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระบุถึงกรณีของโทษที่ผู้ต้องหาที่แต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า โทษของผู้ที่วิดีโอคอลเลียนแบบ หรือแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาวิดีโอคอลหลอกลวงนั้น จะถือเป็นการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง 2 ความผิดมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 15 ปี และยังถือว่าแต่ละโทษนั้น เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ

“การหลอกผู้เสียหาย 1 คนเป็นความผิด 1 ครั้ง ดังนั้นหากมีการหลอกผู้เสียหายหลายครั้ง ก็จะถูกดำเนินคดีหลายกระทงด้วยกัน”

ล่าสุดกรณีของผู้กองปอยเปต ที่พบว่ามีการหลอกผู้เสียหายไปถึง 160 คน ก็จะต้องถูกดำเนินคดี 160 กระทง กระทงละ 15 ปี เป็นอย่างน้อย ดังนั้นโทษของการถูกดำเนินคดีอย่างน้อยที่สุดก็คือ โทษจำคุกตลอดชีวิต

“พ.ร.ก.ไซเบอร์” ฉบับใหม่ ความหวังติดดาบป้องกัน “แก๊งคอลเซนเตอร์”

ร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ ฉบับใหม่ ได้เพิ่มเติมมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และมิจฉาชีพ ดังนี้

1. เพิ่มหน้าที่ให้สำนักงาน กสทช. หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีหน้าที่สั่งระงับการให้บริการเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือเป็นการชั่วคราว เมื่อพบเหตุอันควรสงสัยเอง หรือได้รับข้อมูลว่ามีเลขหมายโทรศัพท์มือถือต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (การระงับซิมม้าหรือซิมที่ต้องสงสัยในการกระทำความผิด)

2. ห้ามการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Lending (P2P) โดยห้ามให้บริการหรือแสดงว่าพร้อมจะให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทคริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่มิได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการอุปโภคบริโภค (การซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างผิดกฎหมาย) และให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ปฏิเสธการเปิดบัญชีและระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรมกับลูกค้าที่มีรายชื่อหรือใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (ลดปัญหาการฟอกเงินโดยนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล)

3. กำหนดขั้นตอนหรือกระบวนการพิจารณาโดยเฉพาะให้คณะกรรมการธุรกรรมเพื่อคืนเงินแก่ผู้เสียหาย โดยให้อำนาจแก่คณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นผู้พิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายโดยไม่ต้องรอให้มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่งถึงที่สุดก่อน อันเป็นการทำให้ขั้นตอนกระบวนพิจารณาการคืนเงินแก่ผู้เสียหายเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น

4. เพิ่มเติมบทกำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกรณีดังต่อไปนี้ เช่น กำหนดโทษสำหรับผู้ให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทคริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัล และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดออนไลน์มาฟอกเงินโดยนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับกำหนดโทษสำหรับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่ง100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันได้กำหนดโทษสำหรับผู้ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้คาดว่า พ.ร.ก.ไซเบอร์ ฉบับใหม่ จะประกาศบังคับใช้ในเดือน ก.พ.2568

อ่านบทความเกี่ยวกับ กอยร้อยปอยเปต ได้ที่นี่ 

เตือนภัย #กองร้อยปอยเปต #ซีซัน2 เปิดตัว #ผู้กองสาว

จำให้ติดตา “ผู้กองสาวสุดสวย” พร้อมเหล่า “ผู้กองหนุ่ม” แห่ง “กองร้อยปอยเปต” ซีซัน 2

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!