คลิปอ้างสหรัฐฯ โจมตีน้ำมันอิหร่าน แท้จริงเป็นเหตุอิหร่านโจมตีท่าเรือโอมาน

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: X
ภาพโพสต์ x แชร์คลิปเหตุการณ์ระเบิด พร้อมกล่าว สงครามน้ำมันครั้งนี้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในอาหรับโจมตีอิหร่าน ทำให้อิหร่านต้องโต้ตอบด้วยการทำลายแหล่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
Thai PBS Verify พบโพสต์ x แชร์คลิปเหตุการณ์ระเบิด พร้อมระบุว่า
“
هذه الحرب حرب النف.
#أمريكا تستهدف نفط #إيران من أراضي الدول العربية، وإيران ترد بضرب نفط الخليج.
نناشد السلطات في دول الخليج أن لا تسمحوا بحرق ثروات الشعوب بسبب سياسات المجرم #ترامب ..
والله، الضرر الذي تسببه أمريكا لبلادنا لا يُقارن بفوائد وجودها.
اطردو القوات الأمريكية من أراضينا، للحفاظ على اقتصاداتنا وبنيتنا التحتية ..”
แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google Translate ระบุว่า
“สงครามครั้งนี้คือสงครามน้ำมัน สหรัฐฯ โจมตีน้ำมันของอิหร่านจากฐานในประเทศอาหรับ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
เราขอเรียกร้องต่อทางการในประเทศอ่าวเปอร์เซีย อย่าอนุญาตให้ความมั่งคั่งของประชาชนถูกเผาผลาญเพราะนโยบายของทรัมป์ ขอสาบานต่อพระเจ้า ความเสียหายที่สหรัฐฯ ก่อให้เกิดกับประเทศของเรา ไม่อาจเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการมีอยู่ของพวกเขา จงขับไล่กองกำลังสหรัฐฯ ออกจากแผ่นดินของเรา เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของเรา”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าชมกว่า 1.8 ล้านครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 15,000 ครั้ง รวมทั้งมีการแสดงความคิดเห็น 1,600 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการรีโพสต์อีก 4,400 ครั้ง
สถานีก๊าซอิหร่าน ถูกกระเบิดจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำภาพในคลิปวิดีโอค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับข่าว Massive fire at critical port in Oman after the attack จากเว็บไซต์ Haberler ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69
ภาพเปรียบเทียบเหตุการณ์ไฟไหม้จากโพสต์ (ซ้าย) และเหตุการณ์ในข่าว (ขวา)
โดยมีเนื้อหาระบุว่า
“มีรายงานว่า หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ที่ท่าเรือซาลาลาห์ ประเทศโอมาน โดยไฟยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง และมีผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เริ่มจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ยังคงยืดเยื้อ โดยล่าสุดอิหร่านได้โจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ทั้งอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯ รวมถึงใช้โดรนโจมตีท่าเรือซาลาลาห์ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนใต้ของโอมาน
รายงานระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ถังเก็บน้ำมันภายในท่าเรือโดยตรง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงในพื้นที่ และกลายเป็นเหตุไฟไหม้ขนาดใหญ่ที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้”
แผนที่สถานที่เกิดเหตุระเบิด ?
Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือ Google Eartth พบว่า เป็นท่าเรือซาลาลาห์ ประเทศโอมาน
ภาพท่าเรือซาลาลาห์ ประเทศโอมานในคลิป (ซ้าย) เปรียบเทียบภาพจาก Google Earth (ขวา)
สถานการณ์อิหร่านเป็นอย่างไร ?
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ South Pars ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญด้านพลังงานของประเทศ นับเป็นการยกระดับความรุนแรงของสงครามอย่างมีนัยสำคัญ โดยเกิดขึ้นไม่นานหลังจากอิสราเอลสังหาร Esmail Khatib รัฐมนตรีข่าวกรองของอิหร่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายรายภายใน 24 ชั่วโมง เหตุโจมตีดังกล่าวสร้างความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างหนัก เนื่องจาก South Pars เป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีความสำคัญต่อทั้งอิหร่านและกาตาร์ ส่งผลให้หลายประเทศออกมาแสดงความกังวล ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้โดยอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในประเทศเพื่อนบ้าน ด้านสถานการณ์โดยรวม สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงต่อเนื่อง เข้าสู่สัปดาห์ที่สาม มีผู้เสียชีวิตแล้วนับพันราย และเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก รวมถึงการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ที่หยุดชะงัก นอกจากนี้ อิสราเอลยังขยายปฏิบัติการทางทหารไปยังเลบานอน โดยโจมตีกรุงเบรุตและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ขณะที่อิหร่านยังคงสามารถตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งทวีความไม่แน่นอนและเสี่ยงลุกลามในวงกว้าง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ดังกล่าวด้วยเครื่องมือ Gogle Lens และ Google Earth พบว่าคลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาโจมตีน้ำมันอิหร่านอย่างที่โพสต์กล่าวอ้าง แต่เป็นเหตุการณ์ที่อิหร่านโจมตีประเทศโอมาน
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens: นำภาพในคลิปวิดีโอค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับข่าว Massive fire at critical port in Oman after the attack จากเว็บไซต์ Haberler ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69
- ตรวจสอบด้วย Google Earth: Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือ Google Eartth พบว่า เป็นท่าเรือซาลาลาห์ ประเทศโอมาน
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม: ข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับ “สงคราม” หรือ “พลังงาน” อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความกลัว เช่น แห่กักตุนน้ำมันหรือสินค้า ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในสังคม
- กระทบเศรษฐกิจและตลาดพลังงาน: ข่าวปลอมสามารถทำให้ราคาน้ำมันหรือการลงทุนผันผวน เนื่องจากนักลงทุนและประชาชนตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- บิดเบือนความเข้าใจของประชาชน: ข้อมูลเท็จสามารถเปลี่ยนความเชื่อและมุมมองของผู้คน ทำให้เข้าใจสถานการณ์ผิดไปจากความจริง
- สร้างความขัดแย้งและความเกลียดชัง: โดยเฉพาะในประเด็นระหว่างประเทศหรือสงคราม ข่าวปลอมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่น นำไปสู่ความขัดแย้งหรือความรุนแรง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ตั้งสติและหลีกเลี่ยงการกดแชร์โดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจทำให้ข้อมูลผิดแพร่กระจายวงกว้าง
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าข้อมูลมาจากสื่อที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีแหล่งข่าวอ้างอิงชัดเจนหรือเป็นเพียงโพสต์ในโซเชียล
- เช็กจากหลายแหล่งข่าว: เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายสำนักข่าวหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เพื่อยืนยันความถูกต้อง
- ระวังคลิปเก่า/คลิปตัดต่อ: หลายครั้งคลิปถูกนำมาใช้ผิดบริบท หรือเป็นเหตุการณ์คนละที่คนละเวลา
- สังเกตเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์: ข่าวปลอมมักใช้ถ้อยคำรุนแรง เร้าอารมณ์ หรือชวนให้โกรธ กลัว หรือแตกตื่น









